17 ต.ค. 2023 เวลา 01:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

รู้จักวิธีลงทุนใน “ถังวิสกี้” ทำกำไรเฉลี่ย 12-20% ต่อปี ลงทุนได้ตั้งแต่กลั่นใหม่-บ่มเก็บไว้

ในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก นักลงทุนอกสั่นขวัญแขวน หอบเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยกันมากขึ้น ซึ่งเรามักจะนึกถึงทองคำเป็นหลัก
แต่ aomMONEY เชื่อว่าน้อยคนที่จะนึกถึงสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง “#วิสกี้” ที่แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 564% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ฟังดูน่าสนใจใช่มั้ยล่ะครับ? เราไปดูกันว่าวิธีการลงทุนในวิสกี้เป็นอย่างไร และสร้างผลตอบแทนได้ยังไงบ้าง เผื่อว่าเพื่อนๆ กำลังมองหาทางเลือกใหม่ๆ ในการลงทุน
ปกติแล้วเมื่อโรงกลั่นผลิตวิสกี้ออกมา จะต้องเก็บไว้ในถังเพื่อรอเวลาบ่มอีกประมาณ 5-10 ปี จึงค่อยนำไปบรรจุขวดขาย ซึ่งกระบวนการจัดเก็บและดูแลถังวิสกี้เหล่านี้ มีค่าใช้จ่ายในการดูแลค่อนข้างสูงครับ
แต่ผู้ผลิตไม่มีรายได้ระหว่างนั้น ก็ต้องหารายได้ทางอื่นมาหมุนเวียน จึงเปิดให้นักลงทุนเข้ามา “#ซื้อถังวิสกี้” ซึ่งจะได้เป็นเจ้าของวิสกี้ถังนั้นๆ ทันที (1 ถังประมาณ 200 ลิตร) โดยจ่ายเงินค่าจัดเก็บ ค่าดำเนินการ และค่าประกันคุณภาพถัง ให้กับโรงกลั่นที่เป็นผู้ดูแล
เมื่อวิสกี้แต่ละถังถูกบ่มจนสุก รสชาติเข้มข้นได้ที่แล้ว มูลค่าก็จะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยราว 3-5 เท่า ภายในเวลา 5 ปี จากนั้นนักลงทุนที่เป็นเจ้าของถัง ก็มีสิทธิ์ขายทำกำไรได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้จัดการหรือตัวกลาง นี่จึงเป็นโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจ
[วิสกี้คือการลงทุนที่ดีที่สุด ในปี 2019]
Knight Frank บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของโลก เปิดเผยข้อมูลว่า การลงทุนในวิสกี้คือ #การลงทุนที่มีประสิทธิภาพที่สุดในปี2019 โดยมีผลตอบแทนที่คาดหวังอยู่ระหว่าง 10-15% และสามารถทำกำไรได้เฉลี่ย 12-20% ต่อปี
หากย้อนดูตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินเมื่อทศวรรษที่แล้ว ผลตอบแทนของถังวิสกี้ก็ไม่เคยต่ำกว่า 60% (อ้างอิงจากการขายวิสกี้อายุ 6 ปี ของ JAG Business Admin บริษัทที่ดูแลเรื่องการลงทุนให้ชาวไทยและต่างชาติ)
นอกจากนี้รายงานประจำปีของ Knight Frank Luxury Investment Index ยังระบุว่า #วิสกี้หายาก เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงถึง 564% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย
[ขายได้วินาทีละ 41 ขวด]
อย่างที่บอกไปครับว่า วิสกี้เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำจากภาวะเศรษฐกิจ เพราะไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร นักดื่มก็ยังคงเป็นนักดื่ม ทำให้วิสกี้รสชาติดีๆ เป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอ
ข้อมูลจาก JAG Business Admin ระบุว่ามีวิสกี้ที่อยู่ภายใต้การดูแล ถูกส่งออกไปขายยังตลาดทั่วโลก มากกว่า 200 แห่ง มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 4.7 พันล้านปอนด์ต่อปี (ราว 1.9 แสนล้านบาท) โดยขายได้เฉลี่ย #วินาทีละ41ขวด
หากจะโฟกัสที่ไปวิสกี้หายาก หรือวิสกี้อายุเก่าแก่ ก็สามารถทำกำไรได้สูงขึ้นจากการประมูล เช่น วิสกี้อายุ 60 ปีของแบรนด์ Macallan จากสกอตแลนด์ ถูกประมูลไปด้วยราคาขวดละ 1.58 ล้านปอนด์ (ราว 67 ล้านบาท!!!) หรืออย่างถังวิสกี้ของ Michter's ซึ่งเป็นเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐฯ ก็ถูกประมูลไปด้วยราคา 185,309 ปอนด์ (ราว 7.8 ล้านบาท)
[สินทรัพย์ดิจิทัล ที่มี “วิสกี้” หนุนหลัง]
เมื่อแนวโน้มการลงทุนในวิสกี้ ค่อนข้างเติบโตและสร้างผลตอบแทนได้ดี ทำให้มันเดินทางข้ามเวลามาสู่นักลงทุนยุคใหม่ โดยเพิ่มอีกหนึ่งบทบาทคือการเป็นสินทรัพย์ “#หนุนหลัง” ให้กับ #สินทรัพย์ดิจิทัล
อย่างเช่นเมื่อต้นปีที่แล้ว ก็มีการเสนอขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีวิสกี้ซิงเกิลมอลต์รุ่นหายาก (Single Malt Whisky - เหล้าที่มีรสชาติเข้มข้นที่สุดในโลก) เป็นสินทรัพย์หนุนหลัง
โดยจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ส่วนบุคคล ที่ได้รับกำกับดูแลในประเทศสิงคโปร์ เป็นครั้งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพียงแค่วันแรกนักลงทุนก็ซื้อขายกันอย่างคึกคัก ด้วยมูลค่าทั้งหมด 700,000 ปอนด์ (ราว 29.51 ล้านบาท)
วิสกี้จึงไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม หรือของสะสมเก่าเท่านั้น แต่ยังเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งการที่มันหนุนหลังสินทรัพย์ดิจิทัลได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความมั่นคง และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับยุคสมัย จึงน่าจับตามองว่าสินทรัพย์อย่าง "วิสกี้" จะเติบโตในทิศทางไหนได้อีกบ้าง
Not financial advice
บทความนี้เป็นเพียงการให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชี้นำการลงทุน
โปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ
#aomMONEY #วางแผนการเงิน #ออมเงิน #ลงทุน
#วางแผนเกษียณ #เศรษฐกิจ #อิสรภาพทางการเงิน
#PassiveIncome #เงินเฟ้อ #หุ้น #ตลาดหุ้น
#สินทรัพย์ทางเลือก #กองทุน #คริปโต #บิตคอยน์
#Bitcoin #Cryptocurrency #Whiskey #สายดื่ม
โฆษณา