10 ก.ย. 2023 เวลา 12:07 • กีฬา

ญี่ปุ่นอัดเยอรมันเละ 4-1 เกิดอะไรขึ้น ทำไมญี่ปุ่นทำได้ เราจะไปไล่เรียงกันแต่แรก

เป็นสกอร์ที่ใครๆ ก็ไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดขึ้น เมื่อญี่ปุ่น บุกไปถล่มเยอรมัน 4-1 แบบเอาต์คลาสคาบ้าน
1
ย้อนกลับไปในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ญี่ปุ่นเอาชนะเยอรมัน ตั้งแต่นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม แต่ ณ เวลานั้น ฝั่งเยอรมันเชื่อว่า เป็นแค่อุบัติเหตุลูกหนัง
3
แดร์ สปีเกล สื่อดังของเยอรมันบอกว่า "ญี่ปุ่นเอาชนะเยอรมันได้วันนั้น เพราะเยอรมันนวดมา 70 นาทีแต่ยิงไม่ได้ จนไปพลาดท่าเสียประตู" คือมองว่าเป็น Lucky Punch เป็นความผิดพลาดกันเอง เล่นกันใหม่ ไม่มีทางแพ้
2
สื่อบางแห่ง อ้างว่านักเตะเยอรมันไปเสียสมาธิ ตอนทำมือปิดปาก เพื่อประท้วงฟีฟ่าเรื่องห้ามใส่ปลอกแขนสีรุ้ง มีการบอกว่า ถ้าไม่เสียโฟกัสตรงนั้น ก็ไม่น่าแพ้ญี่ปุ่นหรอก
10 เดือนต่อมา ทั้งสองทีมโคจรมาเจอกันอีกครั้ง ในเกมกระชับมิตรที่โวล์ฟสบวร์ก และคราวนี้ทุกคนได้เห็นความเป็นจริง ว่าชัยชนะของญี่ปุ่นไม่มีฟลุ้ค ไม่ใช่โชค แต่ระดับความสามารถของญี่ปุ่นขึ้นไปใกล้เคียง และเหนือกว่าเยอรมันเรียบร้อยแล้ว
6
มันยากมาก สำหรับประเทศที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลกมา 4 สมัย จะยอมรับว่าเป็นรองชาติเอเชีย ที่ไม่เคยเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในบอลโลก แต่การแพ้กระจุย 4-1 คาบ้าน คุณก็ต้องยอมแล้ว
1
ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อคืนนี้ ถ้าญี่ปุ่นคมกว่านี้ สกอร์ไหลไป 7 ลูกได้สบายๆ นี่คือเกมที่ฝั่งเยอรมันไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน
ปรากฏการณ์ ญี่ปุ่นถล่มเยอรมันเละ มีสองสาเหตุคู่ขนานกัน คือความสับสนของฝั่งเยอรมัน และ ความยอดเยี่ยมของฝั่งญี่ปุ่น
1
ฝั่งเยอรมันนั้น มีเฮดโค้ชคือฮันซี่ ฟลิค เขาโดนกดดันหนัก ตั้งแต่พาทีมตกรอบแรกในฟุตบอลโลก แต่สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน (DFB) ยังไว้ใจ ให้ทำทีมต่อไปจนถึงยูโร 2026
1
เยอรมันของฟลิค หลังจบบอลโลก ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องเจอเปรู ชนะไป 2-0 แต่ต่อจากนั้น พอมาเจอทีมในเกรดเดียวกัน เยอรมันสู้ใครไม่ได้เลย
1
แพ้ เบลเยี่ยม 3-2
เสมอ ยูเครน 3-3
แพ้ โปแลนด์ 1-0
แพ้ โคลอมเบีย 2-0
1
ทีมสะเปะสะปะ หาทิศทางไม่เจอ คืออีกไม่ถึง 1 ปี ยูโรที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพจะมาถึงแล้ว ณ วันนี้ แค่หา 11 ตัวจริง ก็ยังไม่สามารถหาได้
5
ก่อนลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับญี่ปุ่น ฟลิคตัดสินใจเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เช่น ไม่เรียกตัวลีออน โกเร็ตซ์ก้า กองกลางตัวหลักของบาเยิร์น มาติด Squad ด้วย
สื่อทุกสำนักรายงานตรงกันว่า โกเร็ตซ์ก้า คือคนชักจูงให้เพื่อนๆ เอามือปิดปากก่อนเกมบอลโลกกับญี่ปุ่น ซึ่งฟลิคเชื่อว่า เป็นตัวการที่จะทำให้สมาธิของนักเตะคนอื่นเสียไปด้วย
2
ฟลิคให้สัมภาษณ์ว่า "การเลือกใครสักคนเข้ามาสู่ทีม มันไม่ใช่แค่ผลงานในสนาม แต่พฤติกรรมและทัศนคติก็สำคัญมาก"
ดังนั้นต่อให้ที่บาเยิร์น มิวนิค จะใช้โกเร็ตซ์ก้า ยืนกลางคู่โจชัว คิมมิช ทั้ง 3 เกมแรก และบาเยิร์นก็ชนะ 100% แต่ฟลิคตัดสินใจว่าไม่เอาโกเร็ตซ์ก้าดีกว่า
สื่อเยอรมัน อยากให้ฟลิค ใช้งานโกเร็ตซ์ก้า คู่โจชัว คิมมิชไปเลย แต่เมื่อฟลิคตัดสินใจแบบนี้ ก็ต้องเคารพกัน แล้วไปวัดกันที่ผลงานในสนาม ถ้าหากเขาคิดถูก ทีมเอาชนะญี่ปุ่น และฝรั่งเศส ในเกมอุ่นเครื่องสองนัดได้ ทุกอย่างก็เคลียร์ แต่ถ้าเขาชนะไม่ได้ล่ะก็ เรื่องใหญ่แน่
1
สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมันตอนนี้ มีรูดี้ โฟลเลอร์ เป็นผู้อำนวยการกีฬา คือเป็นคนตัดสินใจว่าจะใช้เฮดโค้ชคนไหน ในยูโร 2024 ถ้าหากฟลิคยังขุนไม่ขึ้นล่ะก็ ก็มียูเลียน นาเกลส์มันน์ และ มัทเธียส ซามเมอร์ ที่พร้อมรอเสียบตลอดเวลา ดังนั้น เกมกับญี่ปุ่นจึงมีความหมายมากๆ กับตัวฟลิคเอง
3
จริงๆ เยอรมันก็ไม่ได้สมบูรณ์ไปทั้งหมด จามาล มูเซียล่า เจ็บหลัง ถอนตัวจากทีมชาติ รวมถึงติโม แวร์เนอร์ ก็ยังไม่พร้อม แต่การได้เล่นในบ้าน และรายชื่อผู้เล่นที่มี ก็ยังดูดีกว่าญี่ปุ่นอยู่สเต็ปนึงอยู่ดี
4
สำหรับไลน์อัพ 11 ตัวจริง ในเกมกับญี่ปุ่น ฟลิคจัดทัพแปลกทีเดียว โดยเลือกใช้งาน นิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค ยืนแบ็กซ้าย ทั้งๆ ที่กับดอร์ทมุนด์ยืนเซ็นเตอร์แบ็ก แล้วจับเอาโจชัว คิมมิช ยืนแบ็กขวาในตำแหน่งดั้งเดิม ทั้งๆ ที่กับบาเยิร์นเล่นกองกลาง
2
กองกลางใช้งาน อิลคาย กุนโดกัน กับ เอ็มเร่ ชาน ซึ่งทั้งสองคนนี้ไม่เคยยืนคู่กัน ในทีมชาติชุดใหญ่มาก่อนเลยแม้แต่หนเดียว คือวัดกันไปเลยว่าจะเปรี้ยงหรือแป้ก
3
ส่วนกองหน้ายังคงยึดมั่นไค ฮาแวตซ์ ต่อไป แม้ว่าจะยังค้นหาฟอร์มของตัวเองในซีซั่นนี้ไม่เจอก็ตาม
การจัดทัพของฟลิค ส่อให้เห็นข้อผิดพลาดทันที อย่างแรกคือ แบ็กซ้ายนิโก้ ชล็อตเตอร์เบ็ค (ที่ปกติเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก) ตามความเร็วของ ยูกินาริ สุกาวาระ แบ็กขวาญี่ปุ่นไม่ทัน โดนกระชากหาย ก่อนครอสเข้ากลาง ให้จุนยะ อิโตะ ยิงเข้าประตูไป ญี่ปุ่นนำ 1-0
ฝั่งเยอรมันนั้น เล่นอย่างมึนงง แต่โชคดี ที่มีความสามารถเฉพาะตัวของปีกสองข้าง ลีรอย ซาเน่ และ แซร์ช กนาบรี้ พอจะเล่นงานญี่ปุ่นได้บ้าง ก่อนจะตีเสมอเป็น 1-1 จากซาเน่
การวางชล็อตเตอร์เบ็ค เป็นบ่อให้ญี่ปุ่นเจาะอย่างสนุกมาก นาทีที่ 22 ชล็อตเตอร์เบ็คโดนหลอกเสียหลัก ญี่ปุ่นโจมตีด้านขวา สุดท้ายสุกาวาระคนเดิม ครอสให้อิโตะยิงแป้ก แต่อายาเซะ อุเอดะ ยิงซ้ำเข้าไป ญี่ปุ่นนำ 2-1
1
หลังจากขึ้นนำ ใช้คำว่าญี่ปุ่นเหนือกว่าแบบชัดเจนมากๆ ได้เลย ญี่ปุ่นได้โอกาสยิงมากกว่า (14 ครั้ง ต่อ 11 ครั้ง) โกล์ฝั่งเยอรมันต้องเซฟเยอะกว่า (7 ครั้ง ต่อ 2 ครั้ง)
เยอรมันพยายามครองบอลเยอะ แต่จบไม่ได้ พอโดนตัดบอลปั๊บ ญี่ปุ่นใช้ความเร็วสวน จนกรีดเยอรมันเหวอะหวะ
2
ญี่ปุ่นครองบอลน้อยกว่าในเกมนี้ แต่รูปเกมไม่มีเหลี่ยมเป็นรองเลย พวกเขาตั้งรับสบายๆ พอเยอรมันพลาดมาเมื่อไหร่ ก็แย่งบอลมาแล้วสวนยาวจนลุ้นได้ประตู
1
นาที 90 โรบิน โกเซนส์ ตัวสำรอง ไม่ระวังตัว ไปโดนทาเคะ คุโบะ ตัดบอลกลางสนาม ลากเดี่ยว 50 เมตร จ่ายให้ทาคุมะ อาซาโนะยิงโล่งๆ เข้าไป
3
ตอนโดนนำ 3-1 สื่อเยอรมัน แดร์ สปีเกล มีไลฟ์รายงานสดอยู่ (Text Commentary) ได้เขียนรายงานด้วประโยคว่า "คงไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ"
1
แต่จากนั้น นาที 90+1 ญี่ปุ่นได้ประตู 4-1 จากอาโอ ทานากะ แดร์ สปีเกล เขียนว่า "โอเค มันแย่กว่านั้นได้จริงๆ"
5
สุดท้ายเยอรมันแพ้ 4-1 คาบ้าน เละเทะย่อยยับ สื่อทุกสำนักรุมด่าทีมฟุตบอลและฮันซี่ ฟลิคอย่างดุเดือด เช่น
4
- ถ้าไม่ได้เป็นเจ้าภาพเอง เยอรมันตกรอบคัดเลือกยูโรไปแล้ว
2
- นักเตะดีที่สุดของเยอรมัน คือแตร์ ชเตเก้น คิดดูละกันว่าผู้รักษาประตูคือคนที่เล่นดีที่สุด สภาพทีมมันเละขนาดไหน
- มองโลกในแง่ดี แพ้ญี่ปุ่น 2-1 ในบอลโลก ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก!
1
- เอาอันเดรียส อ็อบส์ (นักบาสเกตบอลทีมชาติเยอรมัน) มายืนเป็น 11 ตัวจริงในเกมนี้ ก็คงไม่ได้แย่ไปกว่านี้หรอก
4
ฟลิคหาทีมไม่ได้ จับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะเอาใครเป็น 11 ตัวจริง ทั้งๆ ที่เยอรมันมีทรัพยากรไม่ได้แย่ แต่เขาตื้อตันไปหมดแล้ว ซึ่งหลายคนบอกว่า ถ้าหากแพ้ญี่ปุ่นนัดนี้ ตามด้วยแพ้ฝรั่งเศสนัดหน้า ก็เรียบร้อย โดนเด้งแน่
7
ฝั่งเยอรมันนั้น เล่นแย่ โค้ชมึนงง ก็เป็นเหตุผลหลัก แต่อีกมุมหนึ่ง ที่ผู้คนพูดคล้ายๆ กัน คือ ญี่ปุ่นชุดนี้ เก่งจริงๆ ชัยชนะเหนือเยอรมัน และสเปน ในบอลโลก ไม่ใช่ฟลุ้คแน่นอน ทรงบอลพวกเขาน่ากลัวมาก
11 ตัวจริงของญี่ปุ่นนั้น มีแค่คนเดียว คือผู้รักษาประตูเคสึเกะ โอซาโกะ ที่เล่นในเจลีก กับซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า
1
แต่ผู้เล่น outfield 10 คนที่เหลือมาจากสโมสรยุโรปทั้งสิ้น
ฮิโรกิ อิโตะ (สตุ๊ตการ์ต - เยอรมัน)
โค อิตาคุระ (กลัดบัค - เยอรมัน)
ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ (อาร์เซน่อล - อังกฤษ)
ยูกินาริ สุกาวาระ (อัล์กมาร์ - ฮอลแลนด์)
ไดอิจิ คามาดะ (ลาซิโอ - อิตาลี)
ฮิเดมาสะ โมริตะ (สปอร์ติ้ง ลิสบอน - โปรตุเกส)
วาตารุ เอ็นโด (ลิเวอร์พูล - อังกฤษ)
จุนยะ อิโตะ (แรงส์ - ฝรั่งเศส)
คาโอรุ มิโตมะ (ไบรท์ตัน - อังกฤษ)
อายาเสะ อุเอดะ (เฟเยนูร์ด - ฮอลแลนด์)
5
นี่คือกลุ่มตัวจริง แต่ตัวสำรองของพวกเขา มี Squad Depth ที่น่าเหลือเชื่อมาก ทาเคฟุสะ คุโบะ (เรอัล โซเซียดัด), อาโอ ทานากะ (ดุลเซลดอร์ฟ), ทาคุมะ อาซาโนะ (โบคุ่ม)
ลองคิดดูว่า ขนาดเคียวโกะ ฟุรุฮาชิ ดาวซัลโวลีกสกอตแลนด์ ของเซลติค ถ้าอยู่ประเทศอื่นในเอเชีย คงการันตีตัวจริงแน่ๆ แต่เขากลับไม่ได้โอกาสลงเล่นแม้แต่นาทีเดียวในเกมนี้
การที่นักเตะไปซึมซับในลีกต่างๆ ทั่วยุโรป พวกเขาได้เรียนรู้จุดแข็งของแต่ละประเทศ แล้วเอามาหลอมรวมกันกับทีมชาติ นั่นทำให้ญี่ปุ่นมีความหลากหลายอย่างมาก
ในขณะที่หลายๆ ชาติในเอเชีย กว่าจะเข็นนักเตะไปยุโรปได้สักคน เป็นเรื่องแสนยาก แต่ญี่ปุ่น ส่งออกกันเป็นว่าเล่น บางคนอยู่ในยุโรป แต่ไม่ถูกเรียกติดทีมชาติก็มี เช่น เรโอะ ฮาตาเตะ (เซลติค) หรือ ทาคุมิ มินามิโนะ (โมนาโก)
เลเวลของฟุตบอลญี่ปุ่นไปไกลมากแล้ว พวกเขาคืออันดับหนึ่งของเอเชีย อย่างไม่มีข้อกังขา ทั้งในแง่ของฝีเท้า และ ฟีฟ่าเวิลด์แรงกิ้ง ที่อยู่อันดับ 20 ของโลก แต่พอชนะเยอรมันได้ อันดับก็จะทะยานพุ่งขึ้นไปอีก
3
ขณะที่เรื่องแท็กติกนั้น ออกสตาร์ตด้วยหลัง 4 แต่พอเล่นไปในครึ่งหลังลองปรับมาใช้หลัง 3 บ้าง เปลี่ยนแปลงแท็กติกระหว่างเกม ฝั่งเยอรมันเอง ตั้งตัวไม่ติด ไม่สามารถเจาะได้เลย
2
หลังจากจบเกม 4-1 เยอรมันได้ตาสว่างกันไปเลยว่าเกมแพ้ตอนบอลโลก ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดส่วนตัวอีกแล้ว แต่เป็นเพราะญี่ปุ่นเขาดีจริงๆ
และจากนี้ ก็ต้องไปหาคำตอบกันอย่างรวดเร็วว่าจะเอายังไงดีกับฮันซี่ ฟลิค จะวัดใจกันไปต่อ หรือพอเห็นสัญญาณอันตรายแล้วก็ควรหยุดทันที ก่อนจะสายเกินไป
เยอรมันแพ้ในเกมทีมชาติชุดใหญ่ 3 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกในรอบ 38 ปี นี่ไม่ใช่ทิศทางที่ดีเอาซะเลย
1
ปัญหาเรื่องโกเร็ตซ์ก้าจะเอายังไง กองกลางจะใช้งานแบบไหน นี่เป็นสิ่งที่ฟลิคต้องคิดแก้ ในเงื่อนไขว่า เขายังไม่โดนไล่ออกนะ
ขณะที่ประเทศญี่ปุ่น ชัยชนะเหนือเยอรมันในเกมนี้ เป็นการประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าญี่ปุ่นพร้อมที่จะก้าวข้ามกำแพง รอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลกให้ได้ในเวิลด์คัพครั้งต่อไปที่สหรัฐอเมริกา คือวัดกันที่ World Stage แล้ว
3
ญี่ปุ่นไม่พอใจแค่เป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย แต่ต้องการทะยานต่อไปเรื่อยๆ ให้สูงกว่านี้อีก น่าสนใจจริงๆ ว่าพวกเขาจะไปได้ไกลถึงขนาดไหน
1
ปกติถ้าชนะเยอรมันได้ 4-1 เละเทะ ขนาดนี้ หลายคนอาจจะลิงโลด และอาจยกให้เป็นเกมที่ดีที่สุดในชีวิต แต่อาโอ ทานากะ คนยิงประตูที่ 4 ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า "เราต้องทำให้มันเป็นเรื่องปกติธรรมดา" คือการชนะทีมในยุโรป ควรทำได้บ่อยๆ ต่อเนื่อง เพื่อให้ซึมซับความรู้สึกนี้ เวลามาเจอกันในใหญ่ๆ อย่างฟุตบอลโลก
6
ไดอิจิ คามาดะ บอกว่า "ชัยชนะนัดนี้ แสดงให้เห็นว่าเราเติบโตขึ้น" คือทุกคนยังคงถ่อมตัวอย่างมาก แม้จะชนะขาดลอยขนาดนี้
1
ด้วยฟอร์มของญี่ปุ่นที่ขยี้เยอรมันจะเละ ก็คงจะพอบอกได้ว่า สำหรับประเทศอื่นในเอเชีย ใครที่จับสลากแล้วไม่เจอญี่ปุ่น ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก บอกเลยว่า ดวงดีที่สุดแล้ว
1
ขนาดเยอรมันยังโดนญี่ปุ่นยิง 4 ลูกคาบ้าน ดังนั้น ประเทศไหนก็ตามที่โดนญี่ปุ่นยิง 4 ลูกบ้าง ไม่มีอะไรต้องอับอาย เพราะพวกเขาคือทีมเบอร์หนึ่งของเอเชีย ที่พร้อมแล้วที่จะก้าวสู่เลเวลระดับโลก
1
#JAPANBEATGERMANY
โฆษณา