29 ก.ค. 2023 เวลา 05:00 • ธุรกิจ

การวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ด้วยอัตราส่วนงบการเงิน

งบการเงินคือรายงานทางการเงินที่ถูกจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชี ซึ่งถูกนำมาใช้วิเคราะห์โดยบุคคลหลากหลายกลุ่มและหลากหลายวัตถุประสงค์ เช่นนักลงทุนและนักธุรกิจอาจวิเคราะห์งบการเงินเพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุน, หน่วยงานรัฐบาลเช่น กรมสรรพากรอาจวิเคราะห์และตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินธุรกิจเพื่อตรวจสอบการจ่ายภาษีให้เป็นไปตามกฎหมาย, ธนาคารและผู้ปล่อยเงินกู้ต่างๆ อาจวิเคราะห์งบการเงินเพื่อพิจารณาในการอนุมัติสินเชื่อให้กับธุรกิจ
ในบทความนี้จะมาอธิบายการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ / ความน่าเชื่อถือ ด้วยการวิเคราะห์งบการเงินโดยมองในมุมมองผู้ให้กู้เงิน นอกจากนี้นักลงทุนตราสารหนี้ยังสามารถนำมาใช้งานในการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือเบื้องต้นของกิจการได้เองอีกด้วย
โดยทั่วไปแล้วความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้อาจถูกวิเคราะห์ด้วยหลากหลายมุมมอง ส่วนใหญ่แล้วมีสิ่งที่ต้องพิจารณาซึ่งสามารถอธิบายได้จากหลักการ 5C ซึ่งประกอบด้วย
  • Character หมายถึง คุณสมบัติของผู้กู้ ได้แก่การศึกษา อายุ พฤติกรรมการจ่ายหนี้ เช่นส่วนใหญ่แล้วลูกหนี้จ่ายเงินตรงเวลาหรือไม่ หรือมีประวัติการผิดนัดชำระหนี้หรือไม่
  • Capacity คือความสามารถในการชำระหนี้ซึ่งอาจวิเคราะห์ได้จากงบการเงินและอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ เช่น อัตราส่วนสภาพคล่อง งบกำไรขาดทุน กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
  • Capital คือลักษณะโครงสร้างทุนของธุรกิจ เช่นมีแหล่งเงินทุนจากที่ใดบ้าง มีแหล่งเงินทุนจากส่วนของเจ้าของเท่าใด และประกอบไปด้วยหนี้สินเท่าใดบ้าง
  • Collateral คือสินทรัพย์ค้ำประกันของผู้กู้ มูลค่าของสินทรัพย์เป็นเท่าใดและมีสภาพคล่องอย่างไร
  • Condition คือสภาวะเศรษฐกิจ ถ้าหากว่าสภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยต่อธุรกิจหรืออุตสาหกรรมต่างๆ จะทำให้มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น
สำหรับการวิเคราะห์น่าเชื่อถือในการชำระหนี้ของธุรกิจด้วยงบการเงินมีปัจจัยที่ต้องวิเคราะห์และพิจารณาคือ ความเสี่ยงสภาพคล่อง, โครงสร้างเงินทุน, ความสามารถในการจ่ายหนี้ และความสามารถในการทำกำไร โดยมีอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญดังนี้
อัตราส่วนด้านสภาพคล่อง (Liquidity Ratios) ประกอบไปด้วยอัตราส่วนที่สำคัญได้แก่
  • 1.
    อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) = สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน
  • 2.
    อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick Ratio) = รายการเทียบเท่าเงินสด + ลูกหนี้การค้า / หนี้สินหมุนเวียน
  • 3.
    อัตราส่วนเงินสด (Cash Ratio) = เงินสด / หนี้สินหมุนเวียน
อัตราส่วนด้านสภาพคล่องเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นโดยพิจารณาจากสินทรัพย์หมุนเวียน และหนี้สินหมุนเวียน ถ้าหากว่าอัตราส่วนนี้สูงจะหมายความว่ามีความเสี่ยงสภาพคล่องต่ำ
อัตราส่วนภาระผูกพันทางการเงิน (Leverage Ratios) ประกอบไปด้วยอัตราส่วนที่สำคัญได้แก่
  • 1.
    อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ (Debt to Asset หรือ D/A Ratio) = หนี้สินทั้งหมด / สินทรัพย์ทั้งหมด
  • 2.
    อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ (Debt to Equity หรือ D/E Ratio) = หนี้สินทั้งหมด / สินทรัพย์ทั้งหมด
  • 3.
    อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio หรือ ICR) = กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) / ค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ย
  • 4.
    อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายหนี้ (Debt Service Coverage Ratio หรือ DSCR) = กำไรจากการดำเนินงานหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายบัญชี (EBITDA) / ดอกเบี้ย + เงินต้นที่ต้องจ่าย
อัตราส่วน D/A และ D/E ไม่ควรสูงมากจนเกินไปเนื่องจากทำให้มีความเสี่ยงทางการเงินที่สูง เนื่องจากมีภาระผูกพันทางการเงินที่สูง และถ้าหากเห็นว่า D/A มีค่ามากกว่า 1 และ D/E ติดลบ นั่นหมายความว่ากิจการกำลังจะล้มละลายเนื่องจากการขาดทุนสะสม แต่อย่างไรก็ตามนักธุรกิจที่บริหารเงินเก่งอาจใช้การระดมทุนด้วยในปริมาณที่มากเนื่องจากค่าใช้จ่ายทางการเงินหรือดอกเบี้ย สามารถนำมาหักภาษีได้ และช่วยทำให้มีกำไรสุทธิต่อหุ้นมากขึ้น
สำหรับอัตราส่วน ICR และ DSCR ควรมีค่าที่สูงเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงกำไรและกระแสเงินสดที่จะนำมาชำระหนี้ในงวดนั้นๆ
อัตราส่วนประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (Activity Ratio) ประกอบไปด้วยอัตราส่วนที่สำคัญได้แก่
  • 1.
    อัตราการหมุนของสินทรัพย์ (Asset Turnover) = รายได้หลัก / สินทรัพย์เฉลี่ย
  • 2.
    อัตราการหมุนเวียนของลูกหนี้ (AR Turnover) = รายได้ที่ได้รับเป็นเงินเชื่อ / ลูกหนี้เฉลี่ย
  • 3.
    ระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ย (Average Collection Period หรือ ACP) = 365 / รายได้ที่ได้รับเป็นเงินเชื่อ / ลูกหนี้เฉลี่ย
  • 4.
    อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (Inventory Turnover) = ต้นทุนสินค้าขาย / สินค้าคงเหลือเฉลี่ย
  • 5.
    อายุเฉลี่ยของสินค้าคงเหลือ (Average Age of Inventory หรือ AAI) = 365 / ต้นทุนสินค้าขาย / สินค้าคงเหลือเฉลี่ย
อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้สินทรัพย์ของกิจการในการสร้างรายได้ อัตราส่วนนี้บ่งบอกว่าถ้าหากลงทุนในสินทรัพย์ = 1 แล้วจะมีรายได้ของงวดนั้นเป็นเท่าใด
อัตราการหมุนเวียนของลูกหนี้ และระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ย บ่งบอกถึงความเร็วในการชำระหนี้ของลูกหนี้กิจการว่ามีการจ่ายหนี้เร็วหรือไม่ โดยกิจการควรเก็บหนี้ให้ได้อย่างรวดเร็วและมีลูกหนี้ที่มีคุณภาพเพื่อสภาพคล่องของกิจการ
อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ และอายุเฉลี่ยของสินค้าคงเหลือ บ่งบอกถึงความเร็วในการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือ โดยถ้าอัตราการหมุนเวียนสูงจะหมายความว่ากิจการสามารถขายสินค้านั้นๆได้ถี่ และสินค้าคงเหลือถูกขายออกไปได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลดีต่อสภาพคล่องของกิจการ
อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร (Profitability Ratio)
  • 1.
    อัตราส่วนกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin หรือ GPM) = กำไรขั้นต้น / รายได้
  • 2.
    อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit Margin หรือ OPM) =กำไรจากการดำเนินงาน / รายได้
  • 3.
    อัตราส่วนกำไรสุทธิ (Net Profit Margin หรือ NPM) = กำไรสุทธิ / รายได้
อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไรบ่งบอกถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนของกิจการ โดยถ้าอัตราส่วนเหล่านี้สูงจะหมายความว่ากิจการสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี และเป็นกิจการที่ให้กู้เงินได้
แต่อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์งบการเงินอาจมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง เช่น กิจการอาจมีการตกแต่งบัญชีให้ดูดีเกินจริงเพื่อขอเงินกู้ ดังนั้นจึงควรวิเคราะห์น่าเชื่อถือด้วยปัจจัยอื่นๆ ในหลักการ 5C
หนังสือวิเคราะห์งบการเงิน: https://shope.ee/8KMvAX6skd
โฆษณา