Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วิเคราะห์บอลจริงจัง
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
28 ก.ค. 2023 เวลา 06:44 • กีฬา
ดราม่าใหญ่ของกีฬาไทย เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส โดนแบน 1 ปี เพราะตรวจสารกระตุ้นไม่ผ่าน
การแบนเพชรทนงของ ONE Championship ครั้งนี้ ผมฟังคำชี้แจงของทั้งสองฝ่ายแล้วครับ และเข้าใจทั้งสองมุม ขอลำดับไทม์ไลน์ให้เข้าใจง่ายนะครับ
เพชรทนง เริ่มต้นอาชีพจากมวยไทย ก่อนจะผันตัวมาต่อยคิกบ็อกซิ่งในปี 2010 และเดินสายไปชกต่างแดนเกือบ 10 ประเทศ ถือว่ามีประสบการณ์ช่ำชองมาก นอกจากนั้นยังเป็นเทรนเนอร์ ที่ดูแลการฝึกซ้อมให้ ซุปเปอร์บอน สิงห์มาวิน อีกต่างหาก คือเจ้าตัวอยู่ในแวดวงการต่อสู้มาโดยตลอด
เพชรทนง สร้างชื่อเสียงโด่งดังมากๆ ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2022 เมื่อเป็นผู้ท้าชิง แชมป์โลกคิกบ็อกซิ่งของ ONE รุ่นแบนตั้มเวท จากฮิโรกิ อากิโมโตะ จากญี่ปุ่น ปรากฏว่าหลังจากสู้ครบ 5 ยก เพชรทนง เอาชนะคะแนนแบบไม่เป็นเอกฉันท์ 2 ต่อ 1 เสียง คว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ
ในวันที่ได้แชมป์ ชาตรี ศิษย์ยอดธง ซีอีโอของ ONE โทรศัพท์สายตรงมาหา แล้วบอกว่าจะเพิ่มค่าขึ้นชกให้เพชรทนง ขั้นต่ำไฟต์ละ 4 ล้านบาท
ขณะที่เรื่องนอกสนาม เพชรทนง ไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อย เขาเรียนจบปริญญาตรี และมีแผนจะเรียนจบปริญญาเอกในอนาคต
นอกจากนั้น ยังเข้าไปช่วยสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย รับบทบาท "ที่ปรึกษา" ทีมชาติ ให้ความรู้นักมวยเยาวชน เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการ อธิบายว่า ทำไมเขาอายุ 37 ปีแล้ว แต่ยังดูแลตัวเองดี จนถึงขั้นคว้าแชมป์โลกได้
แต่นับจากวันที่ 19 พฤศจิกายน 2022 ที่ชนะฮิโรกิได้ เขาก็ยังไม่มีไฟต์ให้ชกอีกเลย เจ้าตัวก็รอคอยโอกาสอยู่ ว่าจะมาถึงในระยะเวลาอันใกล้
เข้าสู่ปี 2023 เพชรทนงมีอาการบาดเจ็บที่ข้อศอกซ้าย จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และคลีนิคเวชกรรมหลายแห่ง และมีการวินิจฉัยโรคออกมาว่า เขามีอาการ "จุดเกาะเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณข้อศอกซ้ายอักเสบ"
เพชรทนงจึงทำการรักษาด้วยหลายวิธีเช่น ทำกายภาพบำบัด, ฝังเข็ม, เลเซอร์ และหนึ่งในนั้นคือการฉีดยา หรือ Injection เข้าไปในร่างกาย
ปัญหาคือ สารสองตัวที่ถูกฉีดเข้าร่างกายของเพชรทนง มีชื่อว่า "เมธิโนโลน" และ "โบลดีโนน" มีผลดี ในการรักษาข้อศอกให้หาย แต่ประเด็นคือ ทั้งคู่เป็นสารต้องห้ามในลิสต์ของ WADA นักกีฬาไม่สามารถใช้ได้ เพราะมีผลพลอยได้ ทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น
คือถ้าคุณเป็นนักกีฬา จะไม่สามารถเอาสารสองตัวนี้ เข้าไปอยู่ในร่างกายได้เลย เพราะใช้เวลาหลายเดือน กว่าจะขับออกไปจากร่างกายได้หมด
เพชรทนงอธิบายว่า "ตอนที่ใช้ คิดว่าทำยังไงก็ได้ ให้หายจากอาการบาดเจ็บ เพราะเป็นช่วงที่ไม่มีการแข่งขันและไม่รู้จะแข่งอีกเมื่อไหร่"
ถ้าเกิดเว้นวรรคไปหลายเดือนพอ ทั้ง 2 สารเหล่านี้ ก็จะถูกขับออกไปเองตามกาลเวลา แต่ปัญหาก็คือ หลังจากฉีดไปได้ไม่นาน วันที่ 10 มิถุนายน 2023 ในศึก One Fight Night 11 ที่ลุมพินี ซุปเปอร์บอน ลงสู้กับทายฟุน ออซคาน จากตุรกี วันนั้นเพชรทนงก็เข้าไปเชียร์มวยตามปกติ
1
ทีนี้ ผู้ตรวจสารกระตุ้นจากองค์กรตรวจสารกระตุ้นนานาชาติ (IDTM) ได้ทำการแรนดอม สุ่มตรวจ นักกีฬาบางคนของ One ที่เข้ามาดูการชก แม้จะไม่ได้ขึ้นชกก็ตาม ซึ่งเพชรทนง ก็อยู่ในลิสต์ที่ต้องโดนสุ่มตรวจอย่างเซอร์ไพรส์ด้วย
วันนั้นเพชรทนงอธิบายคนตรวจว่า เขาเพิ่งไปทำการ Injection มาเพื่อรักษาโรค แต่คนตรวจไม่รับฟัง ต้องการแค่ปิดจ๊อบของตัวเองให้เสร็จ เพชรทนงจึงไม่มีทางเลือก ต้องเข้ารับการตรวจในวันนั้น
เมื่อได้ตัวอย่างแล้ว ทาง IDTM ส่งต่อไปยังแล็บวิจัยของมหาวิทยาลัยคาโรลินสก้า ที่ประเทศสวีเดน และก็แน่นอนว่า ก็ต้องพบเมธิโนโลน และ โบลดีโนน ในร่างกายของเพชรทนงอยู่แล้ว
ทาง IDTM จึงส่งเรื่องกลับมาให้ ONE Championship ว่าเจอสารสองตัวนี้ ในนักกีฬาของคุณนะ นั่นคือเหตุผลที่ ONE ตัดสินใจสั่งแบนเพชรทนง 1 ปี พร้อมกับริบเข็มขัดแชมป์ทันที
ไทม์ไลน์ เป็นไปตามนี้ครับ ไม่ได้มีความซับซ้อน แต่ในมุมของนักกีฬา ตัวเพชรทนงนั้น ออกมาร้องไห้ โดยบอกว่าเขาไม่รู้จริงๆ ว่าแพทย์ที่รักษาโรค ได้ใช้สารต้องห้าม 2 ตัวนี้ และอีกอย่างเขาคิดว่า โปรแกรมการแข่งก็ไม่รู้จะมีอีกเมื่อไหร่ เขาจึงตัดสินใจทำการ Injection เพื่อรักษาตัวเองให้หาย โดยไม่ได้ระวัง
นอกจากนั้นยังตั้งคำถามว่า ตอนที่เขาได้แชมป์โลก ในเดือนพฤศจิกายน 2022 ได้แชมป์มาอย่างถูกต้อง ตรวจโด๊ปก็ผ่านปกติ แล้วมาเจอสารกระตุ้นวันนี้ ในวันที่ไม่ได้ลงแข่งมาแล้วตั้ง 8 เดือน ต้องริบแชมป์ที่ได้มาจากวันนั้นทันทีเลยหรือ
ในมุมของเพชรทนง รู้สึกว่าเขากลายเป็นตัวร้ายของสังคม ที่ใช้สารกระตุ้นในอาชีพ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นเลย คือไฟต์ต่อไปของเขา ยังไม่มีการกำหนดเลยว่าจะชกเมื่อไหร่ด้วยซ้ำ แล้วเขาจะใช้สารกระตุ้นไปทำไม
นั่นคือมุมของนักกีฬาครับ แต่ในมุมของ ONE ได้แจ้งว่า ผู้จัดการแข่งขันชี้แจงตั้งแต่แรกแล้วว่า จะมีการสุ่มตรวจเป็นระยะ และนักกีฬาต้องรับผิดชอบร่างกายของตัวเองอยู่เสมอ ต้องรู้ว่ารับสารอะไรเข้าไปในร่างกาย
ONE เน้นย้ำคำว่า "ต้องการรักษามาตรฐานสูงสุดในฐานะนักกีฬาอาชีพเวทีระดับโลก" คือจะบอกว่า การแข่งเลเวลนี้ ไม่ว่าจะชก หรือไม่ชก คุณก็ต้องมีร่างกายที่คลีนตลอดเวลา ตรวจเจอเมื่อไหร่ก็จบ
คุณได้แจ้งแพทย์หรือเปล่าว่าเป็นนักกีฬา แล้วถ้าแจ้ง แพทย์ยังใช้สารเมธิโลโนน และ โบลดีโนน กับคุณอีกอย่างนั้นหรือ?
ส่วนตัวผมก็เข้าใจเพชรทนงอยู่นะครับ เขายอมรับว่า "ขาดความรู้" และ "ไม่ได้ระวังตัว" ใจจริงแค่อยากรักษาอาการบาดเจ็บให้หาย คือ เขาจะจงใจฉีดสารกระตุ้นไปทำไมในช่วงที่ไม่มีโปรแกรมแข่งขัน มันไม่ make sense
แต่ผมก็เข้าใจ ONE เช่นกัน ว่ากฎมันถูกออกแบบไว้อย่างนี้ นักกีฬาทุกคนต้องเข้าใจแต่แรก ว่าคุณจะเอาสารอะไรมั่วซั่วเข้าร่างกายไม่ได้ ถ้าผลจาก IDTM แจ้งว่านักกีฬามีสารกระตุ้น แต่ ONE นิ่งเฉย ไม่ทำอะไร แล้วกฎมันจะยังศักดิ์สิทธิ์อยู่ได้อย่างไร
1
สำหรับเรื่องสารกระตุ้น กับความพลั้งเผลอ ผมอยากยกตัวอย่าง 2 เคสครับ
1
เคสแรก คือ ริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2003 เจ้าหน้าที่ตรวจสารกระตุ้นของอังกฤษ ได้เข้าไปสุ่มตรวจที่สนามซ้อมแคร์ริงตัน ปรากฏว่า ริโอ ลืมไปว่าเจ้าหน้าที่จะมาวันนี้ พอซ้อมเสร็จ อาบน้ำ เขาขับรถเข้าเมืองไปห้างฮาร์วีย์ นิโคลส์ เพื่อซื้อผ้าปูเตียงให้ภรรยาทันที
1
แล้วริโอ ดันปิดเสียงโทรศัพท์พอดี เจ้าหน้าที่สโมสรโทรหาเป็นสิบๆ สาย ก็ไม่มีคนรับ คือกว่าจะรู้ตัวอีกที พอรับสายปั๊บ ริโอรีบบึ่งขับรถกลับมาแคร์ริงตัน เจ้าหน้าที่ก็กลับบ้านไปแล้ว
"การลืม" ในวันนั้น ทำให้ริโอ โดนแบนห้ามลงแข่ง 8 เดือน และปรับเงิน 5 หมื่นปอนด์ เขาลงเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ดไม่ได้ทั้งฤดูกาล และลงเล่นให้อังกฤษในยูโร 2004 ไม่ได้ด้วย เป็นโทษที่โหดมาก กับการหลงลืมของริโอ
เคสที่สอง คือ ในปี 2018 ทีมยกน้ำหนักไทย โดนตรวจพบว่า มีสารกระตุ้นในร่างกาย ถึง 10 คนพร้อมกัน สาเหตุเพราะ หลิว หนิง โค้ชชาวจีน ใช้ยาแบบกระปุกที่นำมาจากจีนด้วย เป็นเจลใสแบบพิเศษที่เขาอ้างว่า จะช่วยลดอาการบาดเจ็บได้
1
ปรากฏว่าเจลใสของหลิว หนิง มีฤทธิ์ของสารต้องห้าม พอซึมเข้าร่างกาย และถูกตรวจด้วยวิธีการ IRMS ทำให้ตรวจเจอว่า นักกีฬาไทยใช้สารกระตุ้นกันหมด สุดท้ายสมาคมยกน้ำหนักไทย โดนแบน 2 ปี นั่นคือเหตุผลที่ไม่มีนักกีฬายกน้ำหนักไทย ลงแข่งในโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว
นักกีฬาก็ทำตามโค้ช โค้ชบอกให้ใช้อะไรก็ใช้ แต่พอพบว่ามีสารกระตุ้น WADA ไม่สนใจว่า มีเหตุผลอะไรเบื้องหลัง สุดท้ายก็แบนอยู่ดี
สำหรับตัวอย่าง 2 เคสที่ผมยกมา เพื่อจะบอกว่า กฎเกณฑ์ของโลกกีฬา เรื่องสารกระตุ้นเป็นแบบนี้ครับ ไม่สำคัญว่าคุณจะทำไปเพราะอะไร จะลืม จะใช้ตามโค้ช จะทำโดยไม่เจตนา เหตุผลมันไม่สำคัญเลย บทลงโทษจะเกิดขึ้นแน่นอน
บทสรุปที่ผมเชื่อนะครับ ผมคิดว่า เพชรทนง ไม่ได้มีความตั้งใจจะทุจริต แต่เป็นการขาดความเข้าใจเรื่องสารกระตุ้นอย่างดีพอ เขากล่าวว่า "ไม่เคยทราบมาก่อนว่า มีกฎห้ามรักษาตัว ตอนที่ยังไม่มีคิวชก" ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดพลาดจริงๆ
1
จากนี้ไปเขาคงจะทำเรื่องอุทธรณ์ แต่ก็คงรอดยากครับ ยังนึกไม่ออกว่าคนโดนตรวจเจอสารกระตุ้นแล้วจะอุทธรณ์ผ่าน คนที่ดังกว่านี้ โดนมาหมดแล้วครับ โคโล่ ตูเร่ ไปกินยาลดน้ำหนักของภรรยา โดนแบน 6 เดือน หรือ มาเรีย ชาราโปว่า ตรวจเจอสารเมลโดเนียม ที่ไว้รักษาเบาหวาน สรุปโดนแบน 2 ปี
ในขณะที่ ONE จำเป็นต้องทำตามกฎของตัวเองครับ สุดท้ายการแบน 1 ปี จึงต้องเกิดขึ้นแน่นอน พวกเขาไม่มีชอยส์อื่นอีกแล้วล่ะครับ
ส่วนอนาคตทาง ONE หรือ ผู้จัดการแข่งขันกีฬาต่อสู้ทุกคน ก็อาจให้ความรู้ ความเข้าใจกับนักกีฬาและค่ายมวยมากกว่านี้อีก มีการเปิด Session จัดอบรมเลยยิ่งดี เชิญสื่อไปด้วยเลยก็ได้ เพื่ออธิบายว่ากฎการตรวจสารกระตุ้นในปัจจุบันเป็นอย่างไร อะไรใช้ได้ อะไรใช้ไมได้ เพราะถ้าสมมุตินักกีฬาตรวจสารกระตุ้นไม่ผ่าน มีเยอะๆ เข้า ผู้จัดเองก็จะเสียชื่อเองเหมือนกันนะ
สุดท้าย ผมคิดว่าเรื่องในเคสนี้ ก็น่าจะเป็นบทเรียนที่ดีกับนักกีฬาทุกคนว่า ร่างกายของเรา เราต้องดูแลมันให้ดีครับ ระมัดระวังสารเคมีทุกอย่าง ที่จะถูกนำเข้าสู่ร่างกายของเรา ไม่อย่างนั้นเส้นทางอาชีพของเราก็คงต้องลำบาก และเสียโอกาสในชีวิต เหมือนเรื่องที่เกิดกับเพชรทนงในวันนี้ครับผม
12 บันทึก
48
1
8
12
48
1
8
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย