30 มิ.ย. 2023 เวลา 11:44 • สุขภาพ

💖การใช้ยาคุมกำเนิดในคนอ้วน

🌸ห่วงอนามัยคุมกำเนิด​ (Intrauterine device)
มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด​ โดยไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักตัว​ หรือ​ BMI
💮ยาฝังคุมกำเนิด​ (Progestogen-only implants)
ยาฝังคุมกำเนิดชนิด​ etonogestrel (ENG) implant ประสิทธิภาพ​ในการคุมกำเนิดไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักตัว​ หรือ​ BMI​
การฝัง​ 1 ครั้ง​ จะคุมกำเนิดได้นาน 3 ปี
🏵️ยาฉีดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (Progestogen-only injectable)​
ประสิทธิภาพ​ในการคุมกำเนิด​ของ​ depot medroxyprogesterone acetate (DMPA) ไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักตัว​ หรือ​ BMI​
ทำให้น้ำหนักเพิ่มในบางคนที่มีอายุต่ำกว่า​ 18 ปี​ ที่มี​ BMI ≥30 kg/m2
จากหลักฐานที่จำกัด​ ไม่สามารถตัดประเด็นที่ว่า​ DMPA​ อาจสัมพันธ์​กับการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous Thromboembolism: VTE)
ในขณะที่ความอ้วนไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการใช้ยาฉีดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว​ แต่ความอ้วนเป็นหนึ่งในหลายๆปัจจัย​เสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular diseases)​
Clinical recommendation
For women with obesity:
► If using intramuscular DMPA or norethisterone enanthate injectable, consider use of a
longer-length needle or deltoid administration to ensure the muscle layer is reached.
► Consider use of subcutaneous DMPA.
🌹ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (Progestin only pill; POPs)
ประสิทธิภาพ​ในการคุมกำเนิดไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักตัว​ หรือ​ BMI​ สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย
ไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า​
🌺ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม​ (Combined hormonal contraception ; CHC)
หญิงที่มี​ BMI​ ≥30–34 kg/m2 สามารถใช้ได้​ แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
หญิงที่มี​ BMI ≥35 kg/m2​ ควรหลีกเลี่ยงการใช้​ เว้นแต่ไม่มีทางเลือกอื่น
🔅ยาคุมกำเนิดฮอร์โมนรวมชนิดกิน
หลักฐานส่วนใหญ่บ่งชี้​ว่าประสิทธิภาพ​ในการคุมกำเนิดไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักตัว​ หรือ​ BMI​
🔅วงแหวนสอดช่องคลอดคุมกำเนิด (vaginal ring)
มีหลักฐาน​จำนวนจำกัด​ (Limited evidence) ที่บ่งบอกว่า​ประสิทธิภาพ​ในการคุมกำเนิดไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักตัว​ หรือ​ BMI​
🔅แผ่นแปะคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม
มีหลักฐาน​จำนวนจำกัด​ (Limited evidence) ที่บ่งบอกว่า​ ประสิทธิภาพ​ในการคุมกำเนิดลดลง​ เมื่อใช้กับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า​ 90​ กิโลกรัม
Clinical recommendation
ควรให้ข้อมูลกับผู้ใช้ยาดังนี้:
► การเกิดลิ่มเลือดอุดตัน (Thrombosis)​ สามารถเกิดได้มากขึ้น​ ตาม BMI​ ที่เพิ่มขึ้น
► การใช้ยาคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม CHC มีความสัมพันธ์​กับการเกิด​ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (Venous Thromboembolism: VTE)
► การใช้ยาคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม CHC อาจทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน​ (myocardial infarction) หรือหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic stroke)​จากหลอดเลือดแดงแข็งตัวหรือมีไขมันเกาะที่ผนังของหลอดเลือด ซึ่งเกิดได้เพียงเล็กน้อย​ (small increased risk)
► ถ้า BMI ≥35 kg/m2 ไม่ควรใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (risks outweigh the benefits)
🌷ยาคุมฉุกเฉิน​ Emergency contraception (EC)
🔅ยาคุมฉุกเฉินที่มีฮอร์โมน levonorgestrel ในขนาดสูง​ (1.5 mg levonorgestrel emergency contraception ;LNG-EC)
มีประสิทธิภาพลดลงในผู้ที่มีน้ำหนักมากกว่า​ 70​ กิโลกรัม​ หรือ​ BMI >26 kg/m2
ไม่มีผลยืนยันว่าการกินยาเพิ่มเป็นสองเท่า​ (3 มิลลิกรัม) จะทำให้ประสิทธิภาพ​ของยาเพิ่มขึ้น
🔅Ulipristal acetate EC (UPA-EC) / ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย
มีประสิทธิภาพลดลงในผู้ที่มีน้ำหนักมากกว่า​ 85​ กิโลกรัม​ หรือ​ BMI >30 kg/m2
ห้ามเพิ่มขนาดยาเป็น​ 2 เท่า
🔅ห่วงอนามัยชนิดหุ้มทองแดง (copper IUDs)
ประสิทธิภาพ​ในการคุมกำเนิดไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักตัว​ หรือ​ BMI
🗨️Clinical recommendation
⚠️การใช้ยาระบาย​ ยาจับไขมัน​ orlistat หรือ​ มีอาการอาเจียนหลังจากกินยา​คุม จะลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดชนิดกิน
⚠️ในกรณีผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร​ จะทำให้การดูดซึมยาลดลง​ ประสิทธิภาพ​ของยาคุมกำเนิดชนิดกินจะลดลง​ ควรใช้การคุมกำเนิด​วิธีอื่นนอกเหนือจากการกินยา
ก่อนการผ่าตัดใหญ่​ ควรหยุดใช้ยาคุมกำเนิดชนิด​ฮอร์โมน​รวมอย่างน้อย​ 4 สัปดาห์​ และใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นแทน
👩‍🔬ในคนอ้วนหรือผู้ที่มี​ BMI ≥30 kg/m2 มีความจำเป็น​ต้องระมัดระวังการใช้ยาบางชนิด​ เนื่องจากอาจเกิดปัญหา​จากการใช้ยา​ ซึ่งสามารถขอคำแนะนำ​ได้จากเภสัชกร​ประจำร้านยา
😄มี​ปัญหา​เรื่อง​การ​ใช้​ยา​ เชิญ​ปรึกษา​เภสัชกร​
.
.
💢
FSRH Clinical Guideline: Overweight, Obesity and Contraception (April 2019) Review date April 2024
.
.
BMI
🔢ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index หรือ BMI) คือ ตัวชี้วัดมาตรฐานเพื่อประเมินสภาวะของร่างกายว่า มีความสมดุลของน้ำหนักตัวต่อส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่
ค่า BMI สามารถใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองเพื่อระบุผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือภาวะอ้วน​ และผู้ที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานในผู้ใหญ่ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป
คำนวณโดยใช้สูตร
ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร) x ส่วนสูง (เมตร)
.
.
.
.
ℹ️นิยามของคนอ้วน
คนปกติ ควรมีค่า BMI อยู่ที่ 18.5 - 22.9 kg/m2
โดยชายที่รูปร่างสมส่วน ค่า BMI จะอยู่ที่ 22 –23
ในขณะที่หญิงที่รูปร่างสมส่วน ค่า BMI จะอยู่ที่ 19 –20
เกณฑ์การแปลผลค่า BMI
<18.5 ต่ำกว่าเกณฑ์
18.5-22.90 ปกติสมส่วน
23-24.90 น้ำหนักเกิน
25-29.90 อ้วนระดับ 1
>30 อ้วนระดับ 2
.
.
.
.
ℹ️อย่างไรก็ตาม แม้ว่าค่า BMI จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หากมีเส้นรอบเอวที่มากเกิน มีความเป็นไปได้ว่ามีไขมันสะสมที่ช่องท้องหรืออวัยวะภายในช่องท้องมากเกินไป หรืออาจเรียกอีกอย่างว่า ภาวะอ้วนลงพุง
ดังนั้นจึงมีวิธีการวัดเส้นรอบเอวดังนี้
อยู่ในลักษณะการยืน
ใช้สายวัด วัดบริเวณรอบสะดือให้ขนานกับพื้น
หายใจปกติ ไม่แขม่วท้อง และสายรัดต้องไม่แน่นจนเกินไป
โดยผู้ชายควรมีรอบเอวไม่เกิน 90 ซม. หรือ 35.4 นิ้ว
ส่วนผู้หญิงควรมีรอบเอวไม่เกิน 80 ซม. หรือ 31.5 นิ้ว
🔷ในปัจจุบันนี้​ ถึงแม้ว่าจะมีค่า​ BMI​ ที่บ่งบอกว่าอ้วน​ แต่ถ้าสุขภาพโดยรวมเป็นปกติ​ เช่น​ ไม่มีความดันโลหิตสูง​ ไม่เป็นโรคเบาหวาน​ หรือไขมันในเลือดเป็นปกติ​ ก็ถือว่ามีสุขภาพดี​ จัดว่าเป็น​ metabolically healthy obesity​ ซึ่งไม่ถือว่าเป็นโรค
แต่อย่างไรก็ตาม​ การมีน้ำหนักมากหรือน้อยจะมีผลต่อการใช้ยาบางชนิด​ อาทิเช่น​ ยาพาราเซตามอล​ ที่ต้องกินยาตามน้ำหนักตัว​ (ไม่ได้กินยาตามอายุ)​ ปริมาณ​ยาที่กินในแต่ละครั้งจะได้จากการคำนวณ​เทียบกับน้ำหนักตัว​ ซึ่งอยู่ในขนาด​ 10 – 15 มก./กก.​​​ หากได้รับยาเกินขนาด
(150 มก./กก.ของน้ำหนักตัว ภายในครั้งเดียว หรือกินต่อเนื่องเกิน 150 มก./กก.ของน้ำหนักตัว ภายใน 1-2 วัน หรือ เกิน 100 มก./กก.ของน้ำหนักตัว ภายใน 3วัน) อาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ซึมลง ความดันลดลง หรือในบางรายที่กินเกินขนาดมากๆ อาจส่งผลให้การทำงานของตับและไตเสียได้​
หรือในกรณีคนอ้วนที่ใช้ยาปรับฮอร์โมน​ หรือยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน​รวม​ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ ชนิด deep venous thrombosis ราว 3-6 เท่า​ เมื่ิอเทียบกับผู้ที่ไม่ใช้
หากเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดแผ่นแปะผิวหนัง (transdermal patch) และชนิดวงแหวนช่องคลอด (vaginal ring) พบความเสี่ยงดังกล่าวเพิ่มขึ้นราว 8 เท่าและ 6.5 เท่า ตามลำดับ
หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโพรเจสตินอย่างเดียวไม่เพิ่มความเสี่ยง
ส่วนคนอ้วนทั่วไปที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ฮอร์โมนคุมกำเนิดเมื่อเทียบกับคนที่ไม่อ้วนและไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ฮอร์โมนคุมกำเนิด
พบความเสี่ยงต่อ deep venous thrombosis เพิ่มขึ้น 2.5 เท่าหากคิดทุกช่วงอายุ และเพิ่มขึ้น 5.2 เท่าในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี
ความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดอุดตันที่ปอด (pulmonary embolism) เพิ่มขึ้น 2.1 เท่าหากคิดทุกช่วงอายุ และเพิ่มขึ้น 5.2 เท่าในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี
ดังนั้นผู้ที่มีน้ำหนักมาก​ และจำเป็นต้องใช้ยาบางชนิด​ ควรปรึกษา​กับเภสัชกรว่ายาที่ใช้ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่​ ขนาดยาที่ใช้ถูกต้องหรือไม่ ควรเปลี่ยนไปใช้ยาอื่นที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าหรือไม่​ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาของตัวท่านเอง
😄มี​ปัญหา​เรื่อง​การ​ใช้​ยา​ เชิญ​ปรึกษา​เภสัชกร​
.
.
POSTED 2023.06.30
บทความอื่น
ความรู้เรื่องยาคุมกำเนิด
ทำไมต้องกินยาคุม
เปลี่ยนยาคุมกำเนิด ทำอย่างไรดี
🔰ลืมกินยาคุมทำอย่างไร🔰
ฮอร์โมน​สำหรับ​หญิงข้ามเพศ
ยาคุมสำหรับผู้ชาย
โฆษณา