22 ก.ค. 2023 เวลา 13:58 • ดนตรี เพลง

[รีวิวอัลบั้ม] Pink Tape - Lil Uzi Vert

-Lil Uzi Vert แร็ปเปอร์ไซส์มินิตัวปุ๊กปี๊กแห่งฟิลาเดเฟียคือตัวจี๊ดแห่งยุคอย่างปฏิเสธไม่ได้ ด้วยภาพลักษณ์สุดหวือหวา มีลูกบ้าแห่งความบ้าพลังจนกลายเป็นจุดขายแห่งความเอ็นเตอร์เทนที่การันตีความบันเทิงเต็มสูบโดยที่ไม่ต้องใช้พลังสมองในการขบคิดอะไรมาก การเว้นว่างปล่อยผลงานเดี่ยวทีละ 3 ปี ซึ่งถือว่าโคตรยาวนานสำหรับศิลปินฮิปฮอปยุคนี้ แต่ด้วยระยะเวลาประมาณนี้เป็นการเว้นว่างที่ดีในการไม่ให้แฟนเพลงรู้สึกเบื่อในความถี่จนเกินไป ต่อให้ไม่มีโซโล่อัลบั้ม คุณก็ได้เห็นเขาไปฟีทกับศิลปินท่านอื่นอยู่ดี
-ไอ้ความที่ long time no see ของ Uzi นั้นเป็นการปรากฏตัวที่ค่อนข้างประเดี๋ยวประด๋าว มาแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ไม่ได้ทิ้งปรากฏการณ์บางอย่างให้เป็นที่น่าจดจำมากนัก การกลับมาด้วย ”เทปสีชมพู๊ววว” นี้ก็เช่นกัน ไม่มีได้มีความ special ใดๆทั้งสิ้น นอกจากการเป็นแร็ปเปอร์ที่ตามเทรนด์ ไม่ได้เป็นผู้นำ ซึ่ง Uzi ทำในสิ่งที่ไม่แตกต่างจาก Playboi Carti และ Trippie Redd มากนัก มันเต็มไปด้วยความคุ้นเคยของมุกเดิมๆที่ดันอิงแอบวัฒนธรรมได้อย่างฝืน nature ไปหน่อย
-ตอนที่ผมแปลข่าวการซุ่มทำงานของ Uzi ด้วยความดีดจัดจนมีเพลงในสต๊อกมากกว่า 680 เพลงในเวลา 1 ปีกว่า ผมก็เริ่มได้กลิ่น quantity over quality อย่างมีสาระสำคัญ และก็ต้องบอกว่า Pink Tape มีนิยามความเป็นเพลย์ลิสท์มากกว่าอัลบั้มเลยด้วยซ้ำ จำนวน 20 กว่าแทร็คเป็นกลยุทธ์หว่านแหที่ดูไม่ดีเอาเสียเลยในการมุ่งเป้า boost ยอดสตรีมมิ่งมากกว่าการใส่ความคิดสร้างสรรค์ในการเล่าเรื่อง การจัดเรียง vibe อันเป็นเสน่ห์ของการเสพย์อัลบั้ม
-ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่ได้เหมารวมว่าอัลบั้มที่มีจำนวน 20 แทร็คเป็นต้นไปทุกอัลบั้มว่าแย่เสมอไป แต่ด้วยปริมาณเช่นนี้ก็เป็นการยากมากๆที่คนฟังทุกคนสามารถตะลุยได้อย่างตลอดรอดฝั่ง Pink Tape จึงเป็นอัลบั้มที่เกินกว่าจะเต็มอิ่มด้วยความไม่รู้จักลดทอนหรือบันยะบันยัง คงมีคนดีดเท่านั้นที่ฟิตพอจะคล้อยตาม Uzi จริงๆ
-จากที่เคยมองว่า Luv is Rage 2 และ Eternal Atake นั้นแทบขับเคลื่อนไปทางอารมณ์มากกว่าการคงไว้ซึ่งความต่อเนื่องทางคอนเซ็ปต์ เมื่อเทียบกับ Pink Tape นั้น คงต้องบอกว่าสองอัลบั้มแรกนั้นดูดีเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่า Pink Tape เสียอีก เราคงไม่ได้อะไรไปมากกว่าความบันเทิงอันแสนซ้ำซากของการเดิน trap beat อันแสนคุ้นเคย การตะโกนโหวกเหวก whoa whoa whoa เพิ่มเติมคือ ad-lib หมาแยกเขี้ยวที่พอสร้างสีสันความเกรียน(ปนเรื้อน)ให้พอได้เนื้อเต้นขึ้นมาบ้าง
-สองแทร็คแรก Flooded the Face และ Suicide Doors ที่ดูทรงขึงขังจริงจัง พอสมราคาการกลับมา แต่พอมาเจอแทร็ค Aye ปุ๊บ ได้กลิ่นการโหวกเหวกมากกว่าการโชว์สกิล flow rap เหมือนสองแทร็คแรก ต่อให้ Travis Scott มาร่วมแจมก็ไม่ได้ส่งต่อพลังอะไรมาก
-การแสดงศักยภาพความเป็นผู้นำแฟชั่นใน Endless Fashion ก็ทำออกมาได้อย่างเลื่อนลอยในท่วงทำนองที่คุ้นเคยมากๆจากเพลง Blue (Da Ba Dee) ของ Eiffel 65 การคัฟเวอร์เพลง Chop Suey! ที่โคตรพ่อโคตรแม่คลาสสิคมากๆจาก System of the Down ในเพลง CS ที่ยิ่งทำยื่งระคนและเสี่ยงตีนจากสาวกฝั่งนูเมทัลดั้งเดิมด้วย
-การเชื้อเชิญ Bring Me the Horizon ในเพลง Werewolf ก็ไม่ต่างจากการหยิบยืมแชนนอลเพลงร็อคมาใส่ในอัลบั้มโดยที่เจ้าของอัลบั้มไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการ blend อะไรมากมาย นอกจากตะโกนเชียร์ข้างสนามก็เท่านั้น The End ของสาวๆ Babymetal ก็เช่นกัน มันแทบจะเป็น Outro ปิดท้ายเลยด้วยซ้ำ สองเพลงที่ประดับด้วยวงร็อคสตาร์อีกฟากฝั่งจึงกลายเป็นเพลงของแขกรับเชิญเสียมากกว่า
-อย่างที่ผมให้นิยามไว้ว่า นี่เป็นชุดเพลงแห่งการหว่านแหนั้น ก็คงจะจริง เพราะจุดประสงค์หลักคือ มันต้องมีเพลงโดนบ้างแหละ ซึ่งก็มีอยู่จำนวนนึงจริงๆฮะ ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย อย่างเช่นเพลง Amped ที่ถูกใช้เป็นทีเซอร์โปรโมทอัลบั้มก็เป็นเพลงแร็ปปรี๊ดๆสมราคาที่เรียกน้ำย่อย
-Fire Alarm ก็เดือดดาลได้ที่แบบนี้ซิวะ Pluto to Mars ก็ไหลตามบีทได้โฟลว์ดี Patience ที่ได้ Don Toliver มาก็เกินคาดมากๆ และผมดันชอบแทร็คนี้มากที่สุดด้วย ทั้งเสียงร้องแหลมปรี๊ดของพี่ดอนมาเป็นแบ็คกราวด์ช่างน่าขนลุก บีทก็ล้ำ เคมีเข้ากันทั้งเจ้าของเพลงและแขกรับเชิญ
-Days Come and Go เป็นการแชร์มุมมองที่น่าสนใจในการขับเคลื่อนตัวเองด้วย mindset แห่งการมองโลกในแง่ดี และไม่ลืมว่าตัวเองมาจากไหน มีท่อนนึงที่แร็ปถึงน้า Jay-Z ได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู ประมาณว่า ต่อให้กูมีเบอร์ส่วนตัวของน้าแก แต่ก็ไม่เคยโทรไปรบกวนแกก่อนเลยด้วยซ้ำ ซาบซึ้งที่น้าโทรมาว่า เงินเข้าบัญชีรึยัง?
-ในเพลง Rehab ก็เช่นกัน เป็นประสบการณ์การเข้ารับบำบัดเป็นการส่วนตัวที่เราได้เห็นมุมนิ่งๆของ Uzi ที่อย่างน้อยก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณแพทย์ประจำตัวและคนรอบข้างที่อยู่เคียงข้างในช่วงที่สภาวะจิตใจของเขาดาวน์ถึงขั้นสุด
-สุดท้ายก็อีหรอบเดิมที่ผมรู้สึกต่อ Uzi นั่นก็คือความไม่น่าจดจำและความประเดี๋ยวประด๋าวของความบันเทิงของ Punk Trap เชิงเกรี้ยวกราดที่เป็น fast fashion มาไวไปไวอีกเช่นเคย การมองหาแร็ปเปอร์รุ่นใหม่ใจ new school ที่คงไว้ซึ่งการเล่าเรื่องที่ดีและรู้จักการจัดสรรปริมาณที่เหมาะสมเพียงพอ คงเป็นเรื่องยากที่จะคาดหวัง
-น่าเสียดายที่ Uzi ไม่ได้กลับมาพร้อมความคาดหวังเหล่านั้น และ Pink Tape ก็ไม่ได้เป็นตัวแทนอะไรเลยนอกจากความบ้าพลังของแร็ปเปอร์ Just Wanna Rock ที่เลือกหยิบจับอะไรก็ตามที่เป็นกระแสมาสวมใส่โดยที่ไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองทางศักยภาพและความสุนทรีอย่างที่ควรจะเป็น และเป็นสิ่งที่ตลกร้ายมากๆกับการที่ teaser โปรโมทอัลบั้มดันน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าทั้งอัลบั้มจริงเสียอีก
เข้าทางคนรักสนุก แต่เหนื่อยที่จะคล้อยตาม
Top Tracks : Flooded the Face, Suicide Doors, Crush Em, Amped, Fire Alarm, Pluto to Mars,
Patience, Days Come and Go, Rehab
Give 5.5/10
Thx 4 Readin’
See Y’all
โฆษณา