โค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี ลงทุน SSF RMF กองไหนดี!

โค้งสุดท้ายก่อนหมดปี 2566 ใครยังไม่มีกองทุนลดหย่อนภาษีต้องรีบแล้วนะ !
1
สำหรับใครที่กำลังวางแผนภาษี และมองหากองทุน เพื่อใช้สำหรับลดหย่อนภาษีปลายนี้ แต่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะลงกับกองไหนดี ?
วันนี้ KTAM ได้รวบรวมกองทุนลดหย่อนภาษี SSF และ RMF ที่น่าสนใจในปลายปีนี้มาให้เรียบร้อยแล้ว
บอกเลยว่า…อ่านจบปุ๊บ เลือกได้ปั๊บ
เพราะเรามีทั้งกองทุน นโยบายการลงทุน ระดับความเสี่ยง รวมถึงความน่าสนใจของกองทุนนั้น ๆ มาฝากกันด้วย โดยครั้งนี้ พิเศษมาก ๆ เพราะ KTAM ได้คัดเลือกกองทุนมาด้วยกันถึง 10 กองทุน แบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่ เพื่อให้นักลงทุนได้เลือกตามระดับความเสี่ยงที่ตัวเองยอมรับได้ !
ทั้งนี้ หากจะลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี ก็อย่าลืมศึกษาเงื่อนไขการลงทุนด้วย เพราะหากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขก็อาจไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจะต้องคืนผลประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับไป พร้อมทั้งจ่ายเบี้ยปรับหากไม่มีการแจ้งขอคืนภาษีภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://bitly.ws/XAip
หากใครอยากรู้แล้วว่ามีกองไหนน่าสนใจบ้าง…เราไปลุยกันเลย !
  • กองทุนรวมตราสารหนี้
เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก และไม่คาดหวังผลตอบแทนที่สูงหรือหวือหวา
กองทุนแนะนำ
​- RMF4
นโยบายการลงทุน :
เน้นลงทุนในตราสารภาครัฐไทย โดยส่วนที่เหลือจะลงทุนในเงินฝาก / ตราสารหนี้
ความน่าสนใจของกองทุน :
หากใครที่ยังไม่เคยลงทุนเลย หรือรับความเสี่ยงได้ค่อนข้างน้อย แนะนำกองทุน RMF4 เนื่องจากเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน และตลาดตราสารหนี้ มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ อีกทั้งยังมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนกลับคืนมาได้ด้วย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกองทุน ได้ที่ :
- KTSTPLUS-SSF
นโยบายการลงทุน :
เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉลี่ยตราสารอายุไม่เกิน 1 ปี
ความน่าสนใจของกองทุน :
ปกติแล้ว ผลตอบแทนที่ได้รับจากตราสารหนี้ จะอยู่ในรูปแบบของดอกเบี้ย ซึ่งราคาตราสารหนี้ ก็มักจะแปรผกผันกับ อัตราดอกเบี้ย
หมายความว่า หากเราลงทุนกับตราสารหนี้ในวันที่ดอกเบี้ยขึ้นสูงนั้น เราก็จะได้รับผลตอบแทนที่เป็นดอกเบี้ยสูงตามไปด้วย และแม้ว่าในอนาคตอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวลดลง ผลตอบแทนที่เราได้รับก็จะยังคงได้เท่ากับช่วงที่เราซื้อไว้ ณ วันที่ดอกเบี้ยสูงนั่นเอง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกองทุน ได้ที่ :
  • กองทุนรวมหุ้น
เหมาะกับผู้ที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนสูง และรับความเสี่ยงได้สูง รวมถึงผู้ที่ชอบการลงทุนในหุ้น แต่ไม่มีเวลาบริหารหรือศึกษาการลงทุนในหุ้นเป็นรายตัว
กองทุนแนะนำ
- KTESGS-SSF
นโยบายการลงทุน :
เน้นลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนใน SET หรือ mai ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี Thaipat ESG Index (TR)
ความน่าสนใจของกองทุน :
ปัจจุบันแนวคิด ESG ได้ถูกนำมาพูดถึงมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากธุรกิจไหนที่สามารถผ่านกระบวนการตรวจสอบมาตรฐาน ESG ได้ ก็จะถือว่าเป็นการยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจได้อีกขั้นหนึ่ง ทำให้เรามั่นใจและเชื่อใจ อีกทั้งยังลดผลกระทบหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการได้ในภายหลัง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกองทุน ได้ที่ :
- KTSET50RMF
นโยบายการลงทุน :
เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50
ความน่าสนใจของกองทุน :
กองทุนนี้เป็นอีกหนึ่งกองทุนที่น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากมีการลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET50 ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลงทุนครบทุกตัว แต่ในหุ้น 50 ตัวที่อยู่ใน SET50 นี้ ก็ล้วนแต่มีมูลค่าสูงสุดเป็น 50 อันดับแรกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน SET50 มีมูลค่ารวมกว่า 11,507 ล้านบาท
(ข้อมูลมูลค่า SET50 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2566 เวลา 11:19:31)
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกองทุน ได้ที่ :
  • กองทุนรวมต่างประเทศ
ประเภทกองทุนรวมนี้ จะมีความคล้ายคลึงกับกองทุนรวมหุ้น แต่ต่างกันที่กองทุนประเภทนี้จะเน้นลงทุนไปยังต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกที่ดีของผู้ที่มองหาโอกาสจากต่างประเทศ เพราะการลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศนี้ จะมีความยุ่งยากและซับซ้อนที่น้อยกว่าการเข้าลงทุนกับต่างประเทศโดยตรงด้วยตัวเอง
โดยกองทุนนี้จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนสูง รับความเสี่ยงได้สูง และรับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้ รวมถึงผู้ที่ชอบการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ แต่ไม่มีเวลาบริหาร หรือศึกษาการลงทุนในหุ้นเป็นรายตัว
กองทุนแนะนำ
- KT-VIETNAM-SSF / KT-VIETNAM RMF
นโยบายการลงทุน :
เน้นลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียน และ/หรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลัก และ/หรือที่ได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม
ความน่าสนใจของกองทุน :
เวลานี้ เวียดนาม ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศของทวีปเอเชียที่เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด อีกทั้งยังเนื้อหอมจากการที่หลาย ๆ บริษัทยักษ์ใหญ่เข้ามารุมจีบ เพื่อจัดตั้งโรงงานการผลิต โดยเฉพาะกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Foxconn, Sharp และ Samsung เป็นต้น
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกองทุน ได้ที่ :
KT-VIETNAM-SSF https://bitly.ws/swFH
KT-VIETNAM RMF https://bitly.ws/XrWV
 
- KT-WEQ-SSF / KT-WEQ RMF
นโยบายการลงทุน :
เน้นลงทุนในกองทุน AB Low Volatility Equity Portfolio (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นปัจจัยพื้นฐาน มีความผันผวนต่ำ โดยลงทุนในหุ้นที่อยู่ในประเทศพัฒนาแล้วเป็นหลัก รวมถึงกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่
ความน่าสนใจของกองทุน :
ผู้จัดการกองทุนหลักจะทำการคัดเลือกหลักทรัพย์ จากการจำลองพอร์ตการลงทุน เพื่อพิจารณาถึงค่าความเสี่ยงและผลตอบแทนจากการลงทุน ควบคู่กับประสบการณ์การลงทุนของผู้จัดการกองทุน เพื่อให้ได้พอร์ตการลงทุนที่มีความผันผวนที่ต่ำ พร้อมคุณภาพหลักทรัพย์ที่มีพื้นฐานดี
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกองทุน ได้ที่ :
- KT-HEALTHCARE-SSF / KT-HEALTHC RMF
นโยบายการลงทุน :
เน้นลงทุนใน Janus Henderson Global Life Sciences Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก ที่มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์กับการดำเนินชีวิต ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรักษาหรือการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ความน่าสนใจของกองทุน :
อุตสาหกรรมด้านสุขภาพ นับเป็นอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่กำลังมาแรง โดยเฉพาะเมื่อมีโรคระบาดอย่างโควิด 19 ด้วยแล้วนั้น ก็ยิ่งทำให้ผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจ และดูแลสุขภาพกันมากขึ้น
แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตของกลุ่ม Healthcare ได้ในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการเติบโตของประชากรสูงวัย ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งถือเป็นโอกาสเติบโตที่ดีในระยะยาวของอุตสาหกรรม Healthcare นี้อีกด้วย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกองทุน ได้ที่ :
KT-HEALTHCARE-SSF https://bitly.ws/XrS3
KT-HEALTHC RMF https://bitly.ws/wHFC
และทั้งหมดนี้คือ 10 กองทุน SSF และ RMF ที่เหมาะจะเข้าซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีในปลายปีนี้ และสำหรับใครที่ซื้อกองทุน SSF หรือ RMF ครั้งแรก ก็อย่าลืมขอแจ้งใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีด้วย !
โดยสามารถ ทำรายการได้ผ่านช่องทางการแจ้งความประสงค์ของบริษัทจัดการ
ตามลิงก์นี้เลย 👉 https://bitly.ws/X9Bf
ลงทุนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน KTAM Smart Trade ง่าย สะดวก ปลอดภัย
ดาวน์โหลด :
สอบถามรายละเอียดหรือขอรับหนังสือชี้ชวนที่ ธนาคารกรุงไทย ผู้สนับสนุนการขาย หรือ บลจ.กรุงไทย โทร. 02-686-6100 กด 9
คำเตือน:
กองทุนมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (ยกเว้น KTESGS-SSF, RMF4 และ KTSET50RMF) ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม/กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ หากการลงทุนไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด อาจต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสียเงินเพิ่ม
References:
  • 7
โฆษณา