23 มิ.ย. 2023 เวลา 12:09 • การ์ตูน

EP : 1,205 Harem END

“ความนิยมของไลท์โนเวลและอนิเมะถูกกำหนดด้วยเด็กสาวสวยๆนะครับ!” “ครั้งนี้อาจารย์ควรจะวาดตัวละครสาวสวย แล้วดึงความนิยมของผลงานขึ้นมานะครับ!”
นี่คือประโยคจากมังงะเรื่อง “ประวัติศาสตร์ลับฉบับเมากาว” ของ อ.Kago Shintarou ที่ผมเพิ่งได้อ่านและรีวิวไปก่อนหน้านี้ จากประโยคนี้มันสะท้อนและบอกอะไรเกี่ยวกับ อ.เคโกะ หลายๆอย่างให้ผมคิดครับ
ในฐานะนักอ่านที่อ่านงานของ อ.เคโกะเป็นระยะ และส่วนใหญ่หรือจะเรียกว่าเกือบทั้งหมดเป็นงานแนว กุโระ นั้น เราก็เห็นอยู่เสมอว่า “สาวๆ” ในเรื่องของ อ. น่าสงสาร หรือน่าปวดหัวแค่ไหน เวลาที่หยิบมานำเสนอ หรือจะบอกว่าสาวๆแทบทั้งหมดที่ผมรู้จักจากงานของ อ. มักถูกนำเสนอในรูปแบบของผู้โดนกระทำในด้านในด้านหนึ่ง รวมถึงไม่ได้เป็นตัวเอกในเรื่องราวแต่ละครั้งของ อ. ซะด้วยซ้ำ
เพราะฉะนั้นเมื่อผมอ่านบทสนทนาข้างต้นจากงานของ อ. ผมก็รู้สึกทันทีว่า มันไม่ใช่ทางของ อ. เลยในการสร้างสรรค์สาวๆ เพื่อมาเรียกคะแนนและความสนใจ เอาล่ะ ประโยคนั้นในเรื่องมันออกแนวตลกและประชดประชันมากกว่า อันนี้เข้าใจดี แต่ในความเป็นจริงมันก็ไม่หนีจากนี้หรอกครับ งานของ อ. ในแนวกุโระ นั้นไม่เคยคิดจะใช้สาวๆ สวยๆ มาเรียกความนิยมอยู่แล้ว
แค่พวกเธอมีหน้าที่อะไรบางอย่างหรือเป็นองค์ประกอบ/ตัวประกอบในเรื่องราวของ อ. มากกว่า ด้วยจากที่อ่านๆผลงานของ อ. มาไม่เจองานไหนที่ใช้ตัวเดินเรื่องสาวๆแบบชัดเจนเป็นเรื่องเป็นราวเลยครับ(ส่วนหนึ่งงานของ อ. นิยมเป็นตอนสั้นๆด้วยแหละครับ)
พอพูดแบบนั้นจบ มาวันนี้ก็ขอนำเสนอเรื่องราวจาก อ.เคโกะ ซักเรื่องนึง ที่ผมรู้สึกว่ามันขัดแย้งและตรงกันข้ามกับที่ผมบอกไปหลายๆอย่างเลย เพราะนี้คือเรื่องยาวเรื่องแรกๆ ของ อ. ที่ผมเห็นว่ามีการใช้ตัวละครสาวๆ มานำเสนอแบบเป็นเหล่าตัวเอก แถมมีบทบาทที่สะท้อนแนวความคิดทางสังคมอยู่ไม่น้อย และแน่นอนคุณจะไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้ในงานของ อ. บ่อยนักกับเรื่องราวของสาวๆกลุ่มนึงที่จะมาทำให้หัวใจหนุ่มๆ ทั้งหลายว้าวุ่นชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงๆ ใน HAREM END ครับ
….. มันออกจะดูสับสนวุ่นวายไปซักหน่อย สำหรับตัว “อิโต้ เซย์ตะ” เด็กหนุ่มที่พึ่งเข้ามหาลัยได้แค่อาทิตย์เดียว ความวุ่นวายที่ว่าไม่ได้มาจากการเรียนอะไรหรอกนะครับ แต่เกิดขึ้นจากสาวๆ ที่อยู่ๆ ก็มีสาวๆ มาติดพันเขาถึง 5 คนในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญมันมากกว่าเกี่ยวข้องธรรมดาทั่วไปที่เขาเคยรู้จัก
เพราะเธอทั้ง 5 ต่างเข้ามาอาศัยอยู่ร่วมหลับนอนในห้องเช่าของเขาในตอนนี้ ทำให้ห้องเล็กๆห้องนี้ มี หนึ่งชาย กับอีก ห้าหญิงสาวน่ารักๆ ต่างคาเรทเตอร์แบบที่ชาวโอตะ คงคุ้นเคยจากมังงะแนวฮาเร็มที่เคยอ่านมานั่นเอง มองอย่างไรนี่มันก็คือโชคดีและสวรรค์ของผม อิโต้ เซย์ตะ ใช่ไหมล่ะครับ และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวชวนหัวใจตึกตัก จนต้องออกมาเต้นนอกตัวผม ทุกเรื่องราวกำลังเกิดขึ้นใน HAREM END ครับ
ขอบอกตรงๆนะครับ นี่เป็นอีกเรื่องนึงที่เมื่ออ่านจบแล้วทำผมเหวอและเครียดหลายๆอย่าง ที่แน่ๆเลยก็คือ ผมจะเขียนรีวิวเรื่องนี้ออกมาแบบไหนอย่างไรกันดี เพราะคุณต้องไม่ลืมว่านี่คือมังงะจาก อ.เคโกะ ชินทาโร่ ยอดนักวาดแนว กุโระ ที่ดิบโหดไม่เกรงใจใคร ถ้าคุณเคยอ่านงานของ อ. มาก่อนและรู้ว่าแนวกุโระ นั้นเป็นอย่างไร คุณจะไม่คิดเอาง่ายๆ ว่าเรื่องราวในเล่มนี้จะเป็นแนว ฮาเร็มใสๆ ที่ชวนหนุ่มๆฟินกับโลกที่เต็มไปด้วยสาวๆที่พร้อมจะแย่งหัวใจพระเอกของเรา…… ถ้าคุณคิดอย่างนั้น มันก็ผิดคอนเซป อ.เคโกะ ทันทีแหละครับ
เพราะแบบนั้นมันจึงยากมากสำหรับผมที่จะเขียนรีวิวออกมา ด้วยใจความสำคัญของเรื่องนี้ มีเนื้อหาที่ไม่เป็นอย่างที่คุณดูหน้าปกอย่างแน่นอน มันเต็มไปด้วยเรื่องราวแนวหักมุม หักแล้วหักอีก และบอกได้เลยว่ามันสมกับเป็นแนวกุโระ จริงๆครับ
ในฐานะที่เคยอ่านงานของ อ. มาก่อน ผมถือว่าเรื่องนี้มีอะไรหลายๆอย่างที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นการหยิบตัวเอกมาเล่าโดยใช้ตัวละครสาวๆ และให้บทบาทยาวๆกับพวกเธอ หรือว่าจะเป็นเนื้อหาที่เยอะไม่ใช่เป็นมังงะตอนสั้นๆ แบบที่ อ.ชอบเขียน ด้วยลักษณะแบบนั้น มังงะเรื่องนี้จึงเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับผมมากๆ กับการได้ประสบการณ์งานลักษณะนี้ของ อ. ครับ
ซึ่งก็ต้องบอกว่า มันดีงาม เอามากๆนะครับ เพราะแต่เดิมงานของ อ. ต้องบอกว่าเข้าถึงได้ไม่ง่าย แม้เรื่องที่หยิบมาเล่าจะใกล้ตัวเอามากๆก็ตาม เกือบทั้งหมด ต้องใช้การตีความ กับเหตุการณ์ความรุนแรงหรือผลก่อนและหลังการกระทำในแต่ละเรื่อง แม้จะเป็นความรุนแรงที่แบบว่ามีแรงจูงใจหรือเหตุผลใส่มาให้เห็นอยู่เสมอก็ตาม แต่ด้วยความเป็นเรื่องสั้นที่ต้องสรุปอะไรหลายๆอย่าง การเล่าของ อ. หลายๆครั้งจึงต้องใช้ประสบการณ์ของนักอ่านในการตีความอยู่เสมอ ซึ่งผมคิดว่า อ. เขาไม่ได้คิดมากอะไรหรอกนะครับในการเล่าแต่ละเรื่องออกมา
เพราะแบบนั้นความสนุกของงาน อ.สำหรับบางคนอาจจะเป็นเรื่องการตีความ แต่สำหรับผมคือการพยายามเข้าใจอะไรบางอย่างที่ อ. ต้องการหยิบมาเล่า หลายๆครั้งมันคือการเสียดสีสังคม เสียดสีเพศสภาพ เสียดสีสถานะ หรืออะไรก็ตามที่สังคมของมนุษย์ให้ค่าและไม่ให้ค่าอยู่ในตอนนี้ ครับ
จึงอาจจะบอกได้ว่างานเรื่องอื่นๆของ อ. ผมสนุกในความเป็นเรื่องสั้นที่ต้องมาคิดต่อเอง และแม้หลายๆครั้งจะไม่เข้าใจเลยก็ตาม แต่ก็สนุกในจินตนาการของการกระทำอันรุนแรงที่นำเสนอมา (ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ หลายๆอย่างก็รับไม่ไหวเหมือนกันครับ 5555)
แต่เรื่องนี้มันแปลกและแตกต่างไปอย่างเห็นได้ชัด นอกจากตัวละครเป็นสาวๆและเป็นเรื่องยาวแล้ว สิ่งสำคัญคือที่เล่ามานั้นมันเข้าใจง่ายเอามากๆ จริงๆต้องบอกว่าเล่ม “ประวัติศาสตร์ลับฉบับเมากาว” ที่เคยรีวิวก็ถือว่าเข้าใจได้ง่ายมากขึ้นแล้ว แต่เรื่องนี้เข้าใจได้ง่ายมากๆ มากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาของ อ. เลยครับ
ด้วยเรื่องราวที่หลอกเราได้สนิท กับเนื้อหาในช่วงแรกที่ชวนเราเคลิ้ม ก่อนจะตบเข้ากับใจความของเหล่าตัวเอก และ การเลยเถิดของสิ่งที่เกิดขึ้น การตอบโต้กันไปมาที่ดุเดือด ก่อนที่จะจบลงด้วยการการหักมุมครั้งสำคัญและรอยยิ้มอันแสนเจ็บปวดที่ส่งผลต่อคนอ่านอย่างเราๆ
เรียกว่าในแง่เนื้อหา เรื่องนี้สนุกมากๆ เข้าใจได้ง่าย เอาใจตลาดกันสุดๆ โดยที่ไม่ทิ้งสไตล์การเล่าเรื่องของ อ. ในหลายๆอย่าง เพราะแม้จะบอกว่าสนุก แต่ผมก็เชื่อว่าหลายๆส่วนมันก็ยังรุนแรงมากกว่าปกติอยู่ดี เพียงแต่มันถูกทำให้มันกลมกล่อมในเชิงการเล่าเรื่อง เนื้อหาที่มีการสะท้อนสังคมในบางด้าน ผสมเข้าด้วยกันให้ออกมาลงตัวจนบางครั้งก็รู้สึกว่า มันไม่ได้โหดร้ายเกินจริง หรือมันแรงเกินบางเรื่องที่เราหาซื้ออ่านกันได้ตามร้านหนังสือตอนนี้ไม่เท่าไหร่เองครับ
มาแวะคุยเรื่องงานผลิตกันบ้าง เล่มนี้เป็นอีกเล่มที่ออกมาพร้อมกับเรื่อง “ประวัติศาสตร์ลับฉบับเมากาว” ซึ่งต้องบอกเลยครับว่า ยอดสั่งน้อยมากกกกกก ถ้าใครมี2เล่มนี้อยู่ในมือบอกเลยว่าคุณคือสุดยอดนักอ่านครับ ซึ่งเอาจริงๆ ผมก็บอกไว้ตั้งแต่รีวิวเรื่องประวัติศาสตร์แล้วนะครับว่า ไม่แปลกใจเลยที่ยอดสั่งไม่เยอะ เพราะงานของ อ.เขา แต่ดั้งแต่เดิมมันเฉพาะกลุ่มอยู่แล้ว
และคนที่ซื้อร้อยละเก้าสิบคือแฟนงาน กุโระ ชัดเจน พอ 2 เรื่องนี้ฉีกแนวขายตลาดมากขึ้น แฟนๆกุโระ ที่ดูจากหน้าปกเป็นหลักก็ถอยกลับไปส่วนหนึ่ง และแฟนๆ นักอ่านทั่วไป ก็ไม่ได้อยากจะอ่านงาน 2 เล่มนี้จากหน้าปกอยู่แล้ว เรียกว่าไม่เรียกยอดจากทั้งแฟน กุโระ ซึ่งเป็นนักอ่านดั้งเดิมที่ชื่นชอบงานของ อ.เคโกะ และ ไม่เรียกยอดจากนักอ่านทั่วไป เพราะเดาลำบากว่าเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอะไร ที่สำคัญมันจะสนุกพอให้เสียเงินไหมครับ
จากจุดนั้นในความคิดของผมก็ต้องบอกว่า คุณพลาดแล้วครับ ถ้าสิ่งที่คุณอยากอ่านคือความสนุก ตลกร้าย หักมุม และดิบแล้วละก็ เล่มนี้ตอบโจทย์ที่ว่ามาทุกอย่างเลย แต่เดี๋ยวจะยาวไปขอรีวิวงานผลิตก่อนนะครับ
HAREM END เล่มนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานของ สนพ อินดี้ผู้ชื่นชอบความเสี่ยงในยอดจำหน่ายอย่าง Bootlegg ซึ่งหยิบงานที่ดูจากหน้าปกไม่ออกแบบนี้มาจำหน่ายโดย เล่มนี้ทำออกมาด้วยขนาดเล่มหนังสือการ์ตูนทั่วไป แบบเปิดอ่านแบบญี่ปุ่น และทำแบบปกสองชั้น ปกแรกเป็นภาพสี ใช้ภาพตามต้นฉบับอันหวานแหว๋วและอักษรสีชมพูชวนหัวใจระลื่น ภาพคมชัด สีสันน่ารักสดใส ส่วนปกด้านในพิมพ์เป็นภาพสองสีกับเหล่าตัวละครเอกทั้งหลายครับ
ด้านในเล่มพิมพ์เป็นภาพขาวดำทั้งหมดครับ งานพิมพ์คมชัดดีเช่นเดิม กระดาษที่ใช้เป็นกระดาษกรีนรีดครับ ส่วนงานแปลทำออกมาได้ดีมากอ่านลื่นไหล มุกตลกเข้าใจง่าย ถือว่าเป็นอีกจุดสำคัญที่ทำให้อ่านเรื่องนี้สนุกยิ่งขึ้น ที่สำคัญงานภาพยังไม่เซ็นตามต้นฉบับ พอเป็นงานแนวนี้ต้องภาพแบบนี้เลยครับ เซ็นไม่ได้เด็ดขาด ความสนุกตกลงแน่นอน งานไม่เซ็นกับค่ายไพเรทเป็นของคู่กันที่ทำให้นักอ่านอย่างเรายอมจ่าย ภาพรวมทำงานออกมาได้ดีตามมาตรฐานที่เคยทำไว้เหมือนเดิมครับ
มาถึงตรงนี้แล้วผมก็ขอยืนยันตามเดิมครับ ว่าหาก ณ เวลานี้ใครยังไม่มีเล่มนี้อยู่ในมือ ผมบอกเลยว่าพลาด พลาดเอามากๆ เล่มนี้สนุกจริง มีความสนุกในความเป็นตลาดที่มากขึ้น เต็มไปด้วยการหักมุมในเนื้อหาที่หวือหวาอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยภาพที่ดิบตามมาตรฐานงานแนวกุโระของ อ. บนเนื้อหาความสนุกที่ย่อยได้ง่ายมากๆ แตกต่างจากเรื่องอื่น
ที่สำคัญนอกจากเรื่องนี้แล้ว ท้ายเล่มยังมีเรื่องสั้น 5 เรื่องให้อ่านกันอีกด้วย (3เรื่องสั้นจากเรื่อง นักสืบสาวสวย...และ 2 ตอนพิเศษครับ) ซึ่งเรื่องสั้นท้ายเล่มที่ว่า สนุกโครตๆ เช่นกัน ทำให้ภาพรวมเล่มนี้ต้องอ่าน ต้องมี เอามากๆจากมุมมองคนที่อ่านแล้วแบบผมครับ ไม่เชื่อไม่เป็นไร ผมก็จะบอกทุกท่านว่า ว๊ายตายแล้ว พลาดอ่ะ พลาด แต่สำหรับคนที่มีอยู่ในมือหรือที่บ้านแล้ว คุณคือจีเนียสครับ ผมยืนยัน 55555
ภาพ 8.9/10
เรื่อง 9/10
ความประทับใจ 10/10
#Manga #รีวิวการ์ตูน #จบ #BootleggComics #การ์ตูนแนวกุโระ #การ์ตูนแนวหักมุม #MangaAnimeReviews #การ์ตูนแนวฮาเร็ม #10คะแนน #HAREMEND #หนังสือการ์ตูน #Rate18 #เล่มเดียวจบ #การ์ตูนแนวรวมเรื่องสั้น #เธอๆอ่านเรื่องนี้หรือยัง
โฆษณา