5 ส.ค. 2023 เวลา 09:25 • ท่องเที่ยว
หาดบางแสน

ใครไม่เต้น...กุ้งเต้นเอง ที่ บางแสน!!

ในที่สุดก็ได้เริ่ม Challenge "100สิ่งที่อยากทำ...ก่อนหางานใหม่" เสียที
ประเดิมอย่างแรกด้วยการไปกิน "กุ้งเต้น" ที่บางแสนก่อนเลยแล้วกันนน
.
.
.
1
ผมขอเริ่มต้นการเดินทางด้วยการเลือกหนังสือสักเล่มไปอ่านระหว่างทางนะครับ... ซึ่งความจริงแล้วผมก็ไม่ใช่หนอนหนังสือ หรือคนที่ชอบอ่านอะไรขนาดนั้นนะครับ เพราะอย่างที่เคยได้บอกไปแล้วว่า วันทั้งวันผมจับแต่มือถือ!!
1
ชั้นหนังสือของผม
แต่สำหรับผมแล้วสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่ในการไปเที่ยวแต่สำคัญที่สุดในชีวิตนี้นั่นก็คือ โทรศัพท์มือถือ!! คงจะแย่แน่ถ้าระหว่างการเดินทางผมต้องสูญเสียมันไป เนื่องจาก การไม่จัดสรรปันส่วนการใช้งานแบตเตอรี่ของผม เพราะฉะนั้นแล้วถ้าผมไม่อยากเสียมันไปก่อนเวลาอันควร ผมควรจะต้องหาสิ่งเอนเตอร์เทนอย่างอื่นมาแทนที่มัน และเก็บมันไว้ใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น
เมื่อเลือกหนังสือเล่มที่ต้องการได้แล้วก็ได้เวลาออกเดินทางจริงๆแล้วครับ การเดินทางครั้งนี้ผมเลือกวิธีนั่งรถตู้ไป ซึ่งผมจะต้องไปขึ้นคิวรถตู้ที่ หมอชิต2... แต่แล้ว...
ความโง่ของผมก็ทำงานทันที
ลุกขึ้นมาถ่ายวิวใน MRT คนข้างๆต้องคิดว่าผมลุกมาตดแน่ๆ!!
ผมทำการบ้านวิธีการเดินทางไปบางแสนมา และผมรู้ว่ามันมีคิวรถตู้อยู่ที่หมอชิต!! สบายหล่ะ ไปลงจตุจักรแล้วกัน
เรียบร้อยครับ ตรงจตุจักรนั้นเป็นหมอชิต1 ส่วนที่ผมต้องไปคือหมอชิต2!!
รถออก 11 โมงซะด้วย จะทันขึ้นรถไหมเนี่ยยย
1
ระยะทางระหว่างหมอชิต1และ2
สุดท้ายแล้วผมก็ต้องเสียเงินค่าวินเพิ่มไปจุกๆ 60 บาท💸 (ยิ่งไม่ค่อยมีเงินอยู่😭)
ยังซะในที่สุดผมก็มาถึงที่คิวรถตู้หมอชิต 2 สำเร็จครับ
สถานีเดินรถโดยสาร หมอชิต2
เคยเห็นเวลาที่ ดารา นักร้อง หรือศิลปิน เดินออกมาจากสนามบินแล้วมีแฟนคลับตะโกน ร้องกรี๊ด ต้อนรับไหมครับ ถ้าใครอยากได้รับความรู้สึกแบบนั้นหละก็ ให้เดินเข้ามาในนี้ได้เลยครับ คุณจะได้ยินเสียงตะโกนร้องเรียก เสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าหลุดไปอยู่ใจกลาง คอนเสิร์ตใหญ่ๆสักคอนนึงเลย
ถึงผมจะไม่ได้เป็นคน introvert อะไรขนาดนั้น แต่ขอสารภาพเลยว่าผมค่อนข้างที่จะกลัวมากๆ555 เพราะทุกสายตานั้นมันจับจ้องมาที่ผมจริงๆ ทุกคำพูดและการเรียกขานก็เป็นการกล่าวถึงผม ราวกับเหยื่อที่กำลังถูกรุมทึ้งโดยเหล่านักล่า
ผมมองหาป้ายอะไรก็ได้ที่เขียนว่าบางแสนให้เร็วที่สุดเพราะยิ่งผมยืนอยู่ตรงกลางห้องนั้นนานเท่าไหร่ เสียงตะโกนเรียกยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อผมเดินตรงเข้าไปเลือกเคาน์เตอร์ช่องใดช่องหนึ่งแล้ว เสียงก็กลับสงัดไป ดั่งความเงียบหลังจากพายุฝนกระหน่ำ
ตั๋วรถตู้
ในที่สุดผมก็ได้ตั๋วมาสงวนราคา 150 บาท💸
บนตั๋วจะมีตัวเลขบอกช่องที่รถจอดอยู่ แต่ความจริงผมไม่ต้องใช้ตัวเขนี้เลย เพราะพอเดินเข้าไปยังท่ารถ คุณน้าคนขับก็กวักมือเรียกให้ไปหาถึงที่ ไม่รู้ว่าน้าแกรู้ได้ยังไงว่าผมซื้อตั๋วไปลงไหน
เมื่อขึ้นไปบนรถผมสัมผัสได้ถึงความร้อนอย่างเต็มที่ และบรรดากล่องต่างๆ ที่น้าคนขับแกต้องเอาไปส่งระหว่างทางด้วย นั่นยิ่งทำให้รถแคบและร้อนกว่าเดิม
หนังสือที่ผมเลือกมา The Little prince
🕙 รถออกจากท่าเวลา 10.34
ที่ผมทำการบ้านมามันคือตอน 11 โมง แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากเท่าไหร่ เดาว่ามันคงจะมีออกเรื่อยๆ คนเต็มก็ออกเลย ตามปกติอยู่แล้ว
เมื่อรถออกผมก็ได้ใช้เอนเตอร์เทนเมนต์ที่ผมเตรียมมาให้เกิดประโยชน์ ผมเลือกหนังสือเรื่อง "The Little prince" มาอ่านครับ ที่เลือกไอเล่มนี้มาก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ หรือรู้สึกลึกซึ้งอะไรกับมันมาก แค่ตอนนี้ผมกำลังฝึกภาษาอยู่ แล้วในลิสท์ 100 อย่างของผม มันก็มี "อยากที่จะไปคุยกับสาวญี่ปุ่น" และเพิ่งจะเพิ่ม "หาเพื่อนต่างชาติ" ไปสดๆร้อนๆ หนังสือเล่มนี้จึงเอามาเพื่ออ่านฝึกภาษาครับ เพราะมันมีทั้งแบบแปลไทย และแบบภาษาอังกฤษในเล่มเดียวกัน แถมยังมีคำศัพท์ท้ายบทให้อีกด้วย
รถออกไปได้ประมาณ 30 วินาที ก็เข้าไปจอดที่ร้านค้าสักแห่งนึงเพื่อรับของไปส่งเพิ่ม ยิ่งเพิ่มมวลความแน่นให้กับรถคันนี้เข้าไปอีก
🕙 รถออกจากที่รับของเวลา 10.45
นั่งมาลงที่ตลาดหนองมน
ในที่สุดผมก็ได้ลงจากรถเสียที สารภาพว่าผมอ่านเจ้าชายน้อยไปได้แค่ไม่กี่บท เพราะทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าการอ่านหนังสือในรถนั้นทำให้มึนหัวมากแค่ไหน คราวหน้าผมจะลองไปอ่านบนรถไฟดู
1
ผมลงที่ตลาดหนองมนและนั่งรถสองแถวต่อเข้าไปที่ตัวหาดอีกในราคา 20 บาท💸
และในที่สุด...
หาดบางแสน
🕧 12.30 ถึงหาดบางแสนแล้วจ้าา
ผมก็เดินทางมาถึงหาดบางแสน!!
กุ้งเต้นอยู่ไหนน้าาา อยู่ไหนนะ.... อืมมม ไม่ต้องตกใจไปครับ ผมทำการบ้านมาแล้วว่ามันจะขายประมาณห้าโมง ผมกะว่าจะมาเดินเล่นชิลๆ หาอะไรทำ ก่อนที่จะกินกุ้งเต้นแล้วเดินทางกลับบ้าน แต่ผมก็ทำการบ้านมาแค่ร้านกุ้งเต้นนี่แหละครับ มันจึงทำให้ผมรับรู้ในวันนั้นว่า ชายหาดบางแสนในวันธรรมดาตอนกลางวันนั้น ช่างสงบเสงี่ยมไร้วี่แววของอะไรก็ตามที่ดูสนุกหรือดูเป็นร้านให้ผมเข้าไปนั่งชิลๆได้เลย
บางแสนในวันธรรมดา
ผมจึงตัดสินใจเดินตามเส้นทางไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ จนสุดทางเดินของหาด แต่ก็ยังคงเดินไปต่อ ผมเดินจากวงเวียนหาดบางแสน ไปจนถึง แหลมแท่น ก็ยังไร้วี่แววของสิ่งน่าสนใจ สิ่งเดียวที่ดึงดูดหัวใจของผมได้ นั่นก็คือคุณน้าคนหนึ่งที่กำลังทำท่าขูดๆ เขี่ยๆ อะไรสักอย่างอยู่บนแนวหินตามชายฝั่ง ดูไกลๆเหมือนกับชาวเหมืองที่กำลังขุดแก้วอัญมณีออกจากแนวหินเพื่อนำไปเจียระไน แต่สิ่งที่เค้ากำลังขุดอยู่นั้นไม่ใช่อัญมณีและเค้าก็ไม่ใช่คนงานขุดเหมืองแร่
คุณน้าเก็บหอย (ขออนุญาติเค้าถ่ายแล้วนะครับ)
ผมจึงเดินเข้าไปถาม และพบว่าสิ่งที่พี่แกขุดหาอยู่คือหอยที่เกาะอยู่ตามโขดหินพวกนี้ แต่เห็นบอกว่าวันนี้เหลือน้อย โดนขุดเอาไปจนหมดแล้ว สงสัยเค้าคงจะมาจับกันไปตั้งแต่เช้า
แหลมแท่น
ผมเดินอย่างเรื่อยเปื่อยมาจนถึงแหลมแท่น เห็นได้ชัดเจนว่าเมื่อใกล้ถึงจุดชมวิว ถนนลาดยาง และสิ่งก่อสร้างต่างๆจะเริ่มดูดีขึ้น ขัดกับผู้คนที่ค่อยๆน้อยลง และสีน้ำทะเลก็ยังคงเป็นสีน้ำตาลเหมือนเดิม
ผมตัดสินใจเดินกลับไปที่จุดเริ่มต้น!! และเดินต่อไป...ไปให้สุดทางของอีกฝั่งหนึ่งเพื่อดูว่าจะมีอะไรให้ผมทำบ้าง แต่ตอนนี้ท้องผมเริ่มร้องซะแล้ว
Nomisuke Matcha
ผมเดินมาเรื่อยๆจนเจอเข้ากับร้าน Nomisuke Matcha ผมรู้จักร้านนี้ มันเคยดังอยู่ช่วงหนึ่ง เพราะว่าถ่ายรูปที่นี่ออกมาแล้วเหมือนอยู่ญี่ปุ่นเด๊ะ
จะว่าไปแล้วที่บางแสนนี่ก็มีร้านฟีลญี่ปุ่นเยอะมากอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำไมถึงมากระจุกรวมกันได้ที่บางแสน ถ้าใครพอจะทราบคอมเมนท์มาให้ข้อมูลกันได้นะครับ😊
เพราะส่วนตัวแล้วผมคิดว่าถนนติดชายหาดแบบนี้มันก็มีหลายที่ในไทย แล้วบรรยากาศมันก็ไม่ได้ดูคล้ายที่ญี่ปุ่นสักเท่าไหร่
1
ยังไงก็ตามไหนๆก็เป็นร้านดังละ ขอสั่งกินสักหน่อยละกัน...ซึ่งราคาก็ค่อนข้างจะใช้ได้อยู่😅
ผมสั่งน้ำช็อคโกแลตกับไทยากิมากิน ถึงราคามันจะแพงเอาเรื่อง แต่รสชาติก็ใช้ได้อยู่
น้ำช็อคโกแลตกับไทยากิ ร้านNomisuke
เมื่อกินเสร็จผมก็เดินเล่นอยู่แถวนั้นสักพัก จนไปเจอเข้ากับร้านไอศกรีมร้านหนึ่ง มันดูชิคๆ มินิมอลๆ ดีผมก็เลยลองเดินเข้าไปเผื่อจะได้ content อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง และก็ได้จริงๆ เพราะแม่งโคตรแพง!!
ร้าน I sea cream
แต่ชื่อร้านเก๋ ผมก็ให้อภัยได้ แถมตอนนั้นยืนอยู่ตรงจุดสั่งไอศกรีมแล้วจะไม่สั่งก็ยังไงอยู่ (จริงๆไม่สั่งมันก็ได้แหละ) ผมก็เลยขอจัดมาสัก 1 เมนูแล้วกัน!!
ได้ไอศกรีมกับน้องตัวประหลาดแปะมา
ผมสั่งเมนูที่ชื่อว่า Breakfast...อะไรสักอย่าง เลยเดาว่าไอตัวประหลาดที่ทำหน้ายิ้มอยู่บนไอติมของผมคงเป็นไข่กับขนมปัง ซึ่งทำมาจากคุ้กกี้ครับ
แน่นอนอีกแล้วว่า ถึงจะแพงไปนิด แต่รสชาติมันก็ดีไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะตัวไอศกรีม...ผมขอเรียกว่า "ไอติม" แล้วกันมันเรียกง่ายดี
อร่อยมากๆครับ โดยเฉพาะตัวไอติมวนิลา เคยได้ยินมาว่าไอติมวนิลาแท้ๆต้องไปกินที่มาดากัสก้า มันจะมีรสชาติติดมิ้นท์นิดๆ และมีสีขาว ซึ่งไอติมวนิลาร้านนี้ก็เป็นอย่างนั้นเลยครับ แต่ผมก็ยังไม่เคยได้กินวนิลาของที่มาดากัสกาจริงๆนะ (คงต้องเพิ่มไปในBucket list แล้ว)
.
.
.
เมื่อผมรับประทานไอติมสุดอร่อย(แต่โคตรแพง!!)จนหมด ผมก็ออกเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่นานก็สุดถนนครับ แต่ตรงปลายสุดถนนนี่แหละที่ผมเจอเข้ากับหมึกช็อตต
หมึกช็อตคุณนายบัวลอย
อืมมม ไหนๆก็มาแล้ว จะไม่ลองก็คงไม่ได้ จัดมาตัวนึงเลยป้า!!!
เตรียมตัวแดกน้องง
ระหว่างที่ป้ากำลังพยายามจะช้อนน้องหมึกขึ้นมาให้ผมอยู่ มันก็มีน้องบางตัวที่พุ่งหนีออกมาจากอ่างได้เฉยเลย แถมพุ่งเร็วและแรงมาก ด้วยความที่กล้าๆกลัวๆอยู่แล้ว มันยิ่งบั่นทอนจิตใจผมขึ้นไปอีก
ป้ายื่นแก้วใส่น้ำจิ้มซีฟู้ดมาให้ผมถือไว้ในมือ ก่อนที่จะจับเอาน้องหมึกตัวเป็นๆปักลงไปในแก้ว
"ให้มันดูน้ำจิ้มเข้าไปก่อนนะ แล้วก็ค่อยกินมัน... กินทางหัวนะ" นี่คือทั้งหมดที่ป้าสอนผมในการกินหมึกตัวเป็นๆ
ผมพยายามจะจับมันขึ้นมาแต่แรงมือของผมไม่สามารถสู้กับแรงหมึกที่กำลังดิ้นอยู่ได้ บวกกับความลื่นของมันยิ่งทำให้หยิบมันขึ้นมายากไปอีก ผมจับมันจุ่มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดอยู่สักพักก่อนที่มันจะค่อยๆนิ่งลง จังหวะนี้แหละ!! คงจะไม่มีเวลาไหนเหมาะแก่การซัดโฮกหมึกน้อยตัวเป็นๆไปมากกว่าเวลานี้อีกแล้ว!!
2
ผมรีบหยิบมันขึ้นมาและกินมันจากทางหัว สัมผัวแรกที่เอาเข้าปากนั้น ไม่ได้ต่างจากกินหมึกปกติทั่วไปเท่าไหร่ เอาจริงๆผมแทบจะไม่รับรู้ถึงรสของมันเลยด้วยซ้ำ เพราะผมกำลังง่วนอยู่กับการพยายามกัดมันให้ขาด นั่นเป็นสิ่งที่ป้าบอกให้ผมทำหลังจากที่ผมเอามันเข้าปาก
1
ขอปิดหน้า เพราะหน้าผมตอนนั้นเอ๋อมาก
ถ้าจะให้สรุปให้ฟังก็อร่อยดีครับ รู้สึกว่ามันติดหวานๆหน่อย ไม่ได้รู้สึกว่ามัน ดึ๋ยๆ หรือขยับตัวอะไรในปากมากมายขนาดนั้น
.
.
.
มาจนถึงตอนนี้ทั้งขนมรูปปลา ไอติมรูปไข่ หมึกสดๆ มากันหมดแล้ว เมื่อไหร่กุ้งที่เป็นจุดประสงค์หลักและเป็นพาดหัวของโพสต์นี้จะมาเสียที.... ผมก็รออยู่เหมือนกันครับ
แต่ตอนนั้นอีกประมาณ 2-3 ชั่วโมงเลยกว่าร้านจะเปิด ผมเลยไปนั่งเล่นริมทะเลรอ
เพิ่งจะเข้าใจฟีลของคำว่านั่งโง่ๆริมทะเลก็วันนี้แหละครับ ไม่ใช่นั่งโง่ๆธรรมดา แต่โคตรโง่เลยครับ ความจริงไม่ต้องถ่อมาถึงทะเลก็โง่ได้อยู่แล้ว แต่ไหนๆก็มาทะเลทั้งที ก็ขอโง่ที่ริมทะเลแล้วกัน
ทะเลสีน้ำตาลนวลราวกับน้ำล้างพู่กันสาดซัดหยอกล้อกับแผ่นฟ้าสีเทาที่กำลังจะนำพาเม็ดฝนลงมาตกกระทบเหล่าขยะบนชายหาด
.
.
.
และเวลาก็ล่วงเลยไป...จนในที่สุด!!
อ้าวเฮ้ย...กุ้งเต้น
🥺🥺🥺🥺🥺
กุ้งก็ออกมาเต้นแล้วครับ!!
เฮ้อ~ ได้ลองกินสักที โดยที่ร้าน อ้าวเฮ้ย...กุ้งเต้นจะมีให้เลือกนะครับว่าจะ ใส่หรือไม่ใส่น้ำปลาร้า และให้เลือกระดับความเผ็ด
เผ็ดน้อย 🌶
เผ็ดกลาง 🌶🌶
เผ็ดมาก 🌶🌶🌶
โดยผมเลือกเป็นเผ็ดกลางใส่ปลาร้าครับ สงวนราคาอยู่ที่ 60 บาท💸
จัดมา 1 กล่องจุกๆ
ในที่สุดผมก็ได้ลองกินมันสักที เพียงแค่เปิดกล่องออกมา ไอพวกกุ้งตัวจิ๊วมันก็เด้งออกมาเต็มพื้นไปหมด เป็นการกินที่ลำบากพอควรเลยครับ
ส่วนเรื่องรสชาติของมันก็...อืมมม... ก็ไม่ได้แย่นะ... สำหรับผมก็ไม่ได้อร่อยขนาดนั้น555 แต่ต้องยอมรับว่าหน้าตาของมันน่ากินมาก ขนาดตอนนี้ที่ผมกำลังนั่งเขียนอยู่ พอดูรูปภาพมันอีกรอบแล้ว ก็รู้สึกเริ่มอยากกินอีกรอบหนึ่ง ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้อร่อยขนาดนั้น ต้องเรียกได้ว่าผมต้องใช้ความพยายามในการกินมันจนหมดเลยก็ว่าได้
รสชาติทั้งหมดของมันนั้นมาจาก พริก และน้ำปลาร้า ส่วนตัวกุ้งนั้นให้เคี้ยวเป็น texture มากกว่า สิ่งที่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ก็คือหนวดของมัน ยิ่งพอคิดว่ากุ้งกับแมลงสาบนั้นอยู่ในไฟลั่มเดียวกันแล้ว หนวดที่ยังสั่นไปมาในปากของผมยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนกำลังกินแมลงสาบ
อันนี้ก็เป็นความรู้สึกส่วนตัวของผมนะครับ ยิ่งผมไปคิดแบบนั้นยิ่งทำให้มันดูแย่ขึ้น ทั้งที่จริงๆมันไม่ใช่เลย มันก็เป็นอาหารจานหนึ่งที่มีรสชาติของมัน และแน่นอนว่ามันอร่อยกว่าอาหารขึ้นชื่อหลายๆอย่างที่ผมเคยไปกินในต่างประเทศเสียอีก
📌เวลาไปต่างประเทศส่วนมากผมต้องพกมาม่าไทยไปกินด้วย เพราะส่วนตัวที่ผมเป็นคนชอบอาหารรสจัด จึงทำให้ไม่มีอาหารที่ไหนอร่อยถูกปากสู้ประเทศไทยได้เลย📌
1
จบภารกิจ
ภารกิจของวันนี้จบแล้ว ก็ได้เวลากลับบ้านกันเสียที บ๊ายบาย บางแสน
ตั๋วรถตู้จากบางแสนกลับกรุงเทพ
ผมมาขึ้นรถที่ตรงข้าม สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ม.บูรพา ซึ่งออกแนวเป็นรถทัวร์หน่อยๆ ที่นั่งกว้าง สบาย แอร์เย็น
ข้างในรถ
โพสต์นี้ก็คงจบแต่เพียงเท่านี้แหละครับ กับภารกิจแรกใน "100สิ่งที่อยากทำ...ก่อนหางานใหม่" คราวหน้าผมจะไปทำอะไรก็ฝากติดตามด้วยนะครับ😊
และแน่นอนว่าถ้าใครอยากให้ผมทำอะไร เพิ่มอะไรเข้าไปในลิสท์ สามารถบอกกันได้นะครับ ซึ่งตอนนี้ผมก็มีเพิ่มเติมลิสท์ของผมมาแล้วครับ
กินกุ้งเต้น Check!!
กินกุ้งเต้นบางแสน CHECK!!!
คราวหน้าผมจะไปทำอะไร ฝากติดตามกันด้วยนะครับบบ😊
.
.
.
.
.
ก่อนจบ.... ได้พบเจออีกหนึ่งความฉิบหายครับ คือ ปวดฉี่!!! แล้วรถโคตรติดๆๆๆๆ
ขยับได้ทีละนิดทีละน้อยเท่านั้นเอง ผมปวดมากจนขาผมเริ่มสั่น คนที่นั่งข้างๆ คงคิดว่าเจ้าเข้า ไม่งั้นผมคงกำลังขาดยาอะไรสักอย่าง เป็นความทรมานอย่างหาที่สุดไม่
ในที่สุดรถก็คลานมาจนถึงเซนทรัลลาดพร้าว ผมอยากจะวิ่งพุ่งไปหาห้องน้ำ แต่มันปวดจนวิ่งแทบจะไม่ได้ด้วยซ้ำ
ผมเดินกะเผลกเข้าไปในห้าง และเดินหาห้องน้ำต่ออีกนานสองนาน ในระหว่างนั้นความทรมานได้สร้างความโกรธเกรี้ยวในจิตใจ ผมแทบอยากจะวิ่งทะลุทุกคนที่อยู่ตรงหน้าไปจนถึงห้องน้ำให้เร็วที่สุด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าน้ำเปลี่ยนนิสัยที่แท้จริงไม่ใช่เหล้าเบียร์แต่อย่างใด
ผมวนหาตามป้ายจนมันแทบจะราด ในที่สุด🥺🥺🥺
ผมก็เจอห้องน้ำแล้ว!!! และนี่คือสิ่งที่มีความสุขที่สุดในทริปนี้ นั่นก็คือช่วงเวลาที่หลุดพ้นจากความทรมานอันหาที่สุดไม่
เพราะฉะนั้นทริปนี้ผมขอขอบคุณ บริษัทโถฉี่ sana ที่ผลิตโถฉี่โถนี้ออกมาเพื่อให้ผมได้ใช้มันในวันนี้
ขอบคุณครับ😌

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา