16 ก.ย. 2023 เวลา 04:54 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

กำเนิดคำว่าไดโนเสาร์ กิ้งก่าสยองขวัญที่เคยครองโลก

กำเนิดคำว่าไดโนเสาร์
กิ้งก่าสยองขวัญที่เคยครองโลก
(เรียบเรียงโดย ดร.ศิตะ มานิตกุล)
ประเทศอังกฤษคือต้นตำรับของการค้นพบและการศึกษาไดโนเสาร์ ฟอสซิลไดโนเสาร์ชิ้นแรกของโลกเป็นกระดูกต้นขาหลัง ถูกค้นพบราว 350 ปีก่อน (ในปี ค.ศ. 1676) และตีพิมพ์ลงวารสารวิทยาศาสตร์ โดย ศ.โรเบิร์ต พล็อต แห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด แต่หลังจากการค้นพบดังกล่าวเกือบร้อยปี กระดูกชิ้นนี้ถูกตั้งชื่อว่า Scrotum humanum โดยริชาร์ด บรูคส์ แปลว่า ลูกอัณฑะของมนุษย์ ซึ่งมีที่มาจากยักษ์ตนหนึ่งในพระคัมภีร์ สะท้อนอิทธิพลของความเชื่อทางศาสนาในสมัยนั้น
1
กระดูกที่ได้ชื่อว่า Scrotum humanum ที่มา : commons.wikimedia.org
จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1815 มีการค้นพบกระดูกขากรรไกรล่างและฟันบางส่วนในพื้นที่เดียวกับกระดูกชิ้นแรก โดยวิลเลียม บัคแลนด์ เขาตั้งชื่อให้กับมันว่า เมกะโลซอรัส (Megalosaurus หมายถึง สัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์) และตีพิมพ์ลงในวารสาร Geological Society of London นี่คือไดโนเสาร์ตัวแรกที่ได้รับการตั้งชื่อ
วารสาร Geological Society of London ฉบับปี 1845 ที่มา : biodiversitylibrary.org/
หลังจากนั้นไม่นานนัก กิเดียน แมนเทล ผู้เป็นทั้งนายแพทย์และนักสะสมซากดึกดำบรรพ์ ได้รับตัวอย่างฟันปริศนาที่พบโดยแมรี่ แอนน์ ผู้เป็นภรรยาระหว่างตรวจเยี่ยมคนไข้บริเวณซัสเซกซ์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ เขาสนใจฟอสซิลนี้เป็นอย่างมากและพยายามหาคำตอบว่ามันคือฟันของสัตว์อะไร
กิเดียน แมนเทล (Gideon Algernon Mantell) ที่มา : wikipedia.org
จนกระทั่งพบว่ามันดูคล้ายกับฟันของกิ้งก่าอิกัวน่า จึงตั้งชื่อฟอสซิลนั้นว่า อิกัวโนดอน (Iguanodon หมายถึง ฟันของอิกัวน่า) มันกลายไดโนเสาร์กินพืชตัวแรกและไดโนเสาร์ชนิดที่สองของโลกที่ถูกตั้งชื่อแต่อย่าลืมว่าจนถึงตอนนี้ คนทั่วโลกยังไม่รู้จักคำว่าไดโนเสาร์
อิกัวโนดอน (Iguanodon) ที่มา : a-z-animals.com
อย่างไรก็ตาม ฟอสซิลฟันนี้มีขนาดใหญ่กว่าอิกัวน่าปัจจุบันหลายเท่า และคาดการณ์ว่าเจ้าของฟันนี้ต้องเป็นกิ่งก่ายักษ์ที่ยาวหลายสิบเมตร แมนเทลพยายามตามหาหลักฐานเพิ่มเติมของกิ้งก่ายักษ์ตัวนี้
จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1834 ชุดกระดูกของสัตว์เลื้อยคลานดึกดำบรรพ์ถูกพบระหว่างการระเบิดเหมืองหินปูนในเมืองเมดสโตน เมื่อแมนเทลเดินทางไปตรวจสอบ เขาพบฟันที่คล้ายกับอิกัวโนดอนของเขารวมถึงกระดูกส่วนอื่น ๆ ด้วย แมนเทลจึงปะติดปะต่อรูปร่างและวาดภาพของอิกัวโนดอนขึ้นมา ในลักษณะของกิ้งก่ายักษ์หางยาว เดินสี่ขาและมีนอ คล้ายกับอิกัวน่าแรด (Cycluracornuta) ในปัจจุบัน
อิกัวน่าแรด (Cycluracornuta) ที่มา : wikipedia.org
ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้น ในปี ค.ศ. 1842 เมื่อเซอร์ ริชาร์ด โอเวน นักชีววิทยา เห็นว่าซากดึกดำบรรพ์ของบรรดากิ้งก่าขนาดใหญ่ที่ถูกค้นพบในเกาะอังกฤษทั้งเมกะโลซอรัส และอิกัวโนดอน มีลักษณะหลายอย่างร่วมกัน เขาจึงจัดให้สัตว์เหล่านี้อยู่ในกลุ่มอนุกรมวิธานเดียวกัน และได้บัญญัติคำว่า ไดโนเสาร์ (Dinosaur) ขึ้นมา ซึ่งเป็นการผสมคำกรีกสองคำ คือคำว่า Deinos แปลว่าน่ากลัว และ Sauros แปลว่า กิ้งก่า
1
เซอร์ ริชาร์ด โอเวน (Sir Richard Owen) ที่มา : biografiasyvidas.com
ช่วงนั้นมีการแสดงนิทรรศการ The Great Exhibition ณ คริสตัลพาเลซ ที่กรุงลอนดอน เป็นงานแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในช่วงแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรม รูปปั้นขนาดใหญ่ของไดโนเสาร์ทั้งสองและสัตว์โบราณหลายชนิดถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้จัดแสดง ซึ่งได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากสาธารณชนเพราะเป็นครั้งแรกที่โลกได้รู้จักกับสัตว์ดึกดำบรรพ์เหล่านี้
The Great Exhibition ที่มา : historyextra.com
การค้นพบครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1878 ณ เมืองเบอร์นิสซาร์ต ประเทศเบลเยียม ลึกลงไปจากผิวดินถึง 322 เมตร โครงกระดูกแบบสมบูรณ์ทั้งตัวของอิกัวโนดอนมากถึง 30 ตัวถูกพบระหว่างการทำเหมืองถ่านหิน ใช้เวลาถึงสามปี กระดูกของไดโนเสาร์เหล่านี้กว่าหกร้อยชิ้นถูกลำเลียงส่งไปกรุงบรัสเซลส์
กรุงบรัสเซลส์ ที่มา : wikipedia.org
เพื่อเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์ตัวอย่างและประกอบรูปร่าง นับเป็นครั้งแรกของโลกในศตวรรษที่ 19 ที่รู้ว่าโครงกระดูกของไดโนเสาร์มีลักษณะเช่นไร และอิกัวโนดอนก็ได้รับการเปลี่ยนโฉมอย่างถูกต้อง โดยแท้จริงแล้วมันเป็นกิ้งก่ายักษ์ยืนสองขา หางลากพื้นดูคล้ายจิงโจ้ และเขาที่ปลายจมูกของแมนเทล แท้ที่จริงคือนิ้วหัวแม่มือขนากใหญ่ต่างหาก
นับตั้งแต่นั้นมา ฟอสซิลจำนวนมหาศาลถูกค้นพบเกิดข้อมูลใหม่ ๆ แก่วงการบรรพชีวินวิทยา ภาพลักษณ์ที่เป็นกิ้งก่าขนาดใหญ่ ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป ไดโนเสาร์ชนิดใหม่ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันนับเป็นเวลาร่วม 200 ปีแล้วที่อิกัวโนดอนถูกค้นพบ
มันคือหนึ่งในไดโนเสาร์ที่เขย่าวงการบรรพชีวินมาโดยตลอด ตอนนี้เราทราบว่าอิกัวโนดอนและญาติ ๆ ของมันเป็นสัตว์กินพืชที่เดินสี่เท้าเป็นส่วนใหญ่ เราไม่พบหลักฐานการลากหางในฟอสซิลทางเดินของไดโนเสาร์ แสดงให้เห็นว่าหางของไดโนเสาร์ยกขึ้นเวลาเดิน นี่คือความลึกลับที่มีเสน่ห์ของบรรพชีวินวิทยาที่เรายังตื่นเต้นและรอคอยการค้นพบครั้งต่อไป
โฆษณา