Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Wealthy Thai
•
ติดตาม
22 มิ.ย. 2023 เวลา 04:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ส่องแนวโน้มธุรกิจ 8 บริษัทพลังงานชั้นนำ ในตลาดหุ้นไทย
Wealthy Thai ได้รวบรวมแนวโน้มธุรกิจของ 8 บริษัทพลังงานชั้นนำในตลาดหุ้นไทย มาฝากนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็น PTT, SCC, PTTGC, TOP, IRPC, BCP, BANPU และIVL ซึ่งในแต่ละบริษัทจะมีความน่าสนใจแค่ไหน บทความนี้มีคำตอบแล้ว
PTT ปีนี้กำไรแสนล้าน
เริ่มที่พี่ใหญ่อย่าง PTT นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดกำไรปกติไตรมาส 2/66 ราว 22,568 ล้านบาท ลดลง 60%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 7%จากไตรมาสแรก
ทั้งนี้การลดลงมากจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจก๊าซฯ ลดลงตามส่วนของ TM ที่ค่าท่อฯลดลง และ GSP อัตรากำไรลดลงตามราคาอ้างอิงฯ, ธุรกิจ E&P อัตรากำไรลดลงตามราคาน้ำมันดิบ, ธุรกิจ P&R ค่าการกลั่นลดลง (ไม่มีsupply ตึงตัว จากสงครามฯเหมือนไตรมาส 2/65) ปิโตรเคมีspread ลดลงจากกำลังการผลิตใหม่ ส่งให้เกิด oversupply และ ธุรกิจoil ไม่มีstock gain ก้อนใหญ่
อย่างไรก็ตาม คาดทั้งปี 66 มีกำไรสุทธิ 110,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน คงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 46 บาท มอง PTT สามารถซื้อลงทุนระยะยาวได้ โดยคาดกำไรปกติฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 66 ทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากครึ่งปีแรก ตามอัตรากำไรที่ฟื้นของธุรกิจก๊าซฯ ที่คาดต้นทุนก๊าซฯลดลง, ธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีฟื้นตัว จาก stock loss ที่ลดลง และ oversupply ที่ลดลง ตามลำดับ
SCC ปีนี้กำไรพุ่ง 100%
ถัดมา SCC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน) ประเมินปัจจัยรบกวนด้านอุปทานยังดํารงอยู่ เพราะกลุ่มโรงแคร็กเกอร์เดิมจะเพิ่มอัตราการดําเนินงานขึ้น บวกกับกําลังการผลิตใหม่ที่จะไหลเข้ามาต่อเนื่องในปี 66
นอกจากนี้การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ จากสภาวะถดถอยและปัญหากลุ่มธนาคารของโลกก็คาดว่าจะฉุดภาพรวมกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีลงในช่วงครึ่งหลังของปี 66 โดยคาดปี 66 มีกำไรสุทธิ 42,808 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100%จากปีก่อน ซึ่งไตรมาส 1/66 บันทึกกําไรพิเศษครั้งเดียว 1.20 หมื่นล้านบาทจากการปรับมูลค่ายุติธรรมสําหรับรายการลงทุนของ SCG Logistics หลังจากปิดดีลควบรวม SCGJWD
อย่างไรก็ตามมองบวกมากขึ้นต่อภาพรวมปี 67-68 เพราะอุปทานส่วนเกิน 5 ปีจะสิ้นสุดลง ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจโลก หลังผลกระทบจากสภาวะถดถอยผ่อนคลายลงก็จะช่วยฟื้นฟูส่วนต่างราคาปิโตรเคมีขึ้นได้ นอกจากนี้การเริ่มเดินเครื่องโรงงานโพลีเมอร์ LSP แห่งใหม่ในเวียดนาม (1.4 ล้านตันต่อปี) จะเพิ่มกําลังการผลิตโพลีโอเลฟินส์ของ SCC ขึ้น 60% คงคําแนะนํา "ถือ" มูลค่าพื้นฐาน 341 บาท
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คงมุมมองกำไรปกติไตรมาส 2/66 ฟื้นต่อจากไตรมาสแรก เพราะ ธุรกิจซีเมนต์อัตรากำไรฟื้นตามการปรับขึ้นราคาขาย และต้นทุนลดลง กลบปริมาณขายที่ลดลงตามฤดูกาล และ ธุรกิจบรรจุภัณฑ์คาดปริมาณขาย และอัตรากำไรฟื้นต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้ในจีน จึงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 380 บาท
PTTGC กำไรฟื้นตัว
ต่อมา PTTGC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มีความเห็นว่า ทิศทางผลการดำเนินงานปกติไตรมาส 2/66 คาดเห็นการฟื้นตัวจากไตรมาสแรก แต่จะยังไม่โดดเด่น เพราะมีธุรกิจโรงกลั่นที่ค่าการกลั่นลดลงแรงคอยกดดัน แม้ทิศทางธุรกิจปิโตรเคมีโดยรวมจะดีขึ้น แต่เป็นการค่อยๆฟื้นตัว ไม่สามารถชดเชยโรงกลั่นที่ย่ำแย่ได้ในไตรมาส 2/66
ทั้งนี้แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 48 บาทต่อหุ้น โดยให้น้ำหนักกำไรอยู่ ในช่วงครึ่งหลังปี 66 ที่สถานการณ์จะฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติ รอรับผลบวกหลักจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนซึ่งเป็นผู้บริโภคปิโตรเลียมและปิโตรเคมีหลักที่จะทยอยเพิ่มขึ้น โดยประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 9,196 ล้านบาทเทียบปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ
TOP ปีนี้ไม่มีกำไรพิเศษขาย GPSC
TOP นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 60 บาท จากมูลค่าหุ้นไม่แพง โดยไตรมาส 2/66 คาดค่าการกลั่นจะอ่อนแอลงจากไตรมาสแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อน กดดันจากอุปสงค์ผ่านช่วงฤดู หนาวของยุโรปมาแล้ว
รวมทั้งความต้องการใช้ได้รับ Sentiment ลบจากความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัวโดยเฉพาะสหรัฐฯ -ยุโรป, อุปทานจากรัสเซียเข้าสู่ตลาด, โควต้าการส่งออกน้ำมันจากจีนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Crack Spread น้ำมันสำเร็จรูปทุกชนิดเกิดการปรับฐาน (ยกเว้นน้ำมันเตากำมะถันสูง)
ดังนั้นคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท ลดลง 59%จากปีก่อนตามการ Normalized ของค่าการกลั่นจากระดับสูงผิดปกติในปีก่อน และไม่มีกำไรพิเศษจากการจำหน่ายหุ้น GPSC 1.7 หมื่นล้านบาท
IRPC ปีนี้พลิกมีกำไร
IRPC นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 3 พันล้านบาท พลิกจากขาดทุน 4.4 พันล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตามไตรมาส 1/66 คิดเป็น 10% ของคาดการณ์ทั้งปีทำให้ประมาณการช่วงที่เหลือของปียังมีความท้าทาย
ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/66 ไม่เด่น คาดลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตรากำไรธุรกิจหลัก (Market GIM) ยังมีความท้าทายเทียบกับต้นทุนรวม เนื่องจากอัตรากำไรของปิโตรเคมีหลักอย่าง PP ABS ยังฟื้นตัวได้ช้า
ส่วนอัตรากำไรจากธุรกิจโรงกลั่น – น้ำมันหล่อลื่นมีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสแรก ตามการปรับฐานของ Crack Spread น้ำมันดีเซล หลังผ่านช่วงฤดูหนาวของยุโรป, ความต้องการใช้ได้รับ Sentiment ลบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวโดยเฉพาะ ภูมิภาคตะวันตก, อุปทานจากรัสเซีย –จีนเข้าสู่ตลาดมากขึ้น จึงแนะนำ TRADING ราคาเป้าหมาย 2.90 บาท
BCP มูลค่าหุ้นไม่แพง
BCP นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) คําแนะนํา "ซื้อ" BCP มูลค่าพื้นฐาน 42 บาท คาดว่ากําไรไตร มาส 2/66 จะย่อตัวชั่วคราวหลังธุรกิจโรงกลั่นมีผลงานอ่อนแอ แต่ภาพรวมในครึ่งหลังปี 66 ยังแข็งแกร่งหนุนจากค่าการกลั่นที่ฟื้นตัว การขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าผ่านการซื้อกิจการใหม่ในสหรัฐฯ และส่วนแบ่งธุรกิจค้าปลีกนํามันที่ปรับดีขึ้นจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยคาดปี 66 มีกำไรสุทธิ 7,655 ล้านบาท ลดลง 39% จากปีก่อน
โดยเลือก BCP เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงานเพราะ 1.มีภาพรวมด้านกําไรที่ยืดหยุ่นมากกว่าผู้ประกอบการโรงกลั่นรายอื่น เพราะพอร์ตกิจการที่หลากหลาย 2.กําไรต่อหุ้น (EPS) ที่จะเร่งตัวขึ้นจากการเข้าซื้อ ESSO ที่คาดว่าจะปิดดีลได้ภายในไตรมาส 3/66 จะมีupside ต่อมูลค่าพื้นฐาน 5.0-8.0 บาท/หุ้น และ 3. มูลค่าหุ้นที่ไม่แพงในระดับ O.7 เท่า PBV ปี 66 เทียบกับ 1.0 เท่า ของค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงกลั่น
BANPU ระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยบวก
BANPU นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 2-3/66 ไม่เด่น คาดลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน กดดันจากการปรับตัวลงของราคาขายเฉลี่ย (ASP) ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก ขณะที่ราคาก๊าซ และถ่านหินช่วง 3 เดือนข้างหน้ามี Upside จำกัด เพราะอุปสงคช์ะลอลงตามฤดูกาล, เศรษฐกิจจีนเติบโตช้ากว่าคาด, ปริมาณสำรองในยุโรปอยู่ระดับสูง, ยุโรปอาจระบายอุปทานเข้าสู่ภูมิภาค
ดังนั้นคงคำแนะนำ TRADING ราคาเหมาะสมใหม่ 9 บาท แต่ระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยบวก แนะนำรอจังหวะลงทุนช่วง Restocking ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวในไตรมาส 4/66 ประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 – 2567 ลดลงจากเดิม 52 – 55% เป็น 1.3 หมื่นล้านบาท ลดลง 68%จากปีก่อน และ 9.4 พันล้านบาท ลดลง 27%จากปีก่อนหน้า ตามลำดับ
IVL ปีนี้กำไรลดลง 41%
ปิดท้ายที่ IVL นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินกำไรไตรมาส 2 – 3/66 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานสูง เนื่องจากปีก่อน IVL ซึ่งเป็นผู้ผลิตในประเทศ (Local) ได้ประโยชน์จากปัญหาภาคการขนส่งทั้งระยะเวลา และค่าขนส่งระดับสูง ทำให้ผู้ใช้สินค้า เร่งเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลัง และราคาขายสูงขึ้นตาม Import parity price คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท ลดลง 41% จากปีก่อน แนะนำ TRADING ราคาเป้าหมาย 36.00 บาท
หุ้น
การลงทุน
เศรษฐกิจ
3 บันทึก
4
5
3
4
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย