9 ก.ย. 2023 เวลา 09:15 • ท่องเที่ยว

วัดภคินีนาถวรวิหาร .. ชมศิลปะไทย - จีน ต้นกรุงนัตนโกสินทร์

วัดภคินีนาถวรวิหาร สันนิษฐานว่าสร้างวัดนี้เมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย .. เดิมชื่อว่า วัดบางจาก เนื่องจากตั้งอยู่ปากคลองบางจาก แต่ชาวบ้านเรียกว่า วัดนอก (คู่กับวัดใน คือวัดเปาโรหิตย์ วัดทอง และวัดสิงห์)
ต่อมา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย .. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าหญิงประไพวดี กรมหลวงเทพยวดี พระราชธิดาองค์น้อย ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเห็นว่า พระอุโบสถเดิมนั้นคับแคบ จึงโปรดให้เปลี่ยนเป็นพระวิหาร และทรงสร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ให้ใหญ่โตกว่าเดิม
นอกจากนั้น ยังโปรดให้สร้างถาวรวัตถุต่างๆ ได้แก่ .. พระประธานในพระอุโบสถ พระระเบียง พระพุทธรูปปูนปั้น 80 องค์ พระเจดีย์ 4 องค์ที่มุมพระอุโบสถ กุฏิสงฆ์ และศาลาเก๋งหน้าพระ
เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดภคินีนาถ” ซึ่งแปลว่า “วัดพระน้องนาง” ด้วยเหตุที่ เจ้าฟ้าหญิงประไพวดี เป็นพระน้องนางเธอ อันเกิดจากพระชนกและพระชนนีเดียวกัน (แต่ในหนังสือกลอนเพลงยาวสรรเสริญพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ของนายมี มหาดเล็ก บอกว่า เป็นชื่อพระราชทานในรัชกาลที่ 3)
ในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงทอดกฐินที่วัดนี้ และมีรับสั่งให้รื้อพระตำหนักของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าหญิงประไพวดี กรมหลวงเทพยวดี ซึ่งได้สิ้นพระชนม์ลงแล้ว มาปลูกเป็นกุฏิเจ้าอาวาส
ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีการปฏิสังขรณ์กุฏิสงฆ์ มุขพระระเบียงอุโบสถ ปูพื้นหน้าพระวิหาร ขุดสระ พระวิหาร จากนั้นก็ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ต่อมาโดยลำดับ
โดยในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญ ศาลาเก๋งหน้าพระอุโบสถ
ในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้มีการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ได้แก่ พระอุโบสถ บานหน้าต่าง เขียนลายรดน้ำ ซุ้มลงรักปิดทองประดับกระจก ซ่อมหลังคา เปลี่ยนคันทวย ช่อฟ้า ใบระกา และปรับพื้นพระอุโบสถ รวมทั้งบูรณะพระระเบียง กุฏิเสนาสนะต่างๆ และหอระฆัง เป็นต้น
จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 7 ก็ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์โบสถ์ วิหาร อาคาร เสนาสนะต่างๆ เรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน
ปี พ.ศ. 2553 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ขณะนั้น ทรงมีพระราชดำริให้ปัจจัยในการทอดกฐินทั้งหมดในครั้งนั้น ใช้ในการบูรณปฏิสังขรณ์จิตรกรรมฝาผนัง ปี พ.ศ. 2554 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มีโครงการบูรณปฏิสังขรณ์ โดยเริ่มจากพระอุโบสถ พระระเบียงคต จิตรกรรมฝาผนัง
อาคารเสนาสนะและปูชนียวัตถุ
พระอุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ยาว 57 เมตร กว้าง 11 เมตร หลังคามุงกระเบื้อง ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก มีทวยรองรับหลังคาปีกนกรอบพระอุโบสถ
หน้าบันด้านหน้าและด้านหลังจำหลักลาย ลงรักปิดทอง ประดับกระจก
ซุ้มประตูหน้าต่างเป็นซุ้มปูนปั้นทรงเรือนแก้ว บานประตูหน้าต่างด้านนอกเป็นลายรดน้ำพุ่มข้าวบิณฑ์
พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปหล่อ ปางมารวิชัย งดงามตามแบบสุโขทัย
เพดานมีรูปค้างคาวรุมล้อมลูกไม้ ฉลุลายทองล่องชาด
ผนังบริเวณเหนือหน้าต่างมีลายดอกไม้ร่วงระบายสีศิลปะแบบจีน
ระดับต่ำลงมามีลายเครื่องบูชาของจีน เช่น แจกันดอกไม้ เครื่องลายคราม ถ้วยชา เป็นต้น
บานประตูหน้าต่างมีกรอบภาพพงศาวดารจีนติดอยู่โดยรอบพระอุโบสถ
บานประตูหน้าเป็นภาพเขียนสีเครื่องโต๊ะบูชาแบบจีน
ภาพเขึยนสไตล์จีนโบราณ งดงามมากๆ
ภายในพระระเบียงวิหารคด .. มีพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย จำนวน 80 องค์ ประดิษฐานอยู่
พระวิหาร กว้าง 8 เมตร ยาว 20 เมตร เป็นพระอุโบสถหลังเดิม หลังคามุงกระเบื้อง ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ มีพาไลหน้าหลังรองรับด้วยเสาสี่เหลี่ยม
ประตูหน้าต่างเจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมไม่มีซุ้ม
พระประธานในวิหาร นามว่า หลวงพ่อดำ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย
พระพุทธรูปทรงเครื่ิอง 4 องค์
กุฏิตำหนัก เป็นตำหนักเรือนไทยของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าหญิงประไพวดี กรมหลวงเทพยวดี ที่รื้อมาปลูกเป็นกุฏิเจ้าอาวาส มีนอกชานเป็นตัวเชื่อม
โฆษณา