6 ก.ค. 2023 เวลา 05:28 • ไลฟ์สไตล์

เราทดลอง “ขาย” “สินค้า” มาหลายอย่าง

ตั้งแต่หวย ล็อตเตอรี่ สบู่ ครีมกันแดด สเปรย์แอลกอฮอล์ โฟมล้างหน้าสั่งนำเข้ามาจากญี่ปุ่น อาหารเสริม ฯ หลายอย่างมาก
แต่มันไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่ทำให้รู้สึกว่า มันจะต่อยอดความสำเร็จได้ มีบทเรียนหลายข้อ ว่าทำไมถึงไปไม่รอด อาจไม่สาธยายตรงนี้ แต่ถ้าใครกำลังมองหาอาชีพเสริมแล้วอยากลองขายสินค้าอะไรสักอย่าง ก็ทักมาคุยเรื่องนี้ได้นะ ยินดีแชร์ประสบการณ์
เอาล่ะ แล้วก็มาเจอสินค้าที่เรียกว่า “ประกัน”
โดยแม่เป็นคนแนะนำ วันนั้นอยู่ที่บ้าน กินข้าวเที่ยงกัน(จำได้) แม่ก็นำเสนอว่า เนี่ย ไม่ต้องไปหาของมาขายหรอก เราคนทุนน้อย กำลังเริ่มต้น การต้องแบกต้นทุน แบกสต๊อค มันสู้เจ้าใหญ่ สู้คนอื่นยาก ยิ่งไม่ได้ทำแบบฟูลไทม์ด้วยยิ่งยาก (เออวะ! แม่พูดถูก) นี่แม่เห็นในเฟสบุค เขามีอบรมนายหน้า/ตัวแทนขายประกัน แม่ว่า ขายประกันก็ดีนะ คนซื้ออยู่แล้ว ประกันรถยนต์ และเราไม่ต้องแบกต้นทุน
จากนั้นมา ก็เรียนรู้ ศึกษา จนสอบใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัยได้และลองขายมาเรื่อย ๆ ปรากฎว่า เออ ชอบเว๊ย สนุก ไม่เคยอิดออดเบื่อหน่าย เวลามีคนทักมาถาม เช็คเบี้ยประกันรถให้หน่อย มีประกันสุขภาพมั๊ย มีประกันการเดินทางต่างประเทศมั๊ย ประกันการขนส่งสินค้ามีมั๊ย เช็คให้หน่อย …
คือเสียงเหล่านี้เป็นเสียงสวรรค์อ่ะ สำหรับเรา มันสนุกที่พอเช็คเบี้ยให้แล้ว อ่านข้อมูลดูการเปรียบเทียบ (พื้นฐานเราเป็นคนอ่านแล้วประมวลผลข้อมูลได้เร็ว) แล้วพอแนะนำลูกค้าไป เขาเก็ต เขาซื้อ มันใจฟู จนมาสู่การสอบใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตอีกใบ เพื่อเรียนรู้ ศึกษา และขายผลิตภัณฑ์ฝั่งประกันชีวิตได้ด้วย (ถ้าไม่มีใบอนุญาตขายไม่ได้เด้อ ผิดกฎหมาย)
จนมาทุกวันนี้เริ่มรู้สึก เออ! จริงจังละ เพราะชอบและมันทำแล้วสนุกจริง ๆ มันสนุกเพราะถูกจริตกับงานข้อมูล แต่ก็มีคำถามสำคัญที่ทำให้ได้ค้นหาคุณค่าของวิชาชีพนี้ ว่ามันมีประโยชน์อะไรต่อสังคมวะ
คำตอบที่เจอก็คือ เรายังคงเป็นหนึ่งคนที่ยืนยันว่าประเทศนี้ต้องเป็นรัฐสวัสดิการ การเข้าถึงการรักษาพยาบาลระบบเดียวที่ดี มีคุณภาพ ต้องเกิดขึ้น การที่เด็ก ๆ ได้เรียนฟรีต้องเกิดขึ้น การมีขนส่งสาธารณะที่ดี มีคุณภาพ ราคาถูกต้องเกิดขึ้น จะได้ไม่ต้องซื้อรถใช้กัน ฯลฯ
แต่ ณ วันนี้ที่มันยังไม่เกิดขึ้น ในระดับบุคคลหรือในระดับครัวเรือนจะมีแนวทางบริหารจัดการการเงินได้ยังไงบ้าง เพื่อให้รอดในแต่ละเดือนและเพื่อให้มีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งการทำประกันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการเงินเท่านั้น(เป็นการโอนความเสี่ยงในการสูญเสียเงินก้อน/เงินออม/หรือเป็นหนี้เพิ่ม) ยังมีเรื่องการกำหนดเพดานหนี้ เทคนิคการเครียร์หนี้ - ปิดหนี้ รวมถึงการวางแผนใช้เงินก้อนด้วยซึ่งประกันบางตัวก็ตอบโจทย์เรื่องการออมได้ด้วย
สรุปแล้ว เราเลือกขายประกันเพราะพบว่ามันเป็นงานข้อมูลชนิดหนึ่งที่ดันถูกจริต ทำแล้วสนุก จนนำมาสู่การค้นพบว่า จริง ๆ แล้ว หัวใจที่แท้จริงของมันคือการวางแผนทางการเงินหรือการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลซึ่งก็เป็นงานข้อมูลอีก และรู้สึกว่า เออ! นี่แหละ! คุณค่าของวิชาชีพนี้ - คุณค่าของงานที่ทำ คือการเอื้ออำนายช่วยเหลือให้บุคคลมีแนวทางในการบริหารการเงินแต่ละเดือนของตนเองเพื่อรอดและมั่นคงให้ได้ในประเทศที่ยากลำบากนี้
พอพบหัวใจของงานที่ทำ ม้อตโต้ เน้นคุย ไม่เน้นขาย จึงเกิดขึ้น คือเน้นปรึกษาหารือ (ฟรี) (ปกติพวกที่มีคุณวุฒิทางการเงิน - CFP เขาคิดค่าปรึกษานะ)
ปล. ช่วงปีก่อน ใจนึกอยากเรียนโท (อีกแล้วๆๆๆๆๆ) แต่พอมาลงลึกเรื่องการเงิน เลยทำให้เคาะกับตัวเองได้ชัดเจนแล้วว่า ไม่! ไม่เรียนโท แต่จะไปเรียนคุณวุฒิ CFP ให้แน่น ๆ ข้อมูลมากขึ้น …. ถ้าเรียนมาแล้วก็กะว่าจะไม่คิดเงินค่าปรึกษาหรอกนะ เป็นพวกหัวเอียงซ้ายก็เงี๊ยะ 555555555

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา