11 ส.ค. 2023 เวลา 05:55 • ดนตรี เพลง

[รีวิวอัลบั้ม] ASTROWORLD - Travis Scott (Revisit Version 2023)

สวนสนุกที่ไม่มีวันหวนกลับคืน
-สมัยที่คุณผู้อ่านยังเป็นเด็กตัวน้อยๆน่าจะเคยโดนคุณครูสั่งงานให้เขียนเรียงความประเภท "โรงเรียนของฉัน" , "อาชีพในฝัน" "ปิดเทอมแสนสุขของฉัน" เขียนเรียงความเล่า topic อะไรที่ต้องใส่ perspective ใส่จินตนาการของตัวเองแบบนี้แน่นอน
-อารมณ์ของ ASTROWORLD ก็ไม่ต่างอะไรจากเรียงความประเภทเหล่านี้ พรรณนาวิมานในฝันของใครหลายคน เพียงแต่พรรณาโวหารนี้มีศิลปะในการเปรียบเปรย และไม่ได้จำกัดอยู่แค่ขอบเขตเดียว ASTROWORLD จึงเป็นตีมปาร์คที่ขยายขอบเขตได้กว้างขวางมาก สวนสนุกของทราวิสไม่ได้มีแค่เครื่องเล่น คณะละครสัตว์เพียงอย่างเดียว
-ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ถือเป็นเครื่องเล่นที่ทราวิสเคยเล่นกับมันด้วยเช่นกัน ซึ่งประสบการณ์ดังกล่าวเสือกเป็นประสบการณ์ในมุมมืดที่เต็มไปด้วยกิเลส คาวโลกีย์ซะส่วนใหญ่ มันเลยทำให้สวนสนุกแห่งนี้ไม่ใช่ทั้ง Disneyland , Universal Studio ที่เด็กๆจะริอาจยุ่มย่ามเข้าไปได้
-อุปกรณ์เสริมที่เอาไปเล่นควบคู่แทนที่จะเป็น แว่นสามมิติ แว่น VR แต่ device ดังกล่าวอยู่ในรูปของ "ยา" ที่ใช้เสพเสียมากกว่า ของที่ระลึกประจำสวนสนุกก็ไม่ใช่ของเล่น แต่เสือกเป็นเหล้า ผงขาว กัญชา หรือโส ประมาณนั้น ซึ่งหน้าปกสองรูปแบบของทราวิสน่าจะบ่งบอกความเป็น coming of age การเปลี่ยนถ่ายความสนุกที่เปลี่ยนไปจากวัยเด็กสู่วัยโตได้ดีในระดับนึงด้วย
-เพลงช่วงต้นอัลบั้มมีความเป็นตีมปาร์คที่พอเป็นรูปธรรม ไล่ตั้งแต่ STARGAZING ฟิลเพลงนี้ทำให้ผมนึกถึงเครื่องเล่นรถไฟเหาะในดิสนีย์แลนด์อย่าง Space Mountain (ขอสปอยล์เครื่องเล่นนี้หน่อยนะ) ถ้าใครรู้จักนึกภาพตามไปได้ ในช่วงต้นเพลงมันจะเอื่อยๆเป็นการอุ่นเครื่อง ทำให้นึกถึงการเดินต่อแถวแล้วผ่านซุ้มสถานีอวกาศใช่มั้ยล่ะครับ
-พอมาถึงจุดก่อนสวิตช์บีท เหมือนเรานั่งประจำที่แล้ว ทันใดนั้นเองเมื่อออกตัว รถไฟเหาะก็พาไปในจุดที่มืดมิด มองไม่เห็นห่าอะไรเลย นอกเหนือจากแสงดาวเคราะห์รำไร เหมือนที่ทราวิสใช้เทคนิดการ switch beat แล้วพาผู้ฟังไปสู่จุดที่ดาร์คกว่า ฟีลเพลงเหมือนเครื่องเล่นอันนั้นเลยแหละ
-CAROUSEL แปลเป็นไทยว่า "ม้าหมุน" ฟีลเพลงก็วนเรื่อยเหมือนม้าหมุนชิบหาย เพียงแต่ทราวิสคือคนคุมม้าหมุนที่ทำให้คนเมาไปกับแรงเหวี่ยงของมัน ส่วนพี่ Frank Ocean ทำให้ม้าหมุนมันกระตุก
-SICKO MODE นี่ถือเป็น Main Attraction ที่แท้จริง การที่ทราวิสเลือก Drake มาเป็นแขกรับเชิญเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ได้ต่างจากที่ Universal Studio หยิบ Harry Potter หรือพวก Minion มาทำเป็นเครื่องเล่น เพราะ Drake กลายเป็น trademark ของวงการเพลงไปแล้ว ยังไงคนเห็นชื่อมันก็ยอมต่อแถวอยู่ดี เทคนิคการสวิตช์บีทจัดว่าแพรวพราวที่สุดเท่าที่เคยฟังมาในบรรดาเพลงฮิปฮอปด้วยกันเองเลยนะ แต่ละคนโชว์มิติที่แตกต่างกันออกไป ทราวิสก็มีมิติหมุนติ้วๆในแบบของมัน
-ส่วน Drake ก็มีมิติในแบบ Memphis Sound ที่ได้มาจากเพลง Nonstop อีกเช่นกัน ผมเชื่อว่าการที่เครื่องเล่น มันถูกออกแบบมาให้เราหลุดไปในมิติที่หลากหลายนั้นได้ มักเป็นเครื่องเล่นที่น่าเล่นเสมอ แล้วพวกเขาก็ทำให้เรานั้นยอมซื้อ Fast Pass นั้นได้
- R.I.P. SCREW และ STOP TRYING TO BE GOD ทำให้สวนสนุกแห่งนี้รู้จักมารยาทบ้าง เพลงแรกให้อารมณ์เหมือนได้ยินเพลงสรรเสริญ แล้วทุกคนต้องหยุดทุกสิ่งอย่างซักครู่ ซึ่งก็สรรเสริญ DJ Screw บุคลากรคนสำคัญของวงการฮิปฮอปแห่งเมือง Houston บ้านเกิดเดียวกันกับเจ้าของอัลบั้มด้วย
-ส่วนเพลงหลังให้อารมณ์เหมือนเสี้ยมสอนมากๆ ราวกับ Safety Rules ที่พวกมึงต้องปฏิบัติตามตอนเล่น แล้วเพลงนี้ก็ให้ความรู้สึกเหมือนโดนตีกรอบด้วยบางสิ่ง ถึงแม้ว่าจะมี Jame Blake จีเนียสแห่งยุคเป็นหนึ่งในแขกรับเชิญ ก็ยังไม่ทำให้เกิดจุดพลิกผันหรือเรื่องสะดุดในระหว่างทางแต่อย่างใด
-พอมาถึง NO BYSTANDERS ดูเหมือนทราวิสจะพาออกจากสวนสนุก แล้วไปต่อสถานอะโคจร เพลงนี้เกิดมาเพื่อตะโกนแหกปากลั่นผับแบบไม่มีห่าอะไรให้เสียแล้ว จบคอนเสิร์ตในผับปุ๊บ SKELETONS คือมึงตกสาวในคลับแล้วล่ะ ซาวน์ดไซคลิเดลิกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Kevin Parker แห่ง Tame Impala ช่วยทำให้บรรยากาศแฟนตาซีของคนเมารักชัดมากขึ้น
-ตกสาวในคลับได้ปุ๊บ ตัดภาพไปที่ไอ้หนุ่มทราวิสและสาวในชุดวันเกิดเรียบร้อยแล้วในเพลง WAKE UP คือ coffee in the morning จริงๆ ส่วน NC-17 คือการทำให้การฟีทเจอริ่งเห็นภาพได้ชัดขึ้น พอมาถึงจุดนี้แล้วคุณผู้อ่านน่าจะตีความออกแล้วว่า ความสนุกของทราวิสคืออยากขี่สาวมากกว่าขี่เครื่องเล่นอ่ะนะ
-throwback ตีมสวนสนุกซะเล็กน้อยใน 5% TINT เหมาะเหม็งกับความเป็นบ้านผีสิงมากที่สุด ไม่ใช่ผีตุ้งแช่ แต่หลอนยาเสียมากกว่า ad lib ช่างซาบซ่ายิ่งนัก ASTROTHUNDER ชื่อออกแนวสวนสนุก แต่ไม่น่าจะเกี่ยวกับสวนสนุกล่ะ เพลงสั้นๆขมุกขมัว โซโล่นุ่มๆของ Thundercat และ John Mayer ที่มาแบบบางๆกลับเสริมความรู้สึกพร้อมแตะเบรค จอดรถไฟเหาะเพื่อ transition สู่ช่วงแห่งการหยุดนิ่งในเพลงถัดๆไป
-พอมาถึงช่วงแทร็ค 11 เป็นต้นไปปุ๊บ เหมือนทราวิสอยากจะพักผ่อนมากๆ จากที่มันยังสนุกกับสวนสนุกกิเลสตัณหาของมันอยู่ สู่ความเหนื่อยนักอยากพักผ่อน อยากหลีกหนีความวุ่นวายบ้างล่ะ เริ่มตั้งแต่ YOSEMITE ตั้งชื่อตามสวนสาธารณะในรัฐแคลิฟอร์เนีย นึกภาพง่ายๆใกล้ตัวเรา เหมือนคนกรุงเทพโหยหาอยากไปสูดอากาศที่สวนสาธารณะ เพลงนี้ก็คงมีฟีลไม่ต่างกัน ทั้งภาคดนตรีอคลูสติคที่โคตรจะ bright มาก
-CAN’T SAY ตอนแรกที่เคยฟังผมรู้สึกเฉยมากๆ แต่พอได้มาฟังเพื่อ recap ก่อน Utopia ผมกลับรู้สึกถึงความ catchy ป็อปที่สุดจนไม่แปลกใจที่ Don Toliver ไอ้หนุ่มที่มาจากไหนไม่รู้ในตอนนั้นกลายเป็นตัวตึงอาร์แอนด์บีในยุคปัจจุบัน นับว่าทราวิสตาถึงแหะ
-HOUSTONFORNICATION คือผลกระทบจาก BUTTERFLY EFFECT เพียงแค่สิ่งเล็กน้อยที่มันทำก็คือรับโทรศัพท์จาก T.I. ผู้เห็นแววแล้วบินไปออดิชั่นจากคนธรรมดาที่โดนพ่อแม่ถีบหัวส่ง เป็นคนไร้บ้าน สู่การเป็นศิลปินที่ไปได้ไกลสัดจนถึงทุกวันนี้ อยู่จนมันเริ่มจะเจอสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลในการมีชื่อเสียงของมัน ซึ่งเพลงนี้ก็ไม่ต่างอะไรจาก Californication ของ RHCP ที่มาของแรงบันดาลใจเพลงนี้
-สุดท้ายเหมือนหมดเวลาสนุก กลับมาสู่โลกความเป็นจริงอันเจ็บปวดที่พ่อเขยแม่ตาของ Kylie Jenner ยังไม่ยอมรับในตัวมันใน COFFEE BEAN เพลงที่โคตรจะ personal และเหงาหงอยที่สุดที่เราไม่เคยเห็นจากทราวิสมาก่อน เป็นการจบอัลบั้มที่พลิก vibe แบบงงๆจนนึกว่ากำลังฟังเพลงคนละอัลบั้ม แต่ผมดันชอบเฉย
-เป็นอาร์แอนด์บีพึงอาลัยอาวรณ์และน้อยเนื้อต่ำใจที่แปรเปลี่ยนจากแร็ปเปอร์ผู้บ้าคลั่งกลายเป็นคนก้มหน้ายอมรับสภาพที่ผิวสีของเขายังไม่ได้รับการยอมรับจากตระกูลบ้านใหญ่ Kylie Jenner (อดีตเมีย) พอสมควร ผมเชื่อเลยว่าต้องมีคนที่รู้สึกเปลี่ยนไปจากไม่ชอบหรือเฉยๆกลายเป็นรักเพลงปิดอัลบั้มนี้ด้วยความที่มันจึ้งความรู้สึกลึกๆทางใดทางนึงเนี่ยแหละ
-ผมรู้สึกว่า ASTROWORLD มันเป็นสิ่งที่มีความหมายต่อตัวทราวิสมากๆ ทั้งในรูปแบบของความทรงจำในวัยเด็ก และงานเพลงของเขาด้วย ถ้าหากทราวิสมันรวยพอ มันคงกว้านซื้อสวนสนุกมาเป็นของมันไปนานล่ะ การใส่ใจในรายละเอียดในภาคดนตรีที่สร้างจุดพลิกแพลงกิมมิคต่างๆนาๆช่วยทำให้ฟังไม่เบื่อ โดดเด่นยิ่งกว่าผลงานที่ผ่านมา แขกรับเชิญที่โคตรเยอะ และครอบจักรวาลมากๆ มันครอบคลุมเกือบทุกแนวเพลง จนผมคิดว่า ถ้าเชิญใครที่นอกเหนือจากนั้นแล้วก็คงไม่เซอร์ไพรส์ไปมากกว่านี้แล้ว
-ในเรื่องของแขกเยอะใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีเสมอไป บางเพลงมากคนมากความจนเรายังไม่สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของแขกบางรายได้ ผมยังมองว่า Pharrell Williams ไม่มีความจำเป็นในเพลง SKELETON
-WHO?WHAT เหมือนรักเพื่อนมากเลยไม่ตัดออกไป เหมือนทีเล่นมากกว่าทีจริงเสียมากกว่า Quavo และ Takeoff ถือเป็นแขกที่เขาคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ก็เหมือนยังไม่มีอะไรพิเศษเหมือนเพลงอื่นๆก็เท่านั้น หรือตัวอย่างเพลงที่ปล่อยมาเป็นชาติแล้วอย่าง BUTTERFLY EFFECT ก็ไม่น่าจะแถมมา ในเมื่อเพลงต่อไปนั้นก็พูดถึงเรื่องแบบนี้ด้วยน้ำหนักที่มากกว่า มันเลยกลายเป็นเพลงแถมไปเลย
-ข้อเสียที่ผมลิสต์ไปข้างต้นอาจเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็น แต่ก็ไม่ทำให้ภาพรวมกลายเป็นของเสียจนเกินไปจนต้องข้ามเยอะ รอบนี้ทราวิสเริ่มแก้เกมส์ส่วนเสียเหล่านี้ออกจากอัลบั้มได้ดียิ่งขึ้น เทียบกับสองชุดที่ผ่านมา Rodeo เป็นการผจญภัยอย่างบ้าคลั่งที่บางทีก็เหนื่อยที่จะตาม birds in trap sing mcknight เป็นกรงกักขังที่โคตรอึดอัด ไม่รู้ว่าทราวิสจงใจจะแกล้งเราเล่นๆหรือเปล่า หรือผมเริ่มแก่หรือเปล่าวะ
-ส่วน ASTROWORLD เริ่มมีพัฒนาการจัดองก์ลำดับทางความคิดได้สมเหตุสมผล จัดเรียง vibe ได้กลมกล่อมขึ้น รู้สึกฟังได้ตลอดอัลบั้มมากกว่าชุดที่แล้ว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมีวิสัยทัศน์ในการรังสรรค์ออกมาได้อย่างมีศิลปะ มากกว่าที่จะถูกมองว่า เขาคือแร็ปเปอร์ที่เป็นตัวแทนแห่งความห้าวหาญเลือดร้อนเพียงอย่างเดียว อัลบั้มชุดที่สามน่าจะสามารถพาเขาไปสู่จุดท็อปฟอร์มได้อย่างเต็มภาคภูมิ และผมเชื่อสนิทใจว่า นี่คืออัลบั้มที่เป็นเดอะเบสต์ตามที่ไอ้หนุ่มทราวิสเคยเคลมไว้จริงๆ
- ASTROWORLD มันมีจิตวิญญาณของความเป็นสวนสนุก และศูนย์รวมของคนรักสนุกหลากหลายรูปแบบมาไว้ด้วยกัน ในขณะที่ inspiration หลักๆของอัลบั้มนี้อิงจากชื่อของสวนสนุก Six Flags AstroWorld ในเมืองฮุสตันบ้านเกิดของทราวิสที่ถูกทุบทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยอพาร์ตเม้นท์ตามความต้องการนายทุน
-เคสแบบนี้ทำให้ผมมีมุมมองส่วนตัวบางอย่างที่อยากจะแชร์ถึงความ anxiety และความเสียดายที่ว่า สวนสนุกแห่งนี้คือตัวแทนของความสนุกที่จับต้องได้กำลังจะหายไปเรื่อยๆ แล้วถูกแทนที่ด้วยความบันเทิงในบ้านแทน ซึ่งมันทดแทนไม่ได้กับความสนุกแสนบริสุทธิ์เหล่านั้น
-น่าเสียดายที่ลูกๆหลานๆของเรากลับมีความสนุกในรูปแบบอะไรไม่รู้ที่มันอาจจะไม่เป็นสิ่งที่บริสุทธิ์เท่ากับการออกไปหาอะไรทำข้างนอกจริงๆ ลูกๆหลานๆอาจจะเติบโตมาด้วยความคิดอันแก่แดด โตเกินวัย และเริ่มไม่เห็นคุณค่าแก่ความสนุกที่สามารถจับต้องได้เหล่านี้
แม่งเอ๊ย !!!
Top Tracks : SICKO MODE , STARGAZING , R.I.P. SCREW , NO BYSTANDERS , SKELETONS , WAKE UP , 5% TINT , NC-17 , CAROUSEL, YOSEMITE, CAN’T SAY, COFFEE BEAN
Give 8/10
Thx For Reading
See Y’all
โฆษณา