24 ส.ค. 2023 เวลา 09:21 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

เส้าเหรินเหมย พี่สามแห่งชอว์บราดอร์ส

ในยุคญี่ปุ่นยึดตรองสิงคโปร์ กับเสาหลักก่อร่างสร้างชอว์
เวลาคิดถึงชอว์บราเดอร์ส เรามักจะคิดถึงแต่เซอร์รัน รัน ชอว์ หรือเส้าอี้ฝุ เป็นหลัก แต่พี่น้องตระกูลชอว์ที่ก่อร่างสร้างอาณาจักรธุรกิจมายาขึ้นมา คนที่มีบทบาทมากที่สุดคนหนึ่งคือ เส้าเหรินเหมย หรือ Runme Shaw พี่ชายคนที่ 3 ของตระกูลเส้า ทายาทคหบดีสิ่งทอจากมณฑลเจ้อเจียง คือคนที่อยู่เบื้องหลังสำคัญ
ในยุค 1920ตระกูลเส้ามองหาทางสำรองเอาไว้หลังจากเกิดความสงบในแผ่นดินจีน ทั้งการล้มล้างราชวงศ์ชิง เปลี่ยนแปลงการปกครอง และการส่อเค้าลางถึงภัยสงคราม นั่นก็คือการขยายฐานธุรกิจมายังแหลมมลายู
โดยที่พี่ชายคนโตเส้าเหรินเจี๋ยหรือ Runje Shaw ได้ส่งน้องชายสองคนมาหาลู่ทางที่มาเลเซียพร้อมทั้งขยายเครือข่ายองค์กรธุรกิจของพวกพี่น้อง เส้าเหรินเหมยนั่งเรือกลไฟมาถึงสิงคโปร์ในปี 1924 และเส้าอี้ฝุเดินทางไปในปี 1925 เพื่อสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายหนังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อตั้งบริษัท Unique Film ขึ้นมาให้สองพี่น้องดูแล ( ปฏิบัติการในสิงคโปร์นี้ ต่อไปจะเป็นฐานสำคัญที่ทำให้โลกรู้จักในนาม Shaw Brothers เมื่อเส้าเหรินเหมยส่งน้องชายไปก่อตั้งชอว์บราเดอร์สที่ฮ่องกง ในยุค 1950 )
สองพี่น้องขยายเครือข่ายไปทั่วทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของเส้าเหรินเจี๋ย ซึ่งเมื่อญี่ปุ่นยึดครองเชี้ยงไฮ้ ธุรกิจโรงหนังและการสร้างหนังของพวกเขาก็ถึงคราวย่อยยับ
แล้วฝันร้ายที่เกิดขึ้นในเชียงไฮ้ก็ตามมาหลอกหลอนตระกูลชอว์ถึงสิงคโปร์ เมื่อกองทัพลูกพระอาทิตย์บุกยึดดินแดนอินโดจีนและแหลมมลายู กองทัพญี่ปุ่นบุกยึดสิงคโปร์ได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าจะมีกองทัพอังกฤษประจำการอยู่ที่เกาะนี้ถึง 1 แสนคน ทหารอังกฤษถอยร่นออกจากเกาะ รอการแก้แค้นทวงคืนจากกองทัพเรือ แต่สิ่งนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เมื่อสงครามในยุโรปตรึงกองทัพอังกฤษเอาไว้
“ทหารญี่ปุ่นเข้ามายึดเกาะ พวกเราก็หนีกันหมดแล้ว พวกเขามายึดโรงหนัง ยึดสวนสนุกของเราไปหมด แล้วก็ให้คนญี่ปุ่นเข้ามาจัดการแทน ทหารญี่ปุ่นพยายามหาตัวผม เพราะผมอยู่ในรายชื่อคนที่ต้องการตัว พวกทหารมีรูปถ่ายผม ผมเลยซ่อนตัว ตามหาผมจนทั่วไปหมด ผมซ่อนตัวอยู่ในร้านแห่งหนึ่งบนถนนเซเลกี แต่คืนนั้นทหารญี่ปุ่นก็จับผมได้ แล้วให้ผมทำงานใหญ่ญี่ปุ่น”
ตันศรีเส้าเหรินเหมย ผู้บุกเบิกตลาดสิงคโปร์ เล่าประวัติศาสตร์ปากเปล่าให้ฟัง
เมื่อสงครามใกล้เข้ามา เส้าเหรินเหมยและรัน รัน ชอว์จึงวางแผนที่จะออกเดินทางไปออสเตรเลียพร้อมครอบครัว แต่แผนของพวกเขาพังทลาย เมื่อมีการควบคุมการเดินทางไปต่างประเทศอย่างเข้มงวด และบังคับใช้ระบบโควต้าตามอายุสำหรับชายหนุ่มที่เดินทางออกนอกประเทศ และรัน รัน ชอว์ ไม่ผ่านคุณสมบัติ ทั้งสองพี่น้องเลยไม่ได้ออกจากสิงคโปร์ แต่นั่นกลับเป็นเหมือนเทวดาคุ้มครอง เมื่อเรือที่ครอบครัวชอว์ตั้งใจจะเดินทางไปด้วยแต่แรก ถูกยิงด้วยตอร์ปิโดจมลงไปนอนก้นมหาสมุทร
ทั้งสองพี่น้องตัดสินใจว่าโอกาสที่ดีที่สุดที่จะรอดจากวิกฤติในสิงคโปร์คือการอยู่ด้วยกัน ครอบครัวชอว์ตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่รวมกันที่ชอว์วิลล่าที่สร้างขึ้นใหม่ที่ควีนแอสทริด(Queen Astrid ในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2484 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ออกจากจีนมาแหลมมลายูที่พี่น้องชอว์มาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันอีกครั้ง
ญี่ปุ่นยึดสิงคโปร์ได้เบ็ดเสร็จ พี่น้องชอว์ตระหนักว่ามันไม่ปลอดภัยที่จะอยู่ในละแวกห่างไกลเช่นราชินีแอสตริด สองพี่น้องจึงตัดสินใจอพยพออกจากบ้านใหม่ทันที หลังจากค้างคืนในโบสถ์ร้างและมียุงรบกวน ชาวตระกูลชอว์ที่หลบหนีก็มาถึงบ้านของนักธุรกิจที่มีชื่อว่า Eu Tong Sen บนถนน Selegie พวกเขาขอหลบภัยเป็นเวลาสองสามสัปดาห์ ในช่วงระยะเวลาของสงครามพวกชาวชอว์ได้เปลี่ยนสำนักงานที่ 116 Robinson เป็นบ้านของพวกเขา
ตั้งแต่เริ่มต้น ญี่ปุ่นที่บุกรุกต้องการใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ โรงภาพยนตร์ Shaw ทั้งหมดถูกยึดทันทีโดยองค์กรโฆษณาชวนเชื่อของญี่ปุ่น ที่รู้จักกันในชื่อ Bunka Eiga Gekijio และพี่น้องชอว์ได้ถูกสอบปากคำ และในช่วงระหว่างปี 1942 ถึง 1945 ครอบครัวชอว์ถูกบังคับให้ทำงานให้กับชาวญี่ปุ่นภายใต้บริษัท Japan Film Distribution Co หรือ Eiga Haikyu Sha พวกเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลการดำเนินงานของโรงภาพยนตร์ในสิงคโปร์และมาเลเซีย ด้วยเหตุนี้ Shaws จึงมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โรงภาพยนตร์ Pavilion
ต่อมา พวกชอว์ได้รับคำสั่งจากญี่ปุ่นให้กลับมาดำเนินการเปิดสวนสนุกอีกครั้ง เพื่อเปิดให้ประชาชนได้ลดความตึงเครียด ครอบครัวชอว์ได้รับเงินเดือน จำนวน 350 ดอลลาร์ เป็นสกุลเงินที่ญี่ปุ่นพิมพ์ขึ้นมาใช้เอง บนธนบัตรมีรูปกล้วยอยู่ด้วย จึงเรียกเงินนี้ว่า เงินกล้วย ส่วนสำหรับ "สิทธิพิเศษ" ในการฉายภาพยนตร์ พวกชอว์ต้องฉายหนังโฆษณาชวนเชื่อและบางทีก็มีหนังอินเดียพ่วงด้วย ส่วนหนังฮอลลีวูดนั้น มีการอนุญาตให้ฉายได้ในช่วงต้นเดือนของการยึดครองสิงคโปร์ แต่ก็ถูกแบนทันทีในเดือนพฤศจิกายน 1943
เหรินเหมยและรัน รัน ในชุดทำงานญี่ปุ่นช่วง WW2
ส่วนในเมืองจีนนั้น เมื่อญี่ปุ่นบุกเซี่ยงไฮ้ในปี 1937 Shaw Studio ในประเทศจีนก็ถูกทำลายและหยุดดำเนินการชั่วคราว แต่ด้วยการมองการณ์ไกลของพวกเขา เส้าเหรินเจี๋ยจึงได้เริ่มการผลิตหนังในฮ่องกงตั้งแต่ปี 1934 ที่สตูดิโอชื่อ Unique (HK) ร้านตั้งอยู่ที่ 42 ถนนปักไท โทกวาวัน ในเกาลูน ที่ดินที่สตูดิโอเช่าจากธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ โดยเสียค่าเช่าเดือนละ HK$500 และเส้าเหรินเจี๋ยดำเนินกิจการในฮ่องกงเอง และมอบหมายให้น้องชายอีกคนคือเส้าเหรินเต๋อรับผิดชอบการจัดจำหน่ายในเซี่ยงไฮ้
หลังสงครามโลกสิ้นสุดลง เส้าเหรินเหมยจึงส่งน้องชาย ไปขยายกิจการที่ฮ่องกง ส่วนตัวเขาเองนั่งเป็นประธานของ Shaw Bros และหลังจากนั้นเรื่องราวของ Shaw Brothers เป็นเรื่องราวความสำเร็จยิ่งกว่าเทพนิยาย ส่วนประกอบหลักในความสำเร็จของเส้าเหรินเหมย และรัน รัน ชอว์ น้องชายของเขาคือความเฉียบแหลมทางธุรกิจและการทำงานหนัก'
เขาเกิดเมื่อปี 1901 ในเขตเจิ้นไห่ เจ้อเจียง ประเทศจีน เป็นลูกคนที่สามในครอบครัวที่มีฐานะ ทำกิจการค้าขายสิ่งทอ พ่อของเขาตั้งชื่อเขาให้มีความหมายถึง 'ความเมตตา' ซึ่งเป็นลักษณะที่เขาใช้ชีวิตมาตลอด จนได้รับฉายาว่า "ผู้ใจบุญ" และเป็นผู้ก่อตังมูลนิธิชอว์บราเดอร์ส จนได้รับเครื่องราชอิริยาภรณ์ขั้นตันศรี
'ผมเชื่อว่าความสำเร็จเกิดจากการทำงานหนักเท่านั้น งานหนักจะแสดงผลลัพธ์เสมอ แน่นอนว่าโชคต้องอยู่กับคุณด้วย'
 
เขาถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2528 สิริอายุได้ 88 ปี หลังจากอยู่ในอาการโคม่าเป็นเวลาสองปีครึ่ง จากอาการเส้นเลือดอุดตันในสมอง
โฆษณา