14 ก.ค. 2023 เวลา 14:00 • ธุรกิจ

การเกิดขึ้นของ Threads และ Reels ตอกย้ำ Meta ว่ากำลังจะเดินมาใกล้ถึงทางตัน

จะเรียกว่าเป็นกระแสฮือฮา หรือเรียกว่าเห่อลองของใหม่ของผู้คนทั่วโลกก็ไม่ผิดนัก เมื่อ "Meta" บริษัทผู้พัฒนาแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียรายใหญ่ของโลกทั้ง "Facebook" และ "Instagram" (ที่ไปซื้อกิจการคนอื่นมาทำต่อ)
2
ที่ล่าสุดได้มีการเปิดตัวแอปฯ ใหม่แกะกล่องอีกตัวอย่าง "Threds" ซึ่งเป็นสิ่งที่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้บริหารสูงสุดของ Meta เชื่อว่าจะมาฆ่า "Twitter" ที่ปัจจุบันอยู่ในมือของมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกอย่าง อีลอน มัสก์ ที่ช่วงนี้ดูท่าจะเจอมรสุมหนัก ทั้งวิกฤตด้านรายได้ จำนวนผู้ใช้งานที่ลดลง และปัญหาหนี้สินสะสมที่เกิดจากความบ้าระห่ำของมัสก์เป็นคนก่อเอาไว้
1
อย่างไรก็ตามโดยทัศนะส่วนตัวของผู้เขียนมองว่า การมาของ Threds นั้นไม่ใช่การสร้างนวัตกรรมใหม่ของ Meta อีกต่อไป เพราะจริงๆ แล้วมันคือการหมดมุขจะเดินต่อจนต้องขอก็อปปี้แอปฯ อื่นและสร้างขึ้นมาแข่ง
20
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Meta สร้างแพล็ตฟอร์มโซเชียลมีเดียขึ้นมาเพื่อหวังจะตีตลาดกับเจ้าอื่นๆ ที่สร้างขึ้นมาก่อนหน้า เมื่อปี 2022 ฟีเจอร์ Reels ได้ถูกปล่อยออกมาเพื่อรองรับคอนเทนต์วีดีโอสั้น แบบที่ TikTok ทำแล้วประสบความสำเร็จ
1
มาร์คเองกล่าวยอมรับว่า เทรนด์ของวีดีโอสั้นที่ Tiktok สร้างเทรด์นี้ขึ้นมานั้นมีอัตรการเติบโตและดึงดูดผู้คนให้เข้าไปใช้งานได้อย่างมหาศาล ซึ่งรวมไปถึงคนที่เคยติด Facebook งอมแงมมาก่อน แต่ปันใจไปอยู่ใน TikTok แทนซึ่งอัตรการดูคลิปของผู้คนนั้นสามารถดูดเวลาให้คนจดจ่อได้ยาวนานหลายชั่วโมงโดยไม่กดออกจากแอปฯ
1
อีกทั้งผู้ผลิตคอนเทนต์ยังได้รับโอกาสที่คอนเทนต์ที่โพสต์ออกไปจะเกิดการมองเห็นมากกว่า ไม่โดนปิดกั้นแบบที่ Faceook กำลังทำ นั่นทำให้ครีเอเตอร์จำนวนมากมุ่งไปหา TikTok โดยแทบไม่หันหลังกลับมาที่ Facebook เลย
1
Reels จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อท้าชนกับ TikTok แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังพูดได้ว่า Reels ไม่ประสบความสำเร็จนัก เพราะด้วยหน้าตาของ interface ที่แทบจะถอดแบบมาจาก TikTok อีกทั้งคอนเทนต์ก็แทบจะซ้ำกัน และไม่ได้มีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจ ทำให้ Reels ยังห่างไกลจากการเป็นคู่แข่งกับ TikTok แต่เป็นได้เพียงแค่ฟังชั่นหนึ่งของ Facebook หรือ Instagram เท่านั้นที่จะกดดูหรือไม่กดดูก็ได้
3
ทีนี้มาถึง Threds ที่เพิ่งเปิดตัวให้ดาวน์โหลดมาใช้กันสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้ (6 กรกฎาคม 2023) แม้ว่าภายในเวลาประมาณ 18 ชั่วโมงหลังจากเปิดตัวมีการลงทะเบียนมากกว่า 30 ล้านครั้ง และมาร์คเองก็พูดโอ่เลยว่านี่จะเป็นภัยคุกคามที่แท้จริงต่อ Twitter ที่ Elon Musk เป็นเจ้าของ
1
แต่การเปิดตัวแล้วมีคนเห่อมาทดลองใช้ของใหม่ในวันแรกๆ ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะผู้คนต่างก็อยากรู้อยากลองว่าใช้งานแล้วจะมีความรู้สึกอย่างไร แต่หลายเสียก็สะท้อนว่า ไม่ได้รู้สึกว้าว เพราะไม่ต่างอะไรกับการจำลองฟีเจอร์ฟีดข้อความบนทวีตเตอร์มาอยู่ในแอปฯ ใหม่
2
อีกทั้งยังมีลูกเล่นที่ค่อนข้างจำกัดหลายอย่างที่ยังไม่สามารถทดแทนเจ้านกฟ้าได้ในตอนนี้ ซึ่งกลายเป็นคำถามว่ามันจะดึงดูดให้คนดัง นักการเมือง หรือบุคคลทีชื่อเสียงในวงสังคมเข้ามาใช้บริการที่นี่ทำไม ในเมื่อ Twitter ยังคงสามารถใช้งานได้อยู่อย่างเพียงพอในปัจจุบัน
3
ความแตกต่างที่สําคัญอย่างหนึ่งจาก Twitter คือ Threads ไม่มีความสามารถในการส่งข้อความโดยตรงใด ๆ แม้จะทดแทนด้วย สามารถโพสต์ตัวอักษรมีความยาวได้สูงสุด 500 อักขระ คิดเป็นเกือบสองเท่าของทวีต และสามารถรวมลิงก์รูปภาพ และวิดีโอที่มีความยาวสูงสุด 5 นาที แต่ทวีตเตอร์สามารถโพสต์คลิปที่มีความยาวเกือบ 1 ชั่วโมงได้มาสักพักแล้ว
4
การที่ทำเลียนแบบเพื่อหวังจะอาศัยจังหวะเพลี่ยงพล้ำของคู่แข่ง มันสะท้อนได้ว่า Meta ที่อดีตเคยเป็นผู้นำในการพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในโลกออนไลน์ และเป็นผู้กำหนดให้โลกเกิดเทรนด์ของโซเชียลมีเดียจากการถือกำเนิดของ Facebook เมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ตอนนี้กำลังเผชิญกับการหมดมุขที่จะทำของใหม่หรือไม่ และใช้วิธีการลอกชาวบ้านมาทำของตัวเองแข่ง
6
แม้แต่นวัตกรรมของการสร้างโลกอวตารอย่าง Metaverse ที่ตอนแรกก็โฆษณาว่าจะเป็นการเปลี่ยนโลกเทคโนโลยีให้เข้าสู่ยุคใหม่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่สุดท้ายกลับแป๊กอย่างแรง ไม่มีใครสนใจใช้งานในระยะยาว และไม่สามารถสร้างเทรนด์ใหม่ๆ ได้ ซึ่ง Metaverse ได้ละลายเงินของบริษัทไปอย่างมหาศาลจน Meta ต้องปลดคนออกจำนวนมากเพราะเงินนับแสนล้านที่ลงไปนั้นจม และตอนนี้ก็ไม่มีใครพูดถึง Metavers อีกแล้ว
4
ยังไม่รวมอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นมาไม่ว่า Ray-ban Stories แว่นตาที่ทางบริษัทสร้างขึ้นเพื่อหวังจะเป็นสินค้าที่เชื่อมต่อโลกเทคโนโลยีกับโลกความเป็นจริงก็หายเงียบเข้ากลีบเมฆ เรียกได้ว่าไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่กับการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ภายใต้บริษัท Meta
2
ปัจจุบัน Meta กำลังเป็นบริษัทที่กำลังค่อยๆ ถอยหลังอย่างช้าๆ เหมือนร้านค้าเก่าที่ไม่ได้รับการปรับปรุงให้คนยังอยากเข้า ไม่ต้องดึงลูกค้าใหม่เข้ามาแค่รักษาลูกค้าเก่าให้อยู่ยังยาก เพราะขาดอะไรดึงดูดใจให้ยังอยู่ต่อ
โฆษณา