28 มิ.ย. 2023 เวลา 03:01 • ความคิดเห็น
บทเรียนสำคัญจากกระดาษและถังขยะ
ครูคนหนึ่งสอนบทเรียนล้ำค่าเกี่ยวกับ "โอกาสในชีวิต" ด้วยกระ
ดาษและถังขยะ!!
แม้ความรู้หลายอย่างจะสอนได้ด้วยตำรา แต่ก็ยังมีบทเรียนชีวิต
อีกมากมายที่ตำราอธิบายไม่ได้ และคุณครูคนหนึ่งก็ได้คิดค้น
วิธีสอนเกี่ยวกับ "โอกาสในชีวิต" ด้วยการใช้เพียงกระดาษและ
ถังขยะ!
พอเริ่มคาบสอน ครูสั่งให้นักเรียนฉีกกระดาษออกมาหนึ่งแผ่น
แล้วให้ขยำเป็นก้อน จากนั้นก็ลากถังขยะชิ้นหนึ่งมาหน้าคลาส
เขาบอกว่า
"เกมนี้เล่นง่ายๆ ครูอยากให้พวกเธอลองสมมติว่าตัวเองเป็นประ
ชากรของประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าทุกคน ก็ต้องอยากมีโอกาสประ
สบความสำเร็จ มีโอกาสร่ำรวยใช่มั้ยล่ะ?"
"และวิธีที่พวกเธอจะประสบความสำเร็จได้ก็คือ เธอต้องโยนกระ
ดาษในมือลงในถังขยะตรงนี้ให้ได้…เอ้าลองดูสิ"
แต่ก่อนเกมจะเริ่ม นักเรียนที่นั่งอยู่แถวหลังสุดของชั้นเรียนก็ยก
มือบอกว่า
 
"ครูฮะ แบบนี้มันไม่ยุติธรรมนี่ ผมนั่งอยู่ด้านหลัง ฉะนั้นคนที่อยู่
'แถวหน้า' ก็ต้องมีโอกาสโยนลงถังมากกว่า"
จากนั้นนักเรียนทุกคนก็เริ่มปากระดาษลงไปในถังขยะ…และผล
ลัพธ์ก็ออกมาตามคาด ซึ่งคนส่วนมากที่โยนกระดาษลงถังคือ
นักเรียนแถวหน้า (แต่ไม่ใช่ทุกคนที่โยนลง) และนักเรียนที่นั่ง
หลังห้องบางคนก็โยนลงเช่นกัน (แต่น้อยมาก)
ซึ่งคุณครูสรุปไว้ว่า
"นี่ล่ะครับ แต่ละคนมีต้นทุนชีวิตและมีโอกาสไม่เท่ากัน ซึ่งยิ่ง
การอยู่หน้าแถวก็เปรียบเหมือนการที่คุณเกิดมารวย หรือการที่
คุณมาเรียนหนังสือ ก็หมายความว่าคุณกำลังมีโอกาสมากกว่า
คนทั่วไป ส่วนคนที่นั่งหลังห้องก็เปรียบเหมือนพวกที่ชีวิตติดลบ
หรือบ้านยากจน"
"ฉะนั้นถ้าจะให้ครูพูดย้ำแบบชัดๆก็คือ ทุกคนไม่มีทางได้โอกาส
ที่เท่าเทียมกัน และยังไงคนที่อยู่หน้าแถว ก็มีโอกาสมากกว่า
เพราะเค้าอยู่ห่างถังขยะแค่ 10 ฟุต"
"แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คนนั่งด้านหลังมีต้นทุนติดลบต้อง
ยอมแพ้นะ เพราะตอนนี้พวกเธอทุกคนในห้องนี้ได้รับการศึกษา
แล้ว และหน้าที่ของพวกเธอก็คือ การใช้ ‘การศึกษา’ ในทางที่
ถูกต้อง และให้มันนำไปสู่โอกาสในการเข้าถึงหน้าที่การงานที่ดี
ทุ่มเททำมันให้ดีที่สุด ซึ่งคุณก็จะกลายเป็นคนประสบความสำ
เร็จในท้ายที่สุดนั่นเอง"
พ่อแม่ชาวไทย ตีค่าใบปริญญาลูกรักสูงมาก เพราะเราอยู่ในกระบวนการจ่ายเงินจริง ด้วยราคาสูงอย่าง
ยากลำบ าก ยาวนาน 20 ปี
นายจ้าง กลับต ี ค่าไม่สูงเท่าพ่อแม่ กลับมีคำถามใหญ่ ๆ 3 คำถาม คือ
1.ลูกคุณทำอะไรเป็นบ้าง
2.ลูกคุณเคยทำอะไรสำเร็จมาบ้าง
3.ลูกคุณจะมาสร้างความสำเร็จอะไรให้ที่นี่
อ ย่ า ลืมว่ายุคนี้ คือ ยุคที่เปิดกว้าง..
“คนอินเดีย “ พร้อมบินมาทำงานที่ กทม. เขียนโปรแกรมเก่ง ยังกับคลอดออกมาจากคอมพิวเตอร์
แถมขยันขันแข็ง ยังกับหุ่นยนต์
“คนฟิลิปปินส์ อินโด มาเลย์ “ พร้อมจะบินมาทำงานที่กรุงเทพ พวกเขาเก่งภาษาอังกฤษ ลอจิกดี คุมงาน
เป็นหัวหน้าโปรเจคต์ พรีเซนต์ดี ไม่แพ้ฝรั่ง
“คนจีน “ ไม่ต้องพูดถึง ความขยันอ่าน ขยันขายของ ขยันพบลูกค้า ใจสู้มาก ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
โดนด่า ไม่ยุบ พวกนี้ คือ ยอดเซลล์แมน
แต่ กับคนไทย ปริญญามหาลัยมันเริ่มจะเบลอ ๆ ไม่ศักดิ์สิทธิ์ เหมือนรุ่นพ่อแม่ แน่นอนว่าย่อมมี บางคนได้ไปต่อเจริญรุ่งเรืองโกอินเตอร์ แต่ก็มีจำนวนมากที่แป้ก ตั้งแต่อายุยังน้อย
การศึกษานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่หลายๆ คนยังจำกัดคำว่า “การศึกษา”ไว้ในแค่ห้องเรียน ตัดสินว่าคนนั้นมีการศึกษาหรือ ไม่มีความรู้ จากวุฒิที่เรียนจบออกมา และ หลายๆ คนนั้น ก็เชื่อว่าการที่ได้เรียนจบสูงนั้นก็จะทำให้เรานั้นมีหน้าที่การงานที่ดี
🍃 คนเรามีโอกาสไม่เท่ากัน แต่เราทุกคนก็สามารถมีความฝันเป็นของตัวเองได้ ....ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม ก็เพิ่งอย่าทิ้งความฝันที่ตัวเองมี แต่จงพยายามหาจังหวะและโอกาสที่จะทำตามความฝันของตัวเองให้ได้
แล้ววันหนึ่งที่ได้มายืนดูความฝันอยู่ตรงหน้า เราจะยิ้มแบบมีความสุขชนิดที่ว่า “คุ้มแล้วชีวิตนี้” 💚
โฆษณา