8 มิ.ย. 2023 เวลา 15:30 • ประวัติศาสตร์

เรียงร้อยถ้อยความ บูชาครู

“ครูบาอาจารย์ที่ท่านประทานความรู้มาให้
อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี
ก่อนจะนอนสวดมนต์อ้อนวอนทุกที
ขอกุศลบุญบารมีส่งเสริมครูนี้ให้ร่มเย็น…”
“…แต่ครูคะรู้ไหม
ที่ครูคอยว่าเรา
ดุเรา อยู่ทุกวัน
ครูคะรู้ไหม
กระดาษทรายแผ่นนั้น
นั่นเองขัดเกลาเราจนได้ดี…”
“…ทุกคนคือศิษย์ ตลอดชีวิตของครู
ถ้อยคำชื่นชมเชิดชู ไม่ต้องให้ครูก็ได้
รู้ถูกรู้ผิด มีชีวิตที่สดใส
สิ่งนั้นที่ครูฝันใฝ่ เพื่อเป็นแรงใจให้ครู
รู้ถูกรู้ผิด มีชีวิตที่ก้าวไกล
เป็นคนที่ดีให้ได้ นั้นคือรางวัลให้ครู…”
จากข้อความข้างต้น คือบางท่องบางวรรคของบทเพลงสำคัญที่ทุกคนค่อนข้างจะคุ้นหูเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในช่วงวัยเรียนตั้งแต่อนุบาลไล่ไปจนระดับมหาวิทยาลัย มักจะมีการเปิด แชร์กันในช่วงวันครูแห่งชาติ หรือไม่ก็วันไหว้ครูช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี ซึ่งคนไทยทั้งหลายต่างก็ให้การเคารพนับถือครูบาอาจาย์สืบมาช้านานแล้ว
ไม่ว่าจะวันครูหรือวันไหว้ครู ต่างก็มีความสำคัญด้วยกันทั้งนั้น เพราะจะได้เป็นโอกาสให้ทุก ๆ คนได้ระลึกถึงพระคุณของครูอาจารย์ทั้งหลายที่ได้ประสาทวิชาอบรมจริยาให้แก่บรรดาศิษย์ทั้งหลายให้สมบูรณ์พร้อมไปด้วยทั้งความรู้ควบคู่กับคุณธรรม
สำหรับ “วันครูแห่งชาติ” ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในรัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงคราม เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้เคยปราศรัยไว้ช่วงหนึ่งใจความว่า
ที่อยากเสนอในตอนนี้ก็คือว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณ เป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าวันครูควรมี สักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพ สักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลาย เพราะเหตุว่าสำหรับ คนทั่วไปถ้าถึงวันตรุษ วันสงกรานต์ เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญ ทำทาน คนที่สองรองลงไปก็คือครูผู้เสียสละ ทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลองปรึกษาหารือกันในหลักการ ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง
จนในวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติกำหนดให้วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครู ลงวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็น “วันครูแห่งชาติ“ ซึ่งในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 ได้มีการจัดกิจกรรมขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2500 ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ การจัดงานวันครูได้กำหนดเป็นหลักการให้มีอนุสรณ์งานวันครูแก่อนุชนรุ่นหลังทุกปี อนุสรณ์ที่สำคัญ ได้แก่
  • 1.
    หนังสือประวัติครู
  • 2.
    หนังสือที่ระลึกวันครู
  • 3.
    สิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุ
หลังจากนั้นงานวันครูแห่งชาติก็ได้มีการจัดมาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบัน โดยได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามสภาวะทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วง
ในโอกาสวันครูแห่งชาติ ทางคณะกรรรมการจัดงานวันครู ปี พ.ศ. 2539 ได้ประกาศให้ “ดอกกล้วยไม้” เป็นดอกไม้ประจำวันครู เนื่องจากว่า การเจริญเติบโตของพืชชนิดนี้ต้องให้ความสำคัญในการดูแลเอาใจใส่เป็นเวลานาน เพื่อให้ได้ผลิดอกสวยงาม เช่นเดียวกับการใช้เวลาอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ทั้งวิชาความรู้และนิสัย เพื่อให้เติบโตเป็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติ ซึ่งค่อนข้างที่จะมีสอดคล้องต้องกันกับโคลง ซึ่งประพันธ์โดย หม่อมหลวงปิ่น มาลากุลที่ว่า
กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด
การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น
แต่ออกดอกคราวไร งามเด่น
การศึกษาปลูกปั้น เสร็จแล้วแสนงาม
ดอกกล้วยไม้ (ภาพ: สยามรัฐ)
จากประเด็นดังกล่าว ก็จะกลายเป็นที่น่าสังเกตว่า แล้ววันไหว้ครูล่ะ? คือวันอะไร? ทำไมไม่จัดในวันครูแห่งชาติ เห็นทีในส่วนนี้เกิดมาจากคติความเชื่ออย่างโบราณที่คนไทยมีความเคารพนับถือในครูบาอาจารย์ว่า เป็นผู้ประทานความรู้มาให้ พร้อมทั้งยังอบรมจิตใจให้บรรดาศิษย์ให้รู้ผิดชอบชั่วดี จึงถือเป็นผู้มีพระคุณคนหนึ่งที่ควรแก่การแสดงกตัญญุตาคารวะ
จึงเกิดเป็นพิธีกรรมไหว้ครูขึ้นโดยมีกำหนดในวันพฤหัสบดี ตามความเชื่อของศาสนาพรามหณ์-ฮินดู ที่นับถือ “พระพฤหัสบดี” ซึ่งเป็นเทพผู้ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากฤๅษี 19 ตน สำหรับการไหว้ครูนั้นก็จะมีในช่วงเดือนมิถุนายนอันเป็นช่วงต้นเทอมแรกของปีการศึกษา
ในการไหว้ครู นอกจากพานธูปเทียนแพ พานดอกไม้ต่าง ๆ ซึ่งได้รับการประดิษฐ์อย่างประณีตบรรจงแล้ว ดอกไม้สำคัญที่ได้นำมาไหว้ครูนั้น ประกอบด้วย
  • หญ้าแพรก เป็นสิ่งแทนถึงความอดทนต่อความยากลำบากแห่งการศึกษาหาความรู้ กฎเกณฑ์ และระเบียบวินัยที่ควรค่าแก่การยึดถือปฏิบัติของศิษย์ทั้งหลาย
  • ดอกเข็ม เป็นสิ่งแทนถึงความมีสติปัญญาและไหวพริบที่ฉลาดหลักแหลม สามารถทะลุผ่านปัญหาและอุปสรรคนานาประการให้ผ่านพ้นไปทั้งในเรื่องการศึกษาเล่าเรียน ตลอดจนการดำเนินชีวิต รวมถึงเกสรของดอกเข็มนั้น ก็มีความหมายที่แทนด้วยความรู้ซึ่งได้เล่าเรียนมานั้น หากนำไปใช้ในทางที่ถูกต้องแล้ว ชีวิตก็จะประสบแต่ความผาสุก สมความปรารถนาอย่างหวานฉ่ำ
หญ้าแพรก (ภาพ: สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร)
ดอกเข็ม (ภาพ: Khaosod Online)
  • ข้าวตอก เป็นสิ่งแทนถึงความมีระเบียบวินัยของบรรดาศิษย์ทั้งหลาย ซึ่งต้องเอาชนะความซุกซนและความเกียจคร้านทั้งหลายในตัวเองให้ได้เหมือนดังข้าวตอกสีขาวที่ถูกคั่วจนออกจากเปลือก และ
  • ดอกมะเขือ เป็นสิ่งแทนถึงความรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน พร้อมจะเคารพเชื่อฟังและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ให้เกิดเป็นความงอกงามจากครูบาอาจารย์ทั้งหลาย
ข้าวตอก (ภาพ: ไทยรัฐออนไลน์)
ดอกมะเขือ (ภาพ: MGR Online)
จากที่ได้ยกมานั้น สิ่งที่ท่านทั้งหลายได้เห็นนั้นคือ สิ่งที่ “ศิษย์” ทั้งหลายนั้นต่างตั้งใจจัดขึ้นเพื่อ “ครู” ที่รักและเคารพ เหมือนดังการเรียงร้อยถ้อยคำแถลงต่าง ๆ ออกมาเป็นพานดอกไม้ซึ่งได้รับการประดับประดาอย่างสวยสดงดงาม พร้อมที่จะนำขึ้นทูนหัวส่งต่อสู่มือครู แล้วก็ก้มกราบลงไปด้วยใจอันคารวะ
เพื่อระลึกถึงพระคุณท่านที่ได้เสียสละทั้งพละกำลัง เวลา ทรัพย์ส่วนตัวและความรู้ในการถ่ายทอดสรรพวิทยา เพื่อเป็นหนทางให้แก่ศิษย์ทุกคนได้นำไปต่อยอด เพิ่มพูนปัญญาให้เกิดเป็นความแตกฉาน ศึกษาสำเร็จทุกประการ พบพานแต่สิ่งประเสริฐเลิศสุขทุกทิวาราตรีกาล ดังคำกล่าวไหว้ครูบทนี้ที่ทุกคนต่างคุ้นเคยกันดี
ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา
ข้าขอประณตน้อมสักการ บูรพคณาจารย์
ผู้กอรปประโยชน์ศึกษา
ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา
แก่ข้าในกาลปัจจุบัน
ข้าขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์
ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา
ปัญญาให้เกิดแตกฉาน
ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน
อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี
แก่ชาติและประเทศไทยเทอญ
ปัญญาวุฒิกเร เต เต ทินโนวาเท นมามิหัง
ครูอาจารย์ คือ อาชีพที่ไม่มีสิ่งใดจะมาทดแทนได้ ดังจะเห็นได้จากการเรียนในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะออนไลน์และออนไซต์ ผู้เรียนส่วนใหญ่ก็ยากแก่การเข้าถึงสิ่งที่เรียกว่า “เข้าใจ” ดังนั้นการถ่ายทอดความรู้จากคนสู่คนจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เพราะการสอนคนให้เข้าใจยากย่อมทำได้ แต่ว่าการสอนคนให้มีความรู้ ความเข้าใจในแต่ละศาสตร์นั้นเป็นเรื่องยาก
จึงถือเป็นภาระอันหนักที่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายต้องแบกรับไว้ แม้จะต้องเหนื่อยยาก ลำบากแค่ไหน “ทุกคนคือศิษย์ ตลอดชีวิตของครู ถ้อยคำชื่นชมเชิดชู ไม่ต้องให้ครูก็ได้ รู้ถูกรู้ผิด มีชีวิตที่สดใส สิ่งนั้นที่ครูฝันใฝ่ เพื่อเป็นแรงใจให้ครู” สมกับคำภาษาสันสกฤต “คุรุ” และภาษาบาลี “ครุ คุรุ” ที่แปลว่า “หนัก” นั่นเอง
แต่ทั้งนี้เอง “ครู” ก็ต้องปฏิบัติตนให้สมกับฐานะที่มีผู้ให้การเคารพนับถือ ด้วยการยึดถือจิตวิญญาณความเป็นครูเป็นหลักคอยเตือนใจไว้อยู่เสมอ ดังจะเห็นได้จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการใช้หน้าที่ทางการงาน หรือแม้แต่ความเป็นครูเป็น “เครื่องมือ” สำคัญในการบีบบังคับ ริดรอนสิทธิผู้เรียนในทางต่าง ๆ นานาจนทำให้ผู้เรียนบางรายได้รับความเสียหายอย่างที่มิอาจสามารถวัดเป็นมูลค่าของเงินได้ จนกลายเป็นประเด็นให้ได้ถกเถียงกันตลอด
ฉะนั้นแล้วต่อให้มีการปรับหลักสูตรครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ทุกระดับเป็นกี่ปีก็ตามแต่ จะ 5 ปี หรือ 4 ปีก็ไม่สำคัญเท่ากับได้เข้าใจอย่าลึกซึ้งถึงความเป็นครูที่ต้องคอยผลักดันให้ศิษย์ทั้งหลายได้ก้าวเดินต่อไปอย่างก้าวหน้า ไม่คอย “ขัดแข้งขัดขา” ให้ศิษย์ต้องจมอยู่กับความล้าหลัง
ครูจึงต้องรู้จักการปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะถึงแม้ชีวิตมนุษย์เราจะมีวันอันต้องสูญสลายไม่วันใดก็วันหนึ่งก็ตาม หากแต่โลกมนุษย์เรานี่สิ…ไม่มีวันที่จะหยุดหมุนได้ ถ้าสิ่งใดที่คิดว่า เห็นไม่เหมาะไม่ควร (เอาที่มันไม่ได้จริง ๆ) ครูก็ต้องพิจารณาและสร้างความเข้าใจให้แก่ศิษย์อย่างละมุนละม่อม ละเอียดถี่ถ้วนให้ได้มากที่สุด
พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ศิษย์ได้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาในเรื่องการเรียนการสอน ไม่ใช่ “สักแต่ว่าทำ” เพื่อให้เกิดเป็นความสามัคคีธรรมระหว่างครูกับศิษย์ อันจะนำมาซึ่งความรัก ความเมตตา ความกรุณาต่อกันอย่างจริงใจทั้งต่อหน้าและลับหลัง
เหนือสิ่งอื่นใด แม้ว่าทุกวันนี้วิวัฒนาการต่าง ๆ จะก้าวหน้าไปไหนต่อไหนแล้ว แต่ครูที่เป็น “มนุษย์” มีชีวิตจิตใจยังคงมีความสำคัญอยู่ และเชื่อเหลือเกินว่า ต่อให้นานสักเท่าไรก็ไม่มีอะไรจะมาแทนที่อาชีพครูได้ แต่กลับปรากฏว่า ทุกวันนี้ ครูหลาย ๆ คนที่มีใจรักในอาชีพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต้องออกจากความเป็นครู เพราะทนไม่ได้กับระบบที่เป็นอยู่ รวมถึงต้องทำหน้าที่อื่นนอกเหนือจากการสอนมากเกินความจำเป็น
ดังนั้น กฎเกณฑ์หรือระบบอะไรก็ตามที่เกินความจำเป็นก็ควรจะยกเลิกไป และคืนครูให้กับนักเรียนทั้งหลายอย่างจริงจังเสียที ไม่ใช่สักแต่ว่า ครู มาจากคำว่า คุรุ หรือ ครุ แล้วนึกจะโยน ๆ ใส่ ๆ อะไรก็ได้ตามใจ (ผู้ใหญ่) ชอบ อย่างเดียว นั่นก็เพราะว่า...
ใครคือครู ครูคือใคร ในวันนี้
ใช่อยู่ที่ ปริญญา มหาศาล
ใช่อยู่ที่ เรียกว่า ครูอาจารย์
ใช่อยู่นาน สอนนาน ในโรงเรียน
ครูคือผู้ ชี้นำ ทางความคิด
ให้รู้ถูก รู้ผิด คิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์ รู้ยาก รู้พากเพียร
ให้รู้เปลี่ยน แปลงสู้ รู้สร้างงาน
ครูคือผู้ ยกระดับ วิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุด กว่าสัตว์ เดรัจฉาน
ครูคือผู้ สั่งสม อุดมการณ์
มีดวงมาน เพื่อมวลชน ใช่ตนเอง
ครูจึงเป็น นักสร้าง ผู้ใหญ่ยิ่ง
สร้างคนจริง สร้างคนกล้า สร้างคนเก่ง
สร้างคนให้ ได้เป็นตัว ของตัวเอง
ขอมอบเพลง นี้มา บูชาครู ฯ
ด้วยประการฉะนี้
(ภาพ: True ปลูกปัญญา)
แถม ๆ ให้เล็กน้อย…ถือเป็นประดับความรู้เอาไว้แล้วกันนะครับ...
วันครูแห่งชาติ ไม่ได้แค่เฉพาะในประเทศไทยอย่างเดียว หากแต่ต่างประเทศเองก็มีด้วยเหมือนกัน เพราะให้ความสำคัญกับอาชีพครูมาก ทั้งในเรื่องของสวัสดิการ เงินเดือน หลักประกันความั่นคงในอาชีพ (ไม่เหมือนบางประเทศแถวนี้ที่ทุ่มงบประมาณด้านการศึกษาสูงกันแทบตายพอ ๆ กับด้านการทหาร แต่ผลที่ได้มาคือ ความล้าหลังที่ยังคงคอยโบกมือเรียกไม่มีหยุดหย่อน) หรือแม้แต่วันสำคัญอย่างวันครูแห่งชาติ ในแต่ละประเทศจึงได้มีการกำหนดวันที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะไล่มาจากทวีปที่ไกลสุดมาใกล้สุด เริ่มจาก
วันครูในทวีปอเมริกาเหนือ (แองโกลอเมริกา)
- เอลซัลวาดอร์ 🇸🇻 วันที่ 13 เมษายน
- เปอร์โตริโก 🇵🇷 สัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม
- สหรัฐอเมริกา 🇺🇸 วันอังคารแรกของสัปดาห์ในเดือนพฤษภาคม
- เม็กซิโก 🇲🇽 วันที่ 15 พฤษภาคม
- กัวเตมาลา 🇬🇹 วันที่ 25 มิถุนายน
- นิการากัว 🇳🇮 วันที่ 29 มิถุนายน
- โดมินิกัน 🇩🇴 วันที่ 30 มิถุนายน
- คอสตาริกา 🇨🇷 วันที่ 11 กันยายน
- ฮอนดูรัส 🇭🇳 วันที่ 17 กันยายน
- คิวบา 🇨🇺 วันที่ 22 ธันวาคม
วันครูในทวีปอเมริกาใต้ (ละตินอเมริกา)
- เวเนซุเอลา 🇻🇪 วันที่ 15 มกราคม
- เอกวาดอร์ 🇪🇨 วันที่ 13 เมษายน
- ปารากวัย 🇵🇾 วันที่ 30 เมษายน
- โคลอมเบีย 🇨🇴 วันที่ 15 พฤษภาคม
- โบลิเวีย 🇧🇴 วันที่ 6 มิถุนายน
- เปรู 🇵🇪 วันที่ 6 กรกฎาคม
- มอลโดวา 🇲🇩 วันที่ 10 กันยายน
- ละตินอเมริกา วันที่ 11 กันยายน
- อาร์เจนตินา 🇦🇷 วันที่ 11 กันยายน
- บราซิล 🇧🇷 วันที่ 15 ตุลาคม
- ชิลี 🇨🇱 วันที่ 16 ตุลาคม
- ปานามา 🇵🇦 วันที่ 1 ธันวาคม
วันครูในทวีปยุโรป
- แอลเบเนีย 🇦🇱 วันที่ 7 มีนาคม
- เช็กเกีย 🇨🇿 วันที่ 28 มีนาคม
- บัลแกเรีย 🇧🇬 วันที่ 24 พฤษภาคม
- ฮังการี 🇭🇺 วันเสาร์แรกในเดือนมิถุนายน
- มอลโดวา 🇲🇩 วันที่ 10 กันยายน
- สเปน 🇪🇸 วันที่ 30 กันยายน
- สวีเดน 🇸🇪 วันที่ 7 พฤศจิกายน
วันครูในทวีปเอเชีย
- ไทย 🇹🇭 วันที่ 16 มกราคม
- เกาหลีใต้ 🇰🇷 วันที่ 15 พฤษภาคม
- อินเดีย 🇮🇳 วันที่ 5 กันยายน
- บรูไน ดารุสซาลาม 🇧🇳 วันที่ 23 กันยายน
- ไต้หวัน 🇹🇼 วันที่ 28 กันยายน
- เวียดนาม 🇻🇳 วันที่ 20 พฤศจิกายน
อ้างอิง:
#AdminField #ชอบเล่าชอบแชร์แต่ไม่ชอบเป็นคนดีย์
#วันไหว้ครู
โฆษณา