14 ส.ค. 2023 เวลา 03:13 • นิยาย เรื่องสั้น

#เรื่องจากเมล #TheGhostRadio

เรื่อง ศาลกลางบ้าน โดย คุณจั่น
คลิกฟัง https://youtu.be/Nmpdml5DkLg
เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน เราอายุประมาณ 10 ขวบ ตอนนั้นครอบครัวอยู่บ้านหลังเล็ก ๆ อยู่กันหลายคน พ่อแม่เลยอยากหาบ้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม เอาทำเลดี ๆ ที่ลูก ๆ ไปโรงเรียนกันสะดวก ตอนนั้นหากันอยู่หลายหลัง อยากได้แบบใกล้ตลาด ใกล้ห้าง ใกล้โรงพยาบาล แต่ทุกหลังก็ราคาแพงหมด จนไปเจอบ้านแฝดหลังนึง เจ้าของเขาซื้อทิ้งไว้ไม่มีใครอยู่ เลยติดต่อไป
เจ้าของบอกคิด 5 แสนพอ บ้านร้อยตารางเมตร 5 แสน กลางเมือง พ่อแม่รีบตอบตกลงเลย ทั้งที่เห็นแค่หน้าบ้าน จนตกลงกับเจ้าของบ้านแล้วคิดว่าจะเอาแน่ ๆ เลยขอเขาเข้าไปดูในบ้าน เปิดประตูมาเจอเสากลางบ้าน ก็ยังไม่ช็อกหรอกนะ ถ้าเสามันไม่มีอะไร แต่นี่มีศาลแล้วมีกระถางธูป เศษธูป ก้านธูปแน่นมาก ในบ้านคือรกร้างมาก กระจกแตกทุกบาน ประตูทุกบานโดนพังหมด ด้วยความเป็นคนจีนมั้ง พ่อแม่ก็ไม่ได้ถือสาอะไรเรื่องศาล คิดว่าจะมาอยู่ก็เอาออกไปแค่นั้น
มันแปลกอีกอย่างคือ ตอนไปโอนบ้าน เจ้าหน้าที่ก็ถาม ไม่ได้โดนหลอกแน่นะ หลายครั้งมาก ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าดีใจมีบ้านหลังใหญ่ถูกมากเหมือนได้ฟรีมา พอโอนบ้านเสร็จ พ่อแม่ยกมือไหว้แล้วเอาศาลออกเลย ไม่มีพราหมณ์ ไม่มีพิธีกรรมอะไรทั้งนั้น แม่บอกศาลกลางหมู่บ้านก็มี แค่ไม่มีศาลที่บ้านคงไม่มีอะไรหรอก
จนกระทั่งได้มาอยู่ แรก ๆ เด็กแถวบ้านก็มาถามไม่กลัวผีเหรอ นี่บ้านผีนะ ปกติมีแต่เด็กกับวัยรุ่นที่มาดูผีกัน มันไม่ใช่บ้านคน เราก็คิดแค่ว่า เขาคงเล่นตอนเป็นบ้านร้างกัน คงไม่มีอะไร จนอยู่ไปเรื่อย ๆ ญาติมานอนบ้าน ฉลองบ้านใหม่ นอนกันหน้าทีวีกลางบ้าน เราเห็นหัวคน มีแต่หัว ผมยุ่ง ๆ จ้องมาที่เรา เขาอยู่ในซอกตู้วางทีวี คิดว่าตาฝาดดูหนังผีมากไป แต่มันนานมาก แล้วคือไม่มีใครเห็น หรือใครทักเลย เราก็ได้แต่เก็บไว้คนเดียวไม่บอกใคร เพราะกลัวคนอื่นจะกลัวไปด้วย
นานวันเข้า เราเริ่มเห็นทุกวัน เราตื่นเช้ามาเล่นคอม ซึ่งคอมอยู่ตรงข้างในหน้าบ้าน แล้วประตูบ้านมันเป็นกระจก เราเห็นผู้หญิงหัวยุ่ง ๆ ใส่เสื้อยืดขาด ๆ ผ้าถุงสีดำ ๆ ชี้มาที่เรา ตอนนั้นตี 5 ไฟในซอยยังสลัว ๆ เขายืนใต้ไฟที่อยู่ตรงเสาไฟค่ะ ตอนนั้นคิดว่า คนบ้า เลยปิดผ้าม่านเพราะไม่อยากเห็น แล้วเรากลัวด้วย แต่พออีกครึ่งชั่วโมงผ่านไป เปิดม่านดู เค้ายังชี้อยู่ท่าเดิมที่เดิม ไม่ขยับไปไหน
เราเจอผีตลอดเวลาที่อยู่ในบ้าน เจอทุกวัน เจอทั้งวัน บางทีโผล่มาแต่แขน แขนโผล่มาจากกำแพง แขนก็คว้าอากาศไปเรื่อย ๆ เราทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินหนี บางทีนั่งโซฟาอยู่ดี ๆ หันไปอีกที เจอผู้ชายมานั่งโซฟาข้าง ๆ ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินไปที่อื่น จนวันนึงเราไปเข้าค่ายลูกเสือ น้องเราเลยนอนห้องคนเดียว น้องก็นอนเล่น อ่านการ์ตูนดูทีวีไป สักพักน้องบอกเห็นเตียงเรายุบเหมือนมีคนนอน ตอนนั้นน้องกลัวมาก สักพักได้ยินเสียงหัวเราะข้างหู น้องกรี๊ดเลย พ่อแม่เลยมาดู มาถามทั้งหมด เลยรู้ว่าทั้งเราทั้งน้องเจอผี
ทีนี้พ่อแม่เลยนิมนต์พระมาบ้านรูปนึง มาพรมน้ำมนต์ทั่วบ้าน เอายันต์แปะประตูห้องเรา แล้วพระก็พูดว่าอยู่หลายคนนะโยม เราก็ไม่รู้จะทำยังไง เราอยู่กับผีได้นะ แต่ขอแค่ต่างคนต่างอยู่ เลยถามพระว่า มีวิธีไม่ให้เห็นไหม ? .. พระบอกว่า “ไม่มี” แต่ต้องหมั่นทำบุญให้เขา
จริง ๆ ที่บ้านก็อยากรู้ว่า บ้านนี้มีอะไรกันแน่ ทำไมผีเยอะขนาดนี้ แล้วทำไมต้องทำศาลไว้กลางบ้าน โทรไปหาเจ้าของบ้านเก่าโทรไม่ติด เลยไปถึงบ้านก็ไม่มีใครอยู่ จนข้างบ้านมาบอก เจ้าของเก่าตายไปแล้ว เลยไปสืบมาว่าที่ดินนี้ เจ้าของเก่าไปซื้อมาจากใคร สรุปก็คือ เจ้าของที่เคยเป็นคนมีฐานะมาก ๆ ในจังหวัด มีปั๊มน้ำมัน สวนอาหาร ขับรถยุโรป แต่พอขายที่ได้ไม่นาน แกสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่เหลืออะไร ปั๊มน้ำมัน สวนอาหารต้องขายทิ้ง รถก็ขายทิ้ง แล้วหนีหนี้ไปอยู่จังหวัดอื่น
ตอนนั้นบ้านเราเจอผีกันทุกคน เจอกันทุกวัน จนมาถึงจุดนึง มันไม่ไหว มันไม่อยากอยู่แล้ว เลยประกาศขาย เอาถูก ๆ เลย จะรีบไปหาบ้านใหม่อยู่ คนสนใจติดต่อกันมาเยอะมาก แต่พอจะทำสัญญาก็ต้องมีเหตุการณ์ให้ไม่ได้ซื้อกันสักที เช่น ก่อนวันทำสัญญา 1 วัน ภรรยาของคนที่จะซื้อบ้านบอกว่าสามีเส้นเลือดในสมองแตก อยู่ ICU ยกเลิก ทำสัญญา อีกคนที่ติดต่อจะทำสัญญาก็รถคว่ำเสียชีวิต
ตอนนั้นก็คิดว่า ขายไม่ได้ก็ช่างมัน เราไปอยู่ที่อื่น แต่พอทิ้งบ้านไม่ถึงสัปดาห์ อยู่ ๆ แม่ก็ความดันสูงมาก 200 กว่า มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ไม่มีสาเหตุ แม่ไม่มีโรคประจำตัวอะไรเลย เลยบอกกับบ้านไว้ว่า
ถ้าไม่ให้คนอื่นอยู่ เดี๋ยวอยู่กันเอง ขอให้แม่หายได้มั้ย เดี๋ยวจะกลับไปอยู่ ไม่น่าเชื่อหลังจากนั้นวันเดียว หมอบอก แม่ไม่ติดเชื้อแล้ว ออกจากห้องผู้ป่วยวิกฤตมาห้องธรรมดาได้ เหมือนเขาไม่อยากให้คนอื่นมาอยู่ ไม่อยากให้เราขายทิ้ง อยากให้เราอยู่กับเขา ทั้งที่เขาก็หลอกเราทุกวัน ทำให้เรากลัว พอเราจะหนีก็จะเอาชีวิต
หลังจากแม่หายป่วยก็กลับไปอยู่บ้าน เลี้ยงพระบ่อย ๆ ยังได้ยินเสียงก๊อก ๆ แก๊ก ๆ อยู่บ้าง แต่ไม่หนักเท่าตอนแรก ๆ ไม่หนักเท่าตอนจะหนีไปที่อื่น แต่จะมีบางที่ในบ้านที่เหมือนเป็นที่โปรดเขา เขาจะนั่งห้ามวางของ เช่นคอมแอร์ที่ระเบียงบ้าน เราวางกระถางต้นไม้เล็ก ๆ ไว้กี่อัน ตกแตกหมด ทีแรกคิดว่าลมแรง
แต่มีครั้งนึงเห็นกับตา เราอยู่ระเบียง ไม่มีลม คุยโทรศัพท์กับเพื่อนอยู่ แล้วก็มองต้นไม้ กระถางมันค่อย ๆ เลื่อนไปตกแตก คือไม่ได้โดนไม่มีลมเลย ก็เลยตัดสินใจ ต่อไปจะไม่วางอะไรตรงนี้อีก เป็นที่รู้ไว้ว่าเพื่อนร่วมบ้านไม่ชอบ เรื่องราวก็ประมาณนี้ค่ะ ตอนนี้ก็ยังอยู่บ้านหลังนี้ สบายดี ปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมบ้านได้ เพราะไม่คิดหนีแล้วค่ะ
เล่าไว้วันที่ 25 กันยายน 2565
โฆษณา