3 ส.ค. 2023 เวลา 06:51 • ท่องเที่ยว
ตุรกี

ตุรเคีย ในวัน ที่ "ใจ" มันเพลีย

ทริปนี้ของเรา เริ่มต้นจาก "ใจ" ที่มัน พัง กับ หลายๆ เรื่อง จึงอยากหา ที่ฮีลใจ ให้มัน ฟูฟ่องอีกครั้ง... ไม่งั้น คงวนลูป ปัง ปัง ปัง !!พินาศ แน่นอน....🤣🤣 โดยเรามี โจทย์ในใจ ว่าต้องเป็นประเทศที่ยังไม่เคยไป และไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยาก จึงเป็นที่มา ของ "ตุรเคีย ในวันที่ใจเพลีย" ทริป 9 วัน ซึ่งเป็นทริป กระทันหัน ไปกับเพื่อน แค่ 2 คน เพราะ คนอื่น เคลียร์คิวกันไม่ทัน เอาวะ...2 คนก็ ไม่เห็นเป็นอะไรนิ
ปล. ตุรเคีย คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ได้ครั้งละ ไม่เกิน 30 วันนะเธอ
หลัก ๆ จะ เที่ยว เมือง Istanbul
เมือง Selcuk (Ephesus)
เมือง Denizli (Cotton Castle + Hierapolis)
เมือง Goreme ( Cappadocia)
มีทั้ง ขึ้นเครื่องภายใน + รถไฟ + รถบัส
เที่ยว เป็นวงกลม เริ่มจาก Istanbul
เลยครึ่งของชีวิต มนุษย์ตุ๊ด วันนี้มองลอดผ่านวัยตัวอ่อนนี่เข้าใจมาตลอดว่า คนที่เรียนดีได้คะแนนสูง ได้อันดับดีๆ สอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ จบด๊อกเตอร์ “คือคนเก่ง”🤣😂😁 เลิศเลอ
พอโตมาแรกแย้มหน่อย นี่ก็เข้าใจอีกว่า คนที่แม่งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ขั้นเทพตัวแดดตัวมัม รายได้สูงๆเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป “คือคนเก่ง”😚😅😑 เลอค่าสุด
พอมามาวันนี้ เกินครึ่งของขีวิต ตกตะกอน ว่า เราคิดผิดมาตลอด เบย
เพราะจริงๆแล้วคนที่เก่งจริงๆ คือคนที่ทำงานหรืออาชีพอะไรก็ได้ ที่ทำได้ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ และถึงเวลากินก็ได้กินได้ดื่ม😏 ถึงเวลานอนก็ได้นอน 😁มีเวลาว่างก็ไปเที่ยว😙 มีเวลาออกกำลังกาย 😉มีเวลาให้ครอบครัว มีเวลาให้กับคนที่เขารัก มีเวลาให้กับเพื่อนๆ และที่สำคัญ ที่สุด คือมีเวลาให้กับตนเอง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โว้ย...นั่นแหละ ถึงจะเรียกว่า “คนเก่งที่แท้จริง”....เพราะฉะนั้น นะแก...ฟังเรานะ....เราทุกคนสามารถ ล้วนเป็น คนเก่งได้ ในแบบ ของเราเอง.....​
แค่...บางเวลา วางเรื่องบางเรื่อง ปัญหาบางอย่าง แล้วดันหลัง กะจูงมือตัวเองออกไปจากจุดเดิมๆ ถึงแม้ ปัญหา หรือความทุกข์ มันอาจจะยังไม่ถูกแก้ แต่เชื่อ เราเหอะ...มันดีต่อใจ จริงๆ....มันฮีลใจ ที่สุดอ่ะแก.....ได้เวลาสำรวจโลกกว้างไปกันเหอะ แกร😂😂
ชีวิต มันจะมีความหมาย หากเรา ได้ใช้มันบ้าง
ครั้งหนึ่ง ฉันได้นอนหลับ ในคูเวต 😂 ใครจะคาดคิด ... เอาจริง การมาตุรกี มีสายการบินTurkish Airlines บินตรง 10 ชม.นิดๆ จากสุวรรณภูมิ สนน ราคา ไปกลับ 35000 บาท ขึ้นไป ..ซึ่งสำหรับเรา มองว่าแพงจุง....เพราะด้วยความที่เรา งบน้อยเท่าหอยมด จงไม่มีวาสนา ได้บินสายการบินนี้....หึ หึ คิดเหรอ จะได้กินตังค์ ฉัน..เพราะฉันไม่มี 😂
หวยเลยมาออกที่ต้องบินแบบแวะเปลี่ยนเครื่อง ตามเบส ของสายการบิน ต่างๆ ซึ่งมีให้เลือมากอยู่จากสุวรรณภูมิ อาทิ สายการบินโอมานแอร์ การ์ตาแอร์ เอทิฮัดแอร์ เอมิเรตแอร์ หรือ คูเวตแอร์ พวกนี้ ราคาจะ ไล่กัน ลงมา 15000-25000 บาท ไม่เกินนี้ ระยะเวลาบิน รวมเปลี่ยนเครื่อง ก็ไม่ต่างกันมาก...บวก ลบ คูณ หาร แล้วแต่บริบทแต่ละคนนะเออ.... ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีเวลา ใากไม่รีบเร่ง และ งบจำกัดแบบเรา 😂😂😂
แวะเปลี่ยนเครื่องที่คูเวต มันดีมากเลยแก๊ร
สุดท้ายเราเลือกสายการบิน Kuwait airways..... เพราะข้อดีคือ มีบริการ โรงแรมให้เราฟรี ในขณะที่รอเปลี่ยนเครื่อง เพราะ ออกจาก สุวรรณภูมิ ประมาณ 5 ทุ่ม กว่า มาถึง คูเวต เกือบ ตี 3 และมีไฟล์ทบินอีกที เกือบ 11 โมงของวันถัดไป
พอถึงสนามบิน ก็จะมี จนท. แจ้งให้ผ่าน อิมมิเกรชั่น แล้วขึ้นรถบัส ไป โรงแรม พอเช็คอินห้อง พนักงาน โรงแรมก็จะเก็บ Passport เราไว้ จะคืนให้วันรุ่งขึ้น ทานมื้อเช้าเสร็จ รถบัสของสายการบินก็มารับ ได้เวลาเดินทางไปตุรเคีย
ออกเดินทางได้.........
และแล้วก็ ถึงซะที ตุรเคีย ดินแดนสองทวีป
หลังจากออกจากคูเวต ใช้เวลา เกือบ 4 ชั่วโมง ก็ถึง ที่หมาย บ่ายๆ เช็คอิน โรงแรม แถว ย่าน Sultanahment ออกสำรวจ โซนเมืองเก่า ของตุรเคีย
จนเดินมาถึงสะพาน Galata Bridgeที่เชื่อมช่องแคบบอสฟอรัส(Bosphorus) พรมแดนธรรมชาติที่แบ่งเมืองอิสตันบูล ออกจากยุโรปและเอเชีย ถือว่าเป็นจุดพบกันของสุดขอบทวีปยุโรปและสุดขอบทวีปเอเชีย จึงไม่แปลก ที่ตุรเคีย ได้ชื่อ ว่า เป็นดินแดน แห่ง 2 ทวีป # แผ่นดินเขาอาจแตกแยกก็จริง แต่คนที่นี่ไม่แตกแยกนะ....หึหึ 😅😅😅
1
ตะวันตกดิน ที่ช่องแคบบอสฟอรัส(Bosphorus)
เอาย่อๆ เลยนะแกที่เราบอก ว่ามันเป็นดินแดนสองทวีป ก็เพราะว่า ในอดีต อิสตันบูล (Istanbul) เดิมชื่อคอนสแตนติโนเปิล เอ๊ะๆๆ คุ้นละสิ คงเคยได้ยินมาบ้างตอนสมัยเรียน มัธยม ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย)ในอดีต อิสตันบูลมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ไบแซนไทน์, คอนสแตนติโนเปิล, สแตมโบล, อิสลามบูล เป็นต้น
ว่าแล้วก็ไปสำรวจเมืองกัน
แลนมาร์ค ของเมืองอิสตันบูล คงหนีไม่พ้น มัสยิดสุลต่านอาห์เมต หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque - บลูมอสก์)อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง สำหรับเราด้วยความที่ชอบหน้าต่างกระจกสีในโบสถ์อยู่เป็นทุน พอมายลที่นี่กระจกสีดูวิจิตรตระการมาก ก.ไก่ล้านตัว เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กับนักท่องเที่ยวมหาศาลที่อยู่เต็มห้องโถง แม้แต่เสาต้นมหึมากลางห้องเรายังไปยืนจ้องอยู่นานสองนาน นั่งดื่มด่ำกับความงามของมัสยิด #เสียงสวดสรรเสริญพระอัลเลาะห์ก้องกังวานทั่วเมือง รับรู้ได้ถึงความศรัทธา ของทุกผู้ทุกคน 🙏🙏🙏
สุเหร่าสีน้ำเงิน
สำหรับไฮไลท์ ของการ มา อิสตันบูล อีกอย่างก็คือ การล่องเรือ ชมช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งถือว่า สวยมาก แค่ นั่งโง่ๆ อยู่บนเรือ ชม 2 ฟากฝั่ง 😜😜😜ได้บรรยากาศอีกฟีลที่ ปล่อยใจไปกับสายน้ำ โดยสามารถข้ามไป ฝั่ง Kadikoy ซึ่ง เป็นชายทะเลที่มีบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา อาคาร บ้านเรือนมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีตลาด มีกิจกรรมทางวัฒนธรรมและศิลปะ มีห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ ผับและร้านอาหารเต็มไปหมดเลยแก... ชิล มาก...เป็นหนึ่งในย่านที่ได้รับความนิยมและมีสีสันที่สุดของอิสตันบูลเลยก็ว่าได้
สีสัน ตุรเคีย
แค่เปลี่ยนเมือง ก็เหมือน อีก 1 ประเทศ ... หลักจากดื่มด่ำอิสตันบูล แล้ว ก็ได้เวลา ไปตามหาเมือง โบราณ เอเฟซุส” (Ephesus)หรือ“เอเฟส” (Efes)สำหรับใครที่จะมาชมเมืองโบราณนี้ ต้องนั่งเครื่องบินภายในประเทศจากอิสตันบูลไปลงยังเมืองอิซเมียร์ (Izmir)เมืองชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก ติดกับทะเลอีเจี้ยน ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งเด้อ จากนั้นก็นั่งรถไฟต่อไปยังเมืองSeluck อีก 50 กิโล อันเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณเอเฟซุส😚😙😉....
เกือบตุย.....
  • เริ่มแรก.. ก็มีเรื่องให้ หนุกหนาน ระคนปนเร้าใจ ไฟล์ทภายในประเทศ ที่เราจองไว้ ในราคา 560 บาท 😂😅😁จาก Istanbul ไป Izmir ดันยกเลิกไฟล์ท...โดยมีอีเมล์ มาแจ้ง ก่อนแค่ 1 วัน...ใจตกไปตาตุ่ม.....ดีนะที่ไหวตัวทันรีบไปสนามบินแต่เช้า... ต่อรองกับสายการบินขอเปลี่ยนบินเที่ยวถัดไป....เพราะตั้งใจมามากสำหรับเมืองนี้...ผลการเจรจาแพ้ทางสาริกาลิ้นทองอย่างเรา😅
  • พอถึง Izmir ก็นั่งรถไฟ ไปเมืองSeluck มีไฮไลท์อยู่ที่เมืองโบราณเอเฟซุสอายุราว 2 พันกว่าปี ซึ่งถือว่าเป็นเมืองเก่าที่มีสภาพสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
Ephesus
หลังเดินชมซากปรักหักพังอย่างอิ่มเอมใจ ตามประสาแล้ว... ก็ได้เวลาต้องลาจากเมืองเอเฟซุสกันเสียที โดยก่อนจากลาเมืองนี้ ได้เหลียวไปมองโรงละครอีกครั้งแล้วก็หันมานึกย้อนดูตัวว่า สรรพสิ่งในโลกหล้าไม่มีสิ่งใดอยู่ยั้งยืนยงค้ำฟ้า ขนาดเมืองเอเฟซุสอันยิ่งใหญ่ยังถูกกาลเวลาย่อยสลายดับสูญ แล้วมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยอย่างเรามีหรือที่จะหลีกหนีจากวัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิดพ้น และแล้วอีนี่ก็ยิ้ม และร่ำลา เมืองแห่งนี้ไป อย่างอิ่มเอมในใจ..... เพื่อ เตรียมตัวเดินทางไปเมือง Denizli นั่งรถไฟ อีก 3 ชม.กว่า
โรงละคร ที่ Ephesus
😙😙หากจะคิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวอันแสนงดงาม ราวกับไม่น่าจะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ปามุคคาเล (Pamukkale) ดินแดนแห่งน้ำพุร้อน ซึ่งมีลักษณะคล้ายระเบียงน้ำพุร้อนที่ซ้อนกันหลายชั้น มีขอบหินปูนสีขาว ดูวิจิตรงดงามและสะอาดบริสุทธิ์ราวกับปุยฝ้ายแห่งนี้ คงจะเป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งผุดขึ้นมาในใจของหลาย ๆ คนเป็นแน่ และแน่นอนว่ามันคงเป็นราวกับดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยวหลายคนทีเดียว.....รวมทั้งตัวเราเองด้วย สมใจอิช้อยแล้ว ที่ดั้นด้น มาจาก อิสตันบูล คือ งดงามมาก
Pamukkale
สำหรับ ปามุคคาเล มีลักษณะเป็นระเบียงน้ำพุเกลือร้อน ซึ่งเกิดขึ้นจากการเกิดแผ่นดินไหวของโลกในอดีต ถือเป็น บ่อน้ำร้อนศักดิ์สิทธิ์แห่งตุรเคีย ทั้งงดงามราวกับเป็นน้ำพุร้อนจากสวรรค์ และมีสรรพคุณในการบำบัดโรคจนกลายเป็นสปาธรรมชาติมานานกว่าพันปี... อิ่มเอมใจ แล้วก็ไปตามหาลมหายใจของเทพเจ้า กันต่อที่นคร Hierapolis โดยอยู่ไม่ไกลจาก ปามุคคาเล เดินไปได้แก
มหานครเฮียลาโปลิส Hierapolis ลมหายใจของทวยเทพ
ซากปรักหักพัง ที่สมบูรณ์บ้าง ไม่สมบูรณ์บ้าง...ยิ่งผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานเพียงใด... ยิ่งน่าสนใจไม่น้อยในเชิงประวัติศาสตร์... วันนี้อากาศดีไม่ร้อนมาก....เดินชมอย่างเพลิดเพลินพลันคิดย้อนนึกถึง... ประเทศไทยเรา.... คำในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็แว่วมาในมโนคิด.. “…การสร้างอาคารสมัยนี้คงจะเป็นเกียรติสำหรับผู้สร้างคนเดียว แต่เรื่องโบราณสถานนั้นเป็นเกียรติของชาติ อิฐเก่าๆ แผ่นเดียวก็มีค่า ควรช่วยกันรักษาไว้ ถ้าเราขาดสุโขทัย อยุธยา และกรุงเทพฯ แล้ว ประเทศไทยก็ไม่มีความหมาย…”
❤️❤️พระองค์ ได้ตรัส ลึกซึ้ง แฝงไปด้วยนัยยะที่มีคุณค่าของนักประวัติศาสตร์ ที่มีแนวคิดให้เก็บของมีค่าและจัดแสดงโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์ให้คนรุ่นลูกรุ่นหลาน เราได้เห็นถึงคุณูปการของบรรพบุรุษในอดีต...ซากปรักหักพังเหล่านี้....หากล่วงเวลาผ่านไป แล้วได้หันมามอง มันจะฉายภาพในอดีตค่อยๆชัดขึ้น..
ซึ่งไม่ต่างไปจากการถือกำเนิดขึ้นของ ‘ประวัติศาสตร์ชาติ’ ที่ทำให้ประวัติศาสตร์มีความเป็นรูปธรรมผ่านวัตถุ เป็นหลักฐานของการมีตัวตนอยู่จริงของอดีต และแสดงความรุ่งเรืองและความมีอารยธรรมของชาติในอดีตอีกด้วย...... หันมามองไทย... รักและภูมิใจ ในความเป็นประเทศไทยขึ้นมา ณ บัดดล..... บันทึกชีวิตตุ๊ด ย่ำเท้าที่นครเฮียราโปลิศ
ในความสิ้นหวัง ย่อมมีความหวังเสมอ
ได้เวลาโบกมือลา มหานครเฮียลาโปลิส Hierapolis เพื่อ มุ่งหน้าไป Cappadocia
ออกจาก ปามุคคาเล ตอนค่ำ โดย นั่งรถ night bus ไป ถึง goreme เช้า เพื่อมายลทิวทัศน์ตระการตามหัศจรรย์ชื่อก้องโลก คัปปาโดเกีย (Cappadocia) สถานที่ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดออกไปอยู่บนดาวเคราะห์นอกโลก!ไม่ปาน.... 😅😅
ถ้าเอาแผนที่ตุรกีมากางดูจะเห็นว่า คัปปาโดเกีย ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศพอดี ภูมิประเทศแถบนี้แห้งแล้งเต็มไปด้วยโตรกผารูปทรงประหลาด มีเนินเขาสลับทุ่งราบเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา เรียกว่าภูมิประเทศกึ่งทะเลทราย เพราะเขตนี้อยู่ไกลจากทะเลดำและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมาก จึงแทบไม่มีความชุ่มชื้นมาหล่อเลี้ยงผืนผิวดินเลย ประกอบกับความเร่าร้อนของเปลวแดดที่แผดเผาอยู่ชั่วนาตาปี สลับกับหิมะและอุณหภูมิติดลบในฤดูหนาว จึงก่อเกิดเป็นภูมิทัศน์อัศจรรย์อย่างคัปปาโดเกียขึ้น😂😂😚
วันนี้มาแวะ Goreme Open Air Museum หรือ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ ที่นี่เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม เพราะเป็นดินแดนแห่งยุคแรกของคริสต์ศาสนา
สัมผัสหนึ่งในมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนไว้... สร้างหลบเร้นสายตาผู้คน อยู่ในหุบเขารูปปล่องดอกเห็ดยักษ์ทรงโดมพีระมิด โดยเป็นความอุตสาหะของคนโบราณ ที่พยายามขุดเจาะโพรงเข้าไปในแท่งหินยักษ์เหล่านี้ เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย โบสถ์ วิหาร ห้องสวดมนต์ ห้องครัว สำนักนางชี ฯลฯ เพราะแท้ที่จริงแล้วเกอเรเมคือนครศักดิ์สิทธิ์ในยุคแรก ๆ ของผู้นับถือศาสนาคริสต์ นี่แหล่ะหนา ศรัทธา.... สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด หากมาเมืองนี้คือการ พักโรงแรมถ้ำสักครั้ง ถือว่าฟินมาก แก....
โรงแรมถ้ำ ที่คับปาโดเกีย
อีกกิจกรรม ไฮไลท์ คือ การขึ้นบอลลูน ยามเช้า
สนนค่าใช้จ่ายในการขึ้นบอลลูนนั้น จะแตกต่างกันไปแต่ละบริษัท โดยส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 210 - 250 USD คิดเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ 7,000 - 9,000 บาท ซึ่งตรงนี้นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องตรวจเช็กสภาพอากาศด้วย ถ้าหากสภาพอากาศแปรปรวน บริษัทจะไม่ทำการปล่อยบอลลูน เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
บอลลูนยามเช้า
สำหรับคัปปาโดเกีย ช่วงที่น่าเที่ยวจะอยู่ในช่วง 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม, ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศจะดี เย็นสบาย สีสันของต้นไม้ รวมถึงแสงคือสวยมาก เหมาะแก่การถ่ายรูป หรือฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม เหมาะกับใครที่ชอบอากาศหนาว โดยวิวที่เห็นจะมีหิมะปกคลุมทั่วพื้นที่ ได้วิวสวยไปอีกแบบ
นครแห่งแมว
จากการเดินทาง 9 วัน ในตุรเคีย สิ่งหนึ่งที่สัมผัส ได้ คือ มันเป็นสวรรค์ของทาสแมวผู้ภักดี 🐈เป็นดินแดนที่มีแต่แมวมอง🐱🐱เพราะมันมีทุกที่ทีเดียว.....จนมีคำกล่าวว่า..“คนตุรกีรักแมวมาก ใครทำแมวตาย คนนั้นต้องสร้างสุเหร่า พระเจ้าถึงจะให้อภัย”😁😁แสดงให้เห็นว่า แมวตุรกีไม่ใช่แค่ยิ่งใหญ่มาก แต่จำนวนยังเยอะมากด้วยนะเออ.. 😅😂😂แมวตุรกีไม่ใช่แมวจรจัดนะ แต่ก็ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของใคร😚😉
ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายสุดคือคนตุรเคียต่างช่วยกันดูแล มีอาหารเม็ดกองอยู่ทั่วทุกมุมถนน วางชามน้ำ วางเบาะไว้บริการ เผื่อตัวไหนผ่านมาก็มากิน มานั่งๆ นอนๆ ได้เสมอ ย่านไหนแมวเด็กเยอะ จะมีคนอาสาซื้อยา เอาวัคซีนมาหยอดปากให้เพื่อป้องกันโรคติดต่อ คุณภาพชีวิตของแมวจรจัดที่นี่แทบไม่ต่างจากแมวบ้าน ดูเป็นความสัมพันธ์แบบรักนะแต่ไม่ผูกมัดดี.....😙😊🐈🐱FWB อิอิ
😁😁ทาสแมว คงจะเข้าใจดี ว่าทาสแมวทั่วโลกจะใช้ชีวิตอยู่กับแมวก็เหมือนมีเพื่อนเป็นเอเลียนมิปาน 🤣🤣 รูปร่างหน้าตาเอย ภาษาพูดเอย ก็ไม่รู้เรื่อง ไม่มีอะไรดูคล้ายกันสักอย่างทั้งความคิด วิถีชีวิต ทั้งคนและแมว แต่เชื่อไหมทั้งคนและแมวกลับสื่อสารกันได้ ....😜😜ทั้งหมดล้วนเป็นความมหัศจรรย์ แมวบางตัวเหมือนเพื่อนที่ใจดี เข้าอกเข้าใจ ส่วนบางตัวก็อาจเป็นรูมเมตโรคจิตดีๆ นี่เอง ถ้ามันเห็นมนุษย์นั่งทำงานอยู่หน้าคอม มันก็จะเอาแล้ว ไปกันเถอะ ไปเจ๊าะแจ๊ะนั่งทับคีย์บอร์ดมันกัน…🤣🤣
สรุป ทริป 9 วัน ที่ตุรเคีย .... เป็นอีกทริป ที่ เราลืมว่า ใจ เรากำลังพังอยู่.... สถานที่ อาหาร ผู้คน และการเดินทาง และมิตรภาพ มันทำให้เรา ลืม ทุกข์ ไป ชั่วขณะ .... ซึ่ง เวลา ที่มันค่อยๆผ่านไปนี่เอง มันเป็นเสมือน ยา ที่ค่อยๆสมานใจ ฮีลใจเราได้เป็นอย่างดี จนบางทีแอบคิดว่า......9 วัน มันน้อยไปนะแก
แบบนี้ต้อง #ลาออกไปเช็คอิน แล้ว อ่ะแก....🤟🤟🤣🤣
ข้อควรรู้ก่อนไป
แนะนำ สำหรับ ท่านที่สนใจ อยากมาเที่ยว ตุรกี นะจ๊ะ🐱 คนไทย ฟรีวีซ่า นะ 🐱 เวลาช้ากว่าบ้านเรา 4 ชม. ส่วนหน้าหนาว ช้ากว่า 5 ชม. ค่าเงิน 1 ลีรา =1.50 บาท😊😊การเดินทาง ใน istanbul รถไฟ เรือ และรถบัส คิดเป็นครั้ง ละ 2.6 ลีรา ตก 5-6บาท ตลอดสาย.....อาหารการกิน พวกเคบับ ตก 6-8 ลีลา 😜😜😜แนะนำ ซื้อบัตร Istanbul travel passเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ชำระค่าโดยสารสาธารณะทั้งหมดในอิสตันบูล
หลักๆ สถานที่เที่ยว แต่ละที่อยู่คนละเมือง การเดินทางค่อนข้างไกล หากต้องการความสะดวกและสบาย แนะนำมากับทัวร์ดีที่สุด......❤️❤️ แต่หาก ขาลุย และ ฟิต... แนะนำให้มาเอง นะ ชิลๆ และสโลวไลฟ์... หลักๆการเดินทางใช้ รถไฟ รถบัส เรือ เครื่องบิน ในการย้ายเมือง และ ทำใจในการเดินเที่ยวแต่ละจุด ไม่น่าจะต่ำกว่า 2 หมื่นก้าวในแต่ละวัน หากมาเอง.... ตัวอย่าง ที่เรา เที่ยว หลักๆ คือ
🐱1.เมือง Istanbul... สุเหร่าสีน้ำเงิน ล่องเรือบอสฟอรัส ตลาดสไปรท์ ย่านเมืองใหม่ taksim ฝั่งเอเชีย kadikoy ตลาดแกรนด์บาซาร์
🐱2.เมือง Seluck.. เที่ยว เมืองโบราณเซฟิอุส จาก Istanbul บินมาลง เมือง Izmir ใช้เวลา 1 ชม. แล้วต่อรถไฟ มาเมือง Seluck อีกประมาณ 35 นาที
🐱3.เมือง Denizli..นั่งรถไฟมาจากเมือง Seluck.. 3 ชม.. และ ต่อ รถ ไปเที่ยว ปราสาทปุยฝ้าย และ นครโบราณเฮียลาโปลิส... เมือง ปามุคคาเล่ อีก 20 นาที
🐱4.เมือง Göreme นั่งรถ night bus เที่ยว 4 ทุ่ม มาถึง Göremeตอน 7 โมงเช้า... เที่ยว Göreme museum open air และ ชมวิว ยามเช้ากับบอลลูนนับ 100 ลูก
🐱5.จาก Göreme ไป Istanbul นั่ง สายการบินภายในประเทศ 1.30 ชม.
เพื่อกลับ ไทย.... จะเห็นได้ว่า สมบุกสมบันพอควร ในการเดินทาง เลย แนะนำให้ มาทัวร์นะ จะสะดวกสบายที่สุด...
ภาพรวม ผู้คนที่นี่ น่ารักมาก ผู้หล่อ หญิง ก็สวย ถึงแม้ไม่ค่อยยิ้ม แต่ใจดี... ผู้ชาย ออกแนว เบ้าหน้าเหมือน โทนี่ สตาร์ก หรือไอรอนแมน ผู้หญิง ก็ค่อนข้างสวยคม..... การเดินทางระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เค้าดีกว่าบ้านเรามากและ ไม่แพง.... แต่อาจติดขัดที่ออก นอกเมือง เค้าจะสื่อสาร Eng ไม่ค่อยได้นะ ภาษามือ และแอป Google translate ดีสุด... เพราะฉะนั้น ต้องทำการบ้าน เรื่อง การ เดินทางและการต่อรถ หรือรถไฟ หรือขึ้นเรือ ไปยังสถานที่ต่างๆ
❤️❤️ 9 วัน ใช้เงินไป 8000 รวม กินทุกมื้อ /ค่า รร.3 คืน ที่ต้องจ่ายสด /ค่ารถบัส /รถไฟ/ค่าเรือ /จิปาถะ อื่น ของฝาก คือดีีงาม / 😉😀ไม่รวม ค่าตั๋วเครื่องบินภายใน และไปกลับ จาก ไทย และ ค่า รร.อีก 3 คืน ที่จ่ายไปแล้วก่อนนี้ รวมๆ แล้ว ทริปนี้ ไม่เกิน 3 หมื่นบาท จ๊ะ❤️❤️โดยรวม แล้ว ดีจ๊ะ Turkey เราปลื้มมาก
สุดท้ายนี้ขอบคุณ ทุกท่าน ที่ร่วมเที่ยวไปกับ ชีวิตตุ๊ด นะจ๊ะ.... เจอกันทริปหน้า
โฆษณา