ทั้งสองพี่น้องตัดสินใจว่าโอกาสที่ดีที่สุดที่จะรอดจากวิกฤติในสิงคโปร์คือการอยู่ด้วยกัน ครอบครัวชอว์ตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่รวมกันที่ชอว์วิลล่าที่สร้างขึ้นใหม่ที่ควีนแอสทริด(Queen Astrid ในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2484 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ออกจากจีนมาแหลมมลายูที่พี่น้องชอว์มาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันอีกครั้ง
ญี่ปุ่นยึดสิงคโปร์ได้เบ็ดเสร็จ พี่น้องชอว์ตระหนักว่ามันไม่ปลอดภัยที่จะอยู่ในละแวกห่างไกลเช่นราชินีแอสตริด สองพี่น้องจึงตัดสินใจอพยพออกจากบ้านใหม่ทันที หลังจากค้างคืนในโบสถ์ร้างและมียุงรบกวน ชาวตระกูลชอว์ที่หลบหนีก็มาถึงบ้านของนักธุรกิจที่มีชื่อว่า Eu Tong Sen บนถนน Selegie พวกเขาขอหลบภัยเป็นเวลาสองสามสัปดาห์ ในช่วงระยะเวลาของสงครามพวกชาวชอว์ได้เปลี่ยนสำนักงานที่ 116 Robinson เป็นบ้านของพวกเขา
ตั้งแต่เริ่มต้น ญี่ปุ่นที่บุกรุกต้องการใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ โรงภาพยนตร์ Shaw ทั้งหมดถูกยึดทันทีโดยองค์กรโฆษณาชวนเชื่อของญี่ปุ่น ที่รู้จักกันในชื่อ Bunka Eiga Gekijio และพี่น้องชอว์ได้ถูกสอบปากคำ และในช่วงระหว่างปี 1942 ถึง 1945 ครอบครัวชอว์ถูกบังคับให้ทำงานให้กับชาวญี่ปุ่นภายใต้บริษัท Japan Film Distribution Co หรือ Eiga Haikyu Sha พวกเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลการดำเนินงานของโรงภาพยนตร์ในสิงคโปร์และมาเลเซีย ด้วยเหตุนี้ Shaws จึงมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โรงภาพยนตร์ Pavilion