3 ต.ค. 2023 เวลา 07:53 • หนังสือ

ตำนานตงฉินท้ายรถสิบล้อ

ผู้อ่านหลายคนอาจเคยเห็นภาพ อัล ปาชิโน รูปนี้ติดท้ายบังโคลนรถบรรทุกสิบล้อจำนวนมาก มันเป็นภาพฮิตที่อยู่คู่ถนนเมืองไทยมานานปี เช่นเดียวกับเรื่องราวตำรวจเรียกเก็บค่าผ่านทางจากคนขับรถบรรทุก
ภาพนี้คือโปสเตอร์หนังเรื่อง Serpico (1973) ผลงานของผู้กำกับ ซิดนีย์ ลูเม็ต เข้าฉายในเมืองไทยตอนผมเรียนชั้นมัธยมปลาย
เซอร์ปิโกเป็นชื่อตำรวจตงฉินคนหนึ่ง เป็นบุคคลจริง เขาเป็นตำรวจที่นิวยอร์ก หรือ NYPD
ช่วงทศวรรษ 1960-1970 เซอร์ปิโกเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ จับคนร้ายดะโดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม
1
ในฉากแรกๆ ของหนัง เซอร์ปิโกกับเพื่อนตำรวจเข้าร้านอาหาร เขาต้องการสั่งอาหารของเขา แต่เพื่อนตำรวจบอกว่าไม่ต้อง เพราะเดี๋ยวคนขายก็ยกอาหารมาให้ เมื่อกินแล้ว ก็ไม่ต้องจ่ายเงิน
แล้วในที่สุดเซอร์ปิโกก็พบความจริงว่าตำรวจแทบทั้งกรมคอร์รัปชั่น มันกลายเป็นข่าวใหญ่ในสหรัฐฯ
เรื่องลงเอยเมื่อเขาถูกยิงที่ใบหน้าขณะจับกุมคนค้ายาเสพติดที่บรูคลิน หลายคนเชื่อว่าเขาถูกตำรวจด้วยกันลวงไปให้คนร้ายจัดการ เขารอดมาได้ แต่เศษกระสุนฝังในกะโหลกไปตลอดชีวิต
สองปีหลังจากเขาถูกยิง ฮอลลีวูดก็สร้างชีวิตเขาเป็นหนัง แสดงโดย อัล ปาชิโน
ผมดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์เฉลิมไทย หาดใหญ่ เป็นหนังพากย์เช่นเคย
แต่ที่แปลกกว่าเรื่องอื่นๆ คือ เมื่อถึงเวลาหนังฉาย จอภาพยนตร์จมในความมืด มีเสียงนักพากย์พูดประมาณว่า "เรื่องที่ท่านกำลังจะชมต่อไปนี้ เป็นเรื่องสมมุติ เกิดขึ้นในประเทศอเมริกา ไม่ใช่เมืองไทย เพราะเมืองไทย ไม่มีตำรวจชั่ว มีแต่ตำรวจดี บ้านเราไม่มีการจ่ายตำรวจ ไม่มีการรีดไถ ไม่มีบ่อน ไม่มีซ่อง"
นักพากย์ร่ายยาวไปราวสิบนาที คล้ายกับว่านี่เป็นโอกาสเดียวในชีวิตของเขาที่จะได้ระบายความขมขื่นผ่านบทพากย์
หลังจากระบายเสร็จ ก็เริ่มฉายหนัง
และนี่ก็คือประสบการณ์การดูหนังเรื่อง Serpico ของผม
มาย้อนคิดดู ผมเชื่อว่าสิ่งที่นักพากย์ระบายไม่หนีความจริง เพราะผมจำได้ดีว่า ในวันตรุษจีนแต่ละปี ตำรวจสองนายขี่มอเตอร์ไซค์ไปเยี่ยมทุกบ้าน พ่อผมก็ใส่ซองแต๊ะเอียยื่นให้ รู้ๆ กันว่ามาทำไม
บางทีคนขับรถบรรทุกเมืองไทยอยากใช้ภาพตำรวจตงฉินสื่อความในใจบางอย่าง บางทีภาพเซอร์ปิโกไม่ตรงกับภาพจริงที่พวกเขาเห็น
และบางทีด้วยระบบที่บิดเบี้ยวกดทับต่อเนื่องมายาวนาน ช้าหรือเร็วภาพตำรวจดีๆ ก็ถูกโคลนบนถนนกระเซ็นทับ จนไม่เห็นภาพ 'เซอร์ปิโก' อีกต่อไป
3
โฆษณา