13 ก.ค. 2023 เวลา 03:00 • ศิลปะ & ออกแบบ

“เสรีภาพนำประชาชน”( Liberty Leading the People)

ชมภาพวาดเพื่อระลึกถึงการปฏิวัติเดือนกรกฎาคมปี 1830 ของประเทศฝรั่งเศส
ผลงาน “เสรีภาพนำประชาชน” ( Liberty Leading the People, 1830) โดย แฟร์ดีนองด์ วิคตอร์ เออแฌน เดอลาครัวซ์ (Ferdinand Victor Eugène Delacroix)
เดอลาครัวซ์วาดภาพ“เสรีภาพนำประชาชน”ขึ้นในปี 1830 ภาพวาดเสร็จสมบูรณ์หลังจากผ่านเหตุการณ์การปฏิวัติเดือนกรกฎาคม (July Revolution) ได้ 3 เดือน การปฏิวัติเดือนกรกฎาคม หรือที่เรียกว่าการปฏิวัติ“สามวันอันรุ่งโรจน์”(Les Trois Glorieuses) เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 27 - 29 กรกฎาคม ภายใต้การปกครองของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 10 กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์บูร์บง (Maison de Bourbon) ขึ้นครองราชย์หลังจากที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 น้องชายของเขาสวรรคต
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 10 ได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์ในปี 1824 หลังจากนั้นเป็นต้นมาสถานการณ์ในประเทศก็ไม่สู้ดีนัก เพราะกษัตริย์ได้ละเมิดอำนาจของสภา ทำให้การปกครองล้มเหลว ประชาชนเกิดความเสื่อมศรัทธาและได้รวมตัวกันเพื่อต่อต้านพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 10 ก่อให้เกิดความโกลาหลขึ้น
ประชาชนทั่วไป ผู้ใช้แรงงาน รวมไปถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยได้รวมตัวกันเพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นสาเหตุแห่งการจลาจลกลางกรุงปารีส ทำให้พระองค์ต้องสละราชบังลังก์ไป และทรงเลือก หลุยส์ ฟิลิปป์ที่ 1 ให้เป็นพระมหากษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศสในที่สุด
หากสังเกตฉากหลังของภาพจะพบว่ามหาวิหารน็อทร์-ดามถูกปกคลุมด้วยหมอกควัน เหลือเพียงยอดหอคอยเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้ ภาพส่วนหน้าเต็มไปด้วยความโกลาหล จุดเด่นของภาพคือหญิงสาวรูปร่างสันทัดมือขวาของเธอชูธงชาติฝรั่งเศส หรือธงไตรรงค์ (Tricolor) มีลักษณะเป็นธงสามสีที่มีแถบแนวตั้งสามแถบ คือ สีน้ำเงิน สีขาว และสีแดง มือซ้ายของเธอถือปืนปลายดาบ ชุดสีเหลืองของเธอข้างหนึ่งหลุดจากไหล่ เผยผิวเปลือยจากหน้าอกจนถึงเอว หญิงสาวก้าวไปข้างหน้าด้วยลักษณะที่ทรงพลังขณะที่เหลือบมองไปยังเหล่าพวกพ้องด้านหลัง
หมวกพรีเจียน (Phrygian Cap)
เธอสวมหมวกหมวกพรีเจียน (Phrygian Cap) หรือเรียกอีกอย่างว่า Liberty Cap เป็นหมวกทรงกรวยอ่อนที่มีปลายโค้งงอ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสครั้งแรกในปี 1789 หมวกพรีเจียนยังเป็นส่วนสำคัญของเครื่องแต่งกายในวัฒนธรรมโรมัน โดยทาสที่เป็นไทจะได้รับหมวกนี้เพื่อบ่งบอกสถานะของตนว่าได้รับการปลดปล่อยแล้ว
ข้างหลังของเธอคือผู้คนจากทุกสาขาอาชีพ และทุกวัย ชายที่อยู่ด้านซ้ายสุดถือดาบทหารราบที่ใช้ในช่วงสงครามนโปเลียน เสื้อผ้าของเขาบ่งบอกว่าเขาเป็นเพียงคนงานธรรมดาเท่านั้น
ข้าง ๆ ชายคนงาน เป็นชายหนุ่มที่มีฐานะ เขาแต่งกายอย่างผู้ดีด้วยชุดที่ตัดเย็บอย่างหรูหรา มีอาวุธคือปืนลูกซองสำหรับล่าสัตว์ ชายทั้งสองคนที่มีสถานะทางสังคมแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด จึงแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการปฏิวัติครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อผู้ที่ต่ำต้อยเท่านั้น แต่ยังเป็นไปเพื่อเพื่อผู้มีฐานะร่ำรวยด้วยเช่นกัน
เด็กหนุ่มทางด้านขวาของภาพวาดถือปืนพกสองกระบอกท่าทางดุเดือด สวมหมวกเบเรต์กำมะหยี่สีดำ ซึ่งเป็นหมวกของนักเรียนทั่วไป และสะพายกระเป๋าโรงเรียนหรือกระเป๋าคาร์ทริดจ์ที่มีตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนปักอยู่
บนพื้นที่เกลื่อนไปด้วยคนตายมีชายคนหนึ่งคลานเข้าหาร่างของหญิงสาว เขาสวมกางเกงขายาวสีดำ เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน คาดผ้าคาดเอวสีแดง เขากำลังจ้องมองมาที่เธอราวกับว่าเธอเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่รอด
ทางด้านซ้ายมีชายคนหนึ่งนอนเปลือยกายโดยมีถุงเท้าข้างเดียวอยู่บนเท้าที่ไร้ชีวิต ทางด้านขวามีชายสวมชุดทหารสองคน
ผลงาน “เสรีภาพนำประชาชน” นี้มีรูปแบบการจัดวางภาพแบบสามเหลี่ยม จึงทำให้หญิงสาวหนึ่งเดียวในภาพนี้เป็นส่วนที่โดดเด่นที่สุดของภาพ และเเม้ในประวัติศาสตร์ศิลปะส่วนมากแล้วศิลปินจะวาดภาพจากแบบจริง แต่หญิงสาวผู้นี้กลับไม่ได้มีต้นแบบมาจากผู้หญิงในประวัติศาสตร์แต่อย่างใด เธอคือ มารีแอนน์ (Marianne) เป็นบุคคลในอุดมคติ เป็นสัญลักษณ์และตัวแทนแห่งเสรีภาพในฝรั่งเศส เช่นเดียวกับเทพีเสรีภาพของสหรัฐอเมริกานั่นเอง
เดอลาครัวซ์วาดภาพ “เสรีภาพนำประชาชน” เพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสี่ยงชีวิตในช่วงการปฏิวัติเดือนกรกฎาคม และเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ประเทศฝรั่งเศส แม้ว่าเขาจะไม่ใช้ผู้ที่ร่วมสู้รบเพื่อประเทศ แต่เขาก็สมารถจารึกเหตุการณ์อันสำคัญยิ่งเช่นนี้ลงบนพื้นผ้าใบเพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ได้ เดอลาครัวซ์วาดภาพนี้เสร็จสมบูรณ์ภายในสามเดือนหลังจากเหตุการณ์การปฏิวัติเดือนกรกฎาคม และผลนี้งานถูกนำไปจัดแสดงร่วมกับผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการปฏิวัติอีก 23 ชิ้นที่นิทรรศการศิลปะซาลง (Salon) ในปี 1831
-ซับศิลป์-
ที่มา
โฆษณา