17 ต.ค. 2023 เวลา 06:10 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

Ep. 15 | Agreeableness: บุคลิกภาพซินเดอเรลล่า

👉
Agreeableness เป็น 1 ใน 5 บุคลิกภาพมิติใหญ่ของมนุษย์ ซึ่งสะท้อนถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลในการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น (Graziano & Tobin, 2017)
คนที่มีบุคลิกภาพมิตินี้สูง มักถูกมองว่า “ใจดี (kind)” “ใส่ใจคนอื่น (considerate)” และ “อบอุ่น (warm)” (Graziano & Eisenberg, 2009)
ด้วยเหตุผลนี้ ในบางครั้ง agreeableness จึงถูกเรียกว่า เป็น “ซิลเดอเรลล่า (Cinderella)” ของบุคลิกภาพ (Furnham, 2017)
👠 1. ใครเป็นเจ้าของรองเท้าแก้ว?
จะรู้ได้ยังไงว่า เรามีบุคลิกภาพซินเดอเรลล่าในระดับไหน?
การประเมิน agreeableness มักทำผ่านแบบทดสอบบุคลิกภาพแบบประเมินตัวเอง (self-report personality test)
เช่น แบบทดสอบของ Goldberg (1992) ซึ่งให้ผู้ทำแบบทดสอบประเมินตัวเองตามคำอธิบายบุคลิกภาพที่สะท้อนถึง agreeableness เช่น “ชอบช่วยเหลือ (helpful)” “ชอบให้ความร่วมมือ (cooperative)”
NEO-PI (McCrae & Costa, 2010) เป็นอีกหนึ่งแบบทดสอบที่มักนิยมใช้ในการประเมิน agreeableness โดย NEO-PI แบ่ง agreeableness ออกเป็น 6 ด้าน
(1) Trust เช่น ข้อคำถาม “ฉันเชื่อว่าคนส่วนใหญ่มีเจตนาดีเป็นพื้นฐาน (I believe that most people are basically well-intentioned)”
(2) Straightforwardness เช่น ข้อคำถาม “ฉันเกียจที่จะถูกมองว่าเป็นคนไม่จริงใจ (I would hate to be thought of as a hypocrite)”
(3) Altruism เช่น ข้อคำถาม “ฉันพยายามสุภาพกับทุกคนที่ฉันเจอ (I try to be courteous to everyone I meet)”
(4) Compliance เช่น ข้อคำถาม “ฉันเลือกที่จะให้ความร่วมมือมากกว่าแข่งขันกับคนอื่น (I would rather cooperate with others than compete with them)”
(5) Modesty เช่น ข้อคำถาม “ฉันเลือกที่จะชื่นชมคนอื่นมากกว่าได้รับคำชื่นชมเอง (I would rather praise others than be praised myself)”
(6) Tender-Mindedness เช่น “ฉันเชื่อว่า มนุษย์ทุกคนควรได้รับความเคารพ (I believe all human beings are worthy of respect)”
อีกแบบทดสอบที่สามารถประเมิน agreeableness ได้ คือ Big Five Inventory-2 (BFI-2; Soto & John, 2016) ซึ่งประเมิน 3 ลักษณะย่อยของ agreeableness ได้แก่
(1) Compassion เช่น ข้อคำถาม “... มีความเมตตา จิตใจอ่อนโยน (... is compassionate, has a soft heart)”
(2) Respectfulness เช่น ข้อคำถาม “... ให้เกียรติคนอื่น ปฏิบัติกับคนอื่นด้วยความเคารพ (... is respectful, treats others with respect)”
(3) Trust เช่น ข้อคำถาม “... มองว่าคนอื่นเป็นคนดี (... assumes the best about people)”
Agreeableness อาจเป็นเพียงความลำเอียงในการประเมินตัวเอง (รูป: Image by jcomp on Freepik)
😮 2. บุคลิกภาพหรือความลำเอียงในการประเมินตัวเอง?
จากการที่ agreeableness เป็นบุคลิกภาพที่มีความน่าพึงประสงค์ทางสังคม (social desirability) สูง และมักถูกประเมินด้วยการประเมินตัวเอง จึงเกิดคำถามในหมู่นักจิตวิทยาว่า คะแนน agreeableness สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกภาพจริง ๆ ของมนุษย์ หรือเป็นเพียงความลำเอียงในการประเมินตัวเอง (self-report bias) เท่านั้น (Graziano & Tobin, 2002)
แม้จะมีหลักฐานสนับสนุนว่า agreeableness อาจเป็นเพียงความอำเอียงในการประเมินตัวเอง (Paulhus et al., 2015; Tobin et al., 2000) แต่ก็งานวิจัยที่หักล้างสมมุติฐานนี้เช่นกัน
ยกตัวอย่างเช่น งานของ Digman & Takemoto-Chock (1981) ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลการประเมินบุคลิกภาพจากมุมมองของคนอื่น (observer rating) และพบว่า บุคลิกภาพของมนุษย์สามารถแบ่งได้เป็น 5 ลักษณะ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ agreeableness
ผลการวิเคราะห์นี้ขัดกับความเชื่อว่า agreeableness เกิดจากความลำเอียงในการประเมินตัวเอง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง ข้อมูลจากการประเมินของคนอื่นไม่ควรจะแสดงให้เห็นถึงบุคลิกภาพด้านนี้
ในลักษณะเดียวกัน Graziano และ Tobin (2002) เปรียบเทียบคะแนน agreeableness จาก 2 กลุ่มตัวอย่าง โดยในกลุ่มแรก นักวิจัยบอกผู้เข้าร่วมว่า การมีคะแนน agreeableness สูงเป็นเรื่องดี และอีกกลุ่ม บอกว่า การมีคะแนน agreeableness สูงเป็นเรื่องไม่ดี
การวิเคราะห์คะแนนของทั้งสองกลุ่มพบว่า ในกลุ่มที่สองที่ถูกบอกว่า agreeableness เป็นลักษณะที่ไม่ดี ผู้เข้าร่วมกลับประเมินคะแนน agreeableness สูงกว่ากลุ่มควบคุม
ผลการศึกษานี้หักล้างความเชื่อว่า agreeableness เกิดจากความลำเอียงในการประเมินตัวเอง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ผู้เข้าร่วมควรจะลดมากกว่าเพิ่มคะแนน agreeableness เมื่อรู้ว่า agreeableness เป็นลักษณะที่ไม่น่าพึงประสงค์
โดยสรุปแล้ว งานวิจัยต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่า แม้ agreeableness อาจได้รับผลกระทบจากความลำเอียงในการประเมินตัวเอง แต่คะแนน agreeableness ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกภาพที่แท้จริงได้
👷 3. โครงสร้างของ Agreeableness
จากแบบทดสอบ agreeableness ก่อนหน้านี้ จะเห็นได้ว่า การนิยาม agreeableness อาจทำได้หลายแบบ
เช่น
- แบบทดสอบของ Goldberg (1992) มอง agreeableness ว่าเป็นบุคลิกภาพมิติเดียว (ไม่ระบุลักษณะย่อย)
- NEO-PI (McCrae & Costa, 2010) แยก agreeableness ออกเป็น 6 ลักษณะย่อย
- ส่วน BFI-2 (Soto & John, 2017) แบ่ง agreeableness ออกเป็น 3 ลักษณะย่อย
การให้นิยามองค์ประกอบของ agreeableness ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดคำถามว่า จริง ๆ แล้ว agreeableness ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
เพื่อหาคำตอบ Crowne และคณะ (2018) วิเคราะห์คะแนน agreeableness จาก 5 แบบทดสอบ ซึ่งผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างของ agreeableness ที่สามารถแบ่งได้เป็น 4 ระดับ ดังรูปด้านล่าง
โครงสร้างของ agreeableness (ดัดแปลงจาก Crowne et al., 2018)
จากรูป มี 2 ประเด็นที่น่าสนใจ
.
☝️ 3.1. ประเด็นที่ 1
โครงสร้างของ agreeableness สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 4 ระดับ โดยในแต่ละระดับมีความสอดคล้องกับงานวิจัยที่มีอยู่แล้ว
เช่น ลักษณะย่อยในระดับ 1 สอดคล้องกับงานของ DeYoung และคณะ (2007) ระบุองค์ประกอบของ agreeableness ไว้ 2 องค์ประกอบ
ลักษณะย่อยในระดับ 2 สอดคล้องกับกรอบแนวคิดในการประเมิน agreeableness ของ BFI-2 (Soto & John, 2017)
และในระดับ 3 ลักษณะย่อยทั้ง 4 ตัวมีความคล้องคลึงกับ 4 องค์ประกอบของ Simm (2009)
ความสอดคล้องระหว่างโครงสร้างของ Crowne และคณะ และงานวิจัยอื่น ๆ แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของโครงสร้างดังกล่าว
.
☝️ 3.2. ประเด็นที่ 2
เมื่อพิจารณาองค์ประกอบในระดับล่างต่ำสุด (ระดับ 4) จะเห็นได้ว่า ขอบเขตนิยามของ agreeableness มีอยู่ 5 องค์ประกอบ ได้แก่
(1) Compassion vs Callousness หรือลักษณะที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกห่วงใยหรือสนใจในความเป็นอยู่ของคนอื่น (+)
เช่น ข้อคำถาม “ฉันเป็นห่วงคนอื่น (I am concerned about others)” (+) และ “ฉันไม่จำเป็นต้องสนใจความต้องการของคนอื่น (I can’t be bothered with others’ needs)” (-)
ลักษณะนี้เป็นลักษณะที่ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะในระดับใด Crowne และคณะ (2018) จึงเชื่อว่า Compassion vs Callousness เป็นแก่นหลักของ agreeableness
(2) Morality vs Immorality (แยกออกจาก Civility vs Incivility ในระดับ 2) หรือลักษณะเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ (+) และการบงการคนอื่น (-)
เช่น ข้อคำถาม “ฉันโกงเพื่อความก้าวหน้า (I cheat to get ahead)” และ “ถ้าฉันรู้ว่าฉันจะไม่ถูกจับ ฉันยอมที่จะทำผิดกฎหมาย (If I knew I wouldn’t get caught, I’d be willing to break the law)”
(3) Modesty vs Arrogance (แยกออกจาก Amiability vs Rudeness ในระดับ 3) หรือลักษณะที่เกี่ยวกับความถ่อมตน (+) และความหยิ่ง (-)
เช่น ข้อคำถาม “ฉันพยายามถ่อมตนเกี่ยวกับความสำเร็จของฉัน (I try to be modest about my accomplishments)” (+) และ “ฉันชอบโออวดทุกครั้งที่มีโอกาส (I like to show off whenever I can)” (-)
(4) Affability vs Combativeness (ผสมจาก Amiability vs Rudeness และ Trust vs Distrust) หรือลักษณะต่อต้านสังคม (-)
เช่น “ฉันมองตัวเองว่า เป็นคนที่จะหาเรื่องกับคนอื่นก่อน (I see myself as someone who starts quarrels with others)” (-) และ “บางคนมองว่า ฉันเป็นคนไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น (Some people see me as insensitive)” (-)
(5) Trust vs Distrust (แยกออกจาก Civility vs Incivility ในระดับ 1) หรือลักษณะที่เกี่ยวข้องกับความไว้ใจ (+) การให้อภัย (+) และการเยาะเย้ยถากถาง (cynicism) (-)
เช่น ข้อคำถาม “ฉันไว้ใจคนอื่น (I distrust people)” (+) และ “ฉันมักเชื่อคำพูดของคนอื่น (I generally take people at their word)” (+)
😀 4. Agreeableness และการใช้ชีวิต
Agreeableness มีความเกี่ยงข้องกับพฤติกรรมทางสังคมเชิงบวก เช่น การช่วยเหลือ (รูป: Image by jcomp on Freepik)
เนื่องจาก agreeableness เป็นบุคลิกภาพที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่น จึงไม่น่าแปลกใจที่ agreeableness จะเชื่อมโยงกับพฤติกรรมทางสังคมเชิงบวกต่าง ๆ
เช่น
- การยอมรับและมิตรภาพ
- การมองคนอื่นในแง่บวกมากกว่าแง่ลบ
- พฤติกรรมการให้ร่วมมือมากกว่าการแข่งขัน
- แนวโน้มที่จะช่วยเหลือคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักหรือคนแปลกหน้า และไม่ว่าการช่วยเหลือนั้นจะมีต้นทุนสูงขนาดไหน และ
- การหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง (Tobin & Gadke, 2015)
Agreeableness มีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในที่ทำงาน โดยเฉพาะ teamwork (รูป: Image by lookstudio on Freepik)
นอกจากพฤติกรรมทางสังคมแล้ว agreeableness ยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมต่าง ๆ ในบริบทของการทำงานอีกด้วย
Agreeableness สามารถทำนายประสิทธิภาพในการทำงาน (job performance) ได้ในการทำงานแบบทีมและในตำแหน่งงานที่ต้องการความร่วมมือระหว่างบุคคล เช่น งานขายและผู้จัดการ โดยคนที่มี agreeableness สูงมักสามารถทำงานในบริบทเหล่านี้ได้ดี (Barrick & Mount, 1991; Mount et al., 1998)
Agreeableness สามารถทำนาย transformational leadership หรือภาวะผู้นำที่ให้ความสำคัญกับผู้ตามในระดับปัจเจกบุคคล โดยคนที่มี agreeableness สูงมักเป็นผู้นำที่ดูน่าเข้าหา ส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์ และให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้ตาม (Bono & Judge, 2004)
😎 4. สรุป Agreeableness
Agreeableness หรือบุคลิกภาพซินเดอเรลล่า เป็นความแตกต่างระหว่างบุคคลในการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับคนอื่น ซึ่งประกอบด้วย 5 ลักษณะย่อย ได้แก่
(1) Compassion vs Callousness
(2) Morality vs Immorality
(3) Modesty vs Arrogance
(4) Affability vs Combativeness
(5) Trust vs Distrust
Agreeableness มีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางสังควมเชิงบวก เช่น พฤติกรรมช่วยเหลือ และพฤติกรรมในที่ทำงาน
การประเมิน agreeableness มักทำได้โดยการทำแบบทดสอบบุคลิกภาพแบบประเมินตนเอง เช่น NEO-PI, BFI-2
แม้ว่า agreeableness จะเป็นบุคลิกภาพที่มีความน่าพึงประสงค์ทางสังคมสูงและอาจได้รับอิทธิพลจากการบิดเบือนคำตอบ แต่งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า คะแนน agreeableness สามารถสะท้อนบุคลิกภาพของมนุษย์ได้
#psychology #individualdifferences #personality #bigfive #fivefactormodel #ffm #agreeableness #จิตวิทยา #บุคลิกภาพ
📃 อ้างอิง
Barrick, M. R., & Mount, M. K. (1991). The Big Five personality dimensions and job performance: A meta-analysis. Personnel Psychology, 44(1), 1–26. https://doi.org/10.1111/j.1744-6570.1991.tb00688.x
Bono, J. E., & Judge, T. A. (2004). Personality and Transformational and Transactional Leadership: A Meta-Analysis. Journal of Applied Psychology, 89(5), 901–910. https://doi.org/10.1037/0021-9010.89.5.901
Crowe, M. L., Lynam, D. R., & Miller, J. D. (2018). Uncovering the structure of agreeableness from self-report measures. Journal of Personality, 86(5), 771–787. https://doi.org/10.1111/jopy.12358
DeYoung, C. G., Quilty, L. C., & Peterson, J. B. (2007). Between facets and domains: 10 aspects of the Big Five. Journal of Personality and Social Psychology, 93(5), 880–896. https://doi.org/10.1037/0022-3514.93.5.880
Digman, J. M., & Takemoto-Chock, N. K. (1981). Factors in the natural language of personality: Re-analysis, comparison, and interpretation of six major studies. Multivariate Behavioral Research, 16(2), 149–170. https://doi.org/10.1207/s15327906mbr1602_2
Furnham, A. (2017). Agreeableness. In V. Zeigler-Hill & T. K. Shackelford (Eds.), Encyclopedia of personality and individual differences (pp. 93–102). Springer. https://doi.org/10.1007/978-3-319-28099-8_1200-1
Goldberg, L. R. (1992). The development of markers for the Big-Five factor structure. Psychological Assessment, 4(1), 26–42. https://doi.org/10.1037/1040-3590.4.1.26
Graziano, W. G., & Tobin, R. M. (2002). Agreeableness: Dimension of personality or social desirability artifact? Journal of Personality, 70(5), 695–727. https://doi.org/10.1111/1467-6494.05021
Graziano, W. G., & Tobin, R. M. (2009). Agreeableness. In M. R. Leary & R. H. Hoyle (Eds.), Handbook of individual differences in social behavior (pp. 46–61). The Guilford Press.
Graziano, W. G., & Tobin, R. M. (2017). Agreeableness and the Five Factor Model. In T. A. Widiger (Ed.), The Oxford handbook of the Five Factor Model (pp. 105–132). Oxford University Press.
McCrae, R. R., & Costa, P. T. (2010). NEO Inventories: Professional manual. Psychological Assessment Resources.
Mount, M. K., Barrick, M. R., & Stewart, G. L. (1998). Five-Factor Model of personality and performance in jobs involving interpersonal interactions. Human Performance, 11(2-3), 145–165. https://doi.org/10.1207/s15327043hup1102&3_3
Paulhus, D. L., Bruce, M. N., & Trapnell, P. D. (1995). Effects of self-presentation strategies on personality profiles and their structure. Personality and Social Psychology Bulletin, 21(2), 100–108. https://doi.org/10.1177/0146167295212001
Simms, E. E. (2009). Assessment of the facets of the five factor model: Further development and validation of a new personality measure [Doctoral dissertation, University of Iowa]. http://search.proquest.com/docview/304901508
Soto, C. J., & John, O. P. (2017). The next Big Five Inventory (BFI-2): Developing and assessing a hierarchical model with 15 facets to enhance bandwidth, fidelity, and predictive power. Journal of Personality and Social Psychology, 113(1), 117–143. https://doi.org/10.1037/pspp0000096
Tobin, R. M., & Gadke, D. L. (2015). Agreeableness. In J. D. Wright (Ed.), International encyclopedia of the social & behavioral sciences (Vol. 1, pp. 463–470). Elsevier. https://doi.org/10.1016/B978-0-08-097086-8.25044-7
Tobin, R. M., Graziano, W. G., Vanman, E. J., & Tassinary, L. G. (2000). Personality, emotional experience, and efforts to control emotions. Journal of Personality and Social Psychology, 79(4), 656–669. https://doi.org/10.1037/0022-3514.79.4.656
ภาพปก: Image by wayhomestudio on Freepik
โฆษณา