Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Physioupskill
•
ติดตาม
23 มิ.ย. 2023 เวลา 11:00 • การศึกษา
## Episode48: Kinesiology of lumbar spine#4
Function of the lumbar intervertebral disc ##
.
ในบทความก่อน ผมได้พูดถึงโครงสร้างและองค์ประกอบของintervertebral discกันไปแล้ว ในบทความนี้ผมจะมาพูดต่อถึงเรื่องหน้าที่ของintervertebral discกันนะครับ
หน้าที่ของintervertebral discหลักๆแล้วจะมีอยู่ด้วยกัน2อย่างคือการสร้างstabilizationให้กับspine และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับspine ทำให้องศาการเคลื่อนไหวมากขึ้นครับ
ความสามารถในการสร้างstabilizationให้กับspineนั้น เป็นผลมาจากการวางตัวของcollagen fibersที่อยู่ภายในannulus fibrosus
ในlumbar discนั้น fiberแต่ละชั้นของannulus fibrosus จะวางตัวเฉียงๆ ทำมุมเอียง65°จากแนวvertical ส่วนlayerถัดมาจะวางตัวทำมุมเดียวกัน แต่จะเฉียงในทิศทางตรงกันข้าม สลับกันลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ
การวางตัวในลักษณะนี้มีข้อดีคือจะทำให้discทนได้ทั้งแรงdistraction(แรงดึง), shear force(แรงเฉือน)รวมถึงtorsion(แรงบิดหมุน) เพราะถ้าfiberวางตัวตรงๆในแนวvertical discก็จะรับแรงdistractionได้ดีแต่ก็จะรับแรงshear forceหรือtorsionไม่ได้ ในขณะเดียวกันถ้าfiberทั้งหมดวางตัวในแนวนอน ขนานไปกับvertebral body discก็จะรับต่อแรงshear forceและtorsionได้ดี แต่ก็จะทนต่อแรงdistractionได้น้อย
ดังนั้น การทำมุม65° จะเป็นมุมที่เหมาะสมที่จะส่งผ่านแรงเมื่อเกิดmovementของlumbar spine เมื่อlumbar spineเกิดการmovementจะเกิดแรงdistraction, torsionหรือshear forceเกิดขึ้นเสมอ การที่แต่ละlayerของannulus วางตัวคนละด้านจึงทำให้สามารถทนต่อแรงได้ทุกdirection จึงทำให้เกิดstabilizationของlumbar spineครับ
รูปแบบการวางตัวของannulusลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดในspineทุกระดับ ในระดับของcervical regionนั้น annulusจะไม่ได้formตัวครบวงรอบnucleusเป็นconcentric ringเหมือนกับในlumbar ถ้ามองจากทางด้านบน annulusจะเป็นcrescent shapeที่มีความหนาทางด้านหน้า
ด้านข้างจะบางกว่า ส่วนในuncovertebral jointจะแทบไม่มีfiberของannulus ความแตกต่างกันของลักษณะของdiscนี้ทำให้ความสามารถในการรับและกระจายแรงก็จะแตกต่างกันด้วยครับ
ความสามารถในการสร้างstabilizationให้กับspine นอกจากจะมาจากโครงสร้างของannulusที่ทนต่อแรงในdirectionต่างๆแล้ว intervertebral discยังมีความสามารถในการเป็นshock absorberอีกด้วยครับ
ในท่าstanding uprightนั้น ประมาณ80%ของน้ำหนักตัวจะถูกsupportผ่านinterbody joint ในขณะที่อีก20% จะถูกsupportผ่านposterior element เช่นfacet jointและlamina
Intervertebral disc ถูกออกแบบมาเป็นshock absorber เพื่อปกป้องspineจากแรงกดที่มากเกินไป ซึ่งอาจจะมาน้ำหนักตัวหรือmuscle contraction เมื่อเกิดcompressive forceขึ้น nucleusซึ่งมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก จะสามารถกระจายไปทางด้านข้างเกิดการstretchต่อannulus fibrosus และแรงบางส่วนจะถูกส่งต่อไปยังspineชิ้นถัดไป แต่เมื่อcompressive forceออกไปแล้ว elasticและcollagenก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิม พร้อมสำหรับการรับloadได้ใหม่ กลไกนี้ทำให้เมื่อเกิดcompression forceแรงจะไม่ตกไปอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งมากเป็นพิเศษครับ
นอกจากนี้discซึ่งมีคุณสมบัติviscoelastic properties จึงทำให้discทนต่อแรงที่เกิดขึ้นเร็วและแรงได้ดีกว่าloadที่เกิดแบบช้าๆ (discจะflexibleเมื่อได้รับlow load แต่จะrigidเมื่อได้รับhigh load)
อีกหน้าที่หนึ่งของdiscคือ มีส่วนช่วยเมื่อเกิดการเคลื่อนไหว ถ้าหากว่าระหว่างspineแต่ละชิ้นไม่มีdiscอยู่ตรงกลาง เป็นแค่boneชนbone องศาการเคลื่อนไหวในทุกทิศทางจะเกิดได้น้อยมากเพราะจะเกิดการเบียดกันกันระหว่างvertebral body เมื่อมีdiscซึ่งเป็นsoft tissueมาอยู่ตรงกลาง จึงทำให้องศาการเคลื่อนไหวโดยรวมเกิดได้มากขึ้น
โดยเมื่อเกิดextension intervertebral space ทางด้านหลังจะแคบลง ทำให้nucleusถูกดันมาทางด้านหน้า เพิ่มtensionให้กับannulusทางด้านหน้า ดันdiscให้กลับเข้าที่ ส่วนตอนที่เกิดflexion จะกลับกันคือintervertebral spaceทางด้านหน้าจะแคบลง ดันให้nucleusเคลื่อนไปทางด้านหลัง เพิ่มtensionให้กับannulusทางด้านหลัง เพิ่มpressureภายในintervertebral discครับ
ในขณะที่เมื่อเกิดlateral flexion nucleusจะถูกดันไปด้านตรงข้าม และเมื่อเกิดrotationจะเกิดการstretchต่อoblique fiberของannulus ทำให้nucleusยิ่งถูกcompressมากขึ้น เป็นที่มาว่าทำไมเมื่อเกิดmovement flexionร่วมกับrotation จึงเกิดการtearของannulus เพราะยิ่งเป็นการเพิ่มpressureภายในnucleusที่มาดันต่อannulusนั่นเอง
ทั้งหมดนี้คือหน้าที่ของintervertebral disc ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อทั้งการstabilizationของกระดูกสันหลัง รวมทั้งมีส่วนช่วยเรื่องการเคลื่อนไหวอีกด้วยครับ
ถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้ผมฝากกด like กดแชร์ กดติดตามเพจphysioupskillด้วยนะครับ ส่วนถ้าใครมีข้อสงสัยอะไรก็commentไว้ด้านล่างได้เลยครับ
_PhysioUpskill_
#Physioupskill
⭐สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถอ่านบทความอื่นๆได้ที่
https://physioupskill.com/บทความ/
หรือดูรายละเอียดคอร์สเรียนของเพจได้ที่
https://physioupskill.com/คอร์สเรียน/
ได้เลยครับ
Ref.
Neumann, D. A. (2016). Kinesiology of the Musculoskeletal System: Foundations for Rehabilitation. Mosby.
Drake, R., Vogl, A. W., & Mitchell, A. W. M. (2019). Gray’s Anatomy for Students.
General Anatomy and Musculoskeletal System (THIEME Atlas of Anatomy) (THIEME Atlas of Anatomy, 1) (3rd ed.). Thieme. Elsevier.
Md, I. K. A. (2008). The Physiology of the Joints, volume III (6th ed.). Churchill Livingstone.
Foster, M. A. (2019). Therapeutic Kinesiology: Musculoskeletal Systems, Palpation, and Body Mechanics (1st ed.). Pearson.
1 บันทึก
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย