Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนเกิร์ล
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
1 ต.ค. 2023 เวลา 04:00 • ธุรกิจ
ไขข้อสงสัย ทำไม Pepper Lunch ถึงใช้ “กระทะร้อน” เสิร์ฟอาหาร
หากพูดถึงเชนร้านสเต๊กจานด่วนขึ้นห้าง สไตล์ญี่ปุ่น ที่เสิร์ฟด้วย “กระทะร้อน” อันเป็นซิกเนเชอร์ มาพร้อมกับเสียงร้องฉ่า ตั้งแต่อาหารยังไม่ทันถึงโต๊ะ
แน่นอนว่า คนส่วนใหญ่จะต้องนึกถึง “Pepper Lunch”
แล้วเคยสงสัยกันไหมว่า ทำไม Pepper Lunch ต้องใช้กระทะร้อนมาเสิร์ฟอาหาร
1
เรื่องนี้อาจมองได้ว่าเป็นกิมมิกของแบรนด์ ซึ่งก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังมีอีกหลายเหตุผลซ่อนอยู่
เรื่องราวของ Pepper Lunch น่าสนใจอย่างไร ?
แล้วอะไรคือเบื้องหลังของการใช้กระทะร้อน ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปในปี 1970 มีพ่อครัวชาวญี่ปุ่น ที่ชื่อว่าคุณ Kunio Ichinose ได้เปิดร้านอาหาร Kitchen Kuni
ซึ่งกิจการของเขาก็ดำเนินไปได้ด้วยดี และค่อย ๆ ขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น
แต่แล้วจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น
เมื่อคุณ Ichinose พบกับแผ่นกระทะเหล็กโดยบังเอิญ ซึ่งบรรยายสรรพคุณไว้ว่า “สามารถปรุงอาหารได้ด้วยตัวเอง ภายในระยะเวลาไม่นาน” เขาจึงตัดสินใจซื้อมันกลับบ้าน
ต่อมา ภรรยาของของเขาก็ได้นำแผ่นกระทะเหล็กนี้ มาใช้เสิร์ฟมื้อค่ำ เมนูเนื้อวัวสไลซ์ ผัดกับข้าวร้อน ๆ ปรุงรสด้วยพริกไทยและซีอิ๊ว
พอคุณ Ichinose ได้ลองชิมรสชาติก็ติดใจทันที จึงไม่ลังเลที่จะเพิ่มอาหารจานนี้ในชื่อ “Beef Pepper Rice” ลงในเมนูที่ร้านของเขา สาขาหนึ่งในโตเกียว
ซึ่งในทีแรก ทุกครั้งก่อนเสิร์ฟ Beef Pepper Rice ให้ลูกค้า เขาจะนำกระทะเหล็กมาอุ่นบนเตาแก๊ส ไว้ล่วงหน้าเป็นเวลา 6 นาที เพื่อให้กระทะเก็บความร้อน
1
เมื่อลูกค้าคลุกเคล้าข้าว ซอส และเนื้อวัวก็จะค่อย ๆ สุกพร้อมกับส่งกลิ่นหอมฉุยเรียกน้ำย่อย
1
อย่างไรก็ตาม คุณ Ichinose ก็ไม่คิดจะหยุดพัฒนาสินค้าเพียงแค่นี้ และยังคงหาทางก้าวนำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ
ด้วยการร่วมมือกับบริษัทพลังงานไฟฟ้าและผู้ผลิตเครื่องมือในครัว พัฒนากระทะเหล็กธรรมดาให้กลายเป็น “กระทะแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังสูง”
1
ซึ่งควบคุมอุณหภูมิได้สูงถึง 260 องศาเซลเซียส ภายในเวลา 70 วินาที และเมื่อถึงอุณหภูมิที่กำหนดไว้ กระทะจะยังคงรักษาความร้อนที่พอเหมาะต่อไปได้นานถึง 20 นาที
1
วิธีนี้ช่วยให้อาหารเสิร์ฟถึงมือลูกค้าไว้ขึ้น เพราะพ่อครัวไม่ต้องคอยนั่งปรับความร้อนเองอีกต่อไป
1
ที่สำคัญ ยังเป็นจังหวะเวลาที่ดี เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นได้เปิดเสรีการนำเข้าเนื้อวัว และค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ ทำให้การนำเข้าเนื้อวัวมีราคาถูกลง
2
ทำให้คุณ Ichinose สามารถหาเนื้อวัวคุณภาพดี ในราคาต่ำกว่าเดิม มาเสิร์ฟเป็นสเต๊กและข้าวหน้าเนื้อจานด่วนแสนอร่อย ในราคาย่อมเยาให้แก่ลูกค้าได้อีกด้วย
1
และเมื่อธุรกิจดำเนินไปเรื่อย ๆ คุณ Ichinose ก็เริ่มมองหาพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาธุรกิจนี้ต่อไป
เขาจึงนำแนวคิดธุรกิจและความพิเศษของกระทะนี้ ไปนำเสนอในงานแสดงสินค้าร้านอาหาร
จนได้พบกับคุณ Norio Yajima นักธุรกิจและอดีตเชฟ ที่ฝันอยากมีร้านอาหารเป็นของตนเอง
โดยคุณ Yajima สนใจโมเดลธุรกิจและนวัตกรรมกระทะร้อนของคุณ Ichinose เป็นอย่างมาก เขาจึงไม่ลังเลที่จะมาร่วมเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ
1
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ขะมักเขม้นกับการวางแผนธุรกิจ จนในที่สุดก็พัฒนาจากร้านอาหารเล็ก ๆ ไปสู่การก่อตั้งเป็น Pepper Lunch ในรูปแบบบริษัทเป็นครั้งแรก ในปี 1994
1
โดยวันแรกที่เปิดทำการ คุณ Ichinose เสิร์ฟเมนูสเต๊กกระทะร้อน ไปมากกว่า 500 กระทะ และลูกค้ายังหลั่งไหลมาอุดหนุนกันอย่างไม่ขาดสาย
จากนั้น Pepper Lunch ก็ค่อย ๆ เติบโตอย่างต่อเนื่อง
-ในปี 2000 เริ่มขยายสาขา ในรูปแบบแฟรนไชส์
-ในปี 2003 ขยายสาขาไปยังนอกประเทศเป็นครั้งแรก ที่ประเทศเกาหลีใต้
- ในปี 2006 บริษัทจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์โตเกียว
- ในปี 2012 Pepper Lunch ขยายสาขาในต่างประเทศครบ 100 สาขา
2
ปัจจุบัน Pepper Lunch มีสาขามากกว่า 500 สาขา ใน 15 ประเทศทั่วโลก
รวมถึงในประเทศไทย ที่นำเข้ามาโดยบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG เจ้าของเชนร้านอาหารที่หลายคนคุ้นเคย เช่น KFC, Chabuton, Yoshinoya, Ootoya และอีกมากมาย
1
อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจของ Pepper Lunch ให้ไปไกลระดับโลกเช่นนี้ คงไม่ได้เน้นแค่กลยุทธ์การบริการที่รวดเร็ว หรือสร้างการจดจำแบรนด์ จากนวัตกรรมกระทะร้อนเท่านั้น
แต่ทั้งสองผู้ก่อตั้งยังมองว่า ธุรกิจจะยั่งยืนต่อไปได้ เรื่องคุณภาพของอาหาร และการปรับตัวให้เข้ากับแต่ละประเทศที่ไปตีตลาด ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน
อย่างในประเทศที่เคร่งศาสนาและวัฒนธรรมการกิน รูปแบบเมนูและรสชาติอาหาร ก็จะถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับลูกค้า
1
หรือการปรับรูปแบบที่นั่งภายในร้านให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น ประเทศญี่ปุ่น ที่เน้นเจาะกลุ่มพนักงานบริษัท ก็จะจัดโต๊ะแบบเคาน์เตอร์ สำหรับทานคนเดียว แต่สำหรับประเทศที่เจาะกลุ่มครอบครัว ก็จะจัดโต๊ะให้มีขนาดที่ใหญ่ และมีหลายที่นั่งรองรับแทน
1
ซึ่งจากความใส่ใจรายละเอียด และการพยายามทำความเข้าใจ Insight ของลูกค้า จึงทำให้ Pepper Lunch สามารถเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าได้ไม่ยาก
อ่านมาถึงตรงนี้ ถือได้ว่าความสำเร็จของ Pepper Lunch ไม่ได้อยู่ที่การเป็น “เจ้าแรกในตลาด” เพียงอย่างเดียว
แต่ “การไม่หยุดพัฒนาตัวเอง” ก็เป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ ได้เช่นกัน
1
เพราะลองคิดดูว่า ถ้าคุณ Ichinose หยุดแนวคิดการเสิร์ฟอาหารแบบกระทะร้อนอยู่แค่นั้น เพราะคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าแรกในตลาดอยู่แล้ว
สุดท้ายคู่แข่งก็สามารถเลียนแบบได้อยู่ดี และในวันนี้เราอาจไม่เคยได้เห็น เชนร้านสเต๊กกระทะร้อน อย่าง Pepper Lunch ก็เป็นได้..
1
References:
-
https://www.pepperlunch.com/overseas/about/index.html
-
https://www.pepper-fs.co.jp/corpinfo/history.php
-
https://www.pepperlunch.com.sg/about/
-
https://www.facebook.com/pepperlunchthailand/posts/1515520378481766/?locale=th_TH
-
https://www.pepperlunchrestaurants.com/franchisevip
-
https://crg.co.th/brand
ธุรกิจ
27 บันทึก
45
1
17
27
45
1
17
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย