24 ต.ค. 2023 เวลา 16:30 • หนังสือ

รีวิวใช้ชีวิตนักเรียนนายสิบตำรวจฉบับผู้สูงวัย

นักเรียนนายสิบตำรวจ หรือ ที่เราเรียกสั้นๆกันว่า นสต. เป็นระบบการฝึกอบรมที่จัดการแข่งขันเข้าสอบเพื่อเข้าไปฝึกและเรียนพร้อมจบออกมาเป็นตำรวจชั้นประทวนอย่างที่หลายๆท่านได้ทราบ โดยจะรับตั้งแต่อายุ 18 -27 ปี วุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่า นี้คือคร่าวๆของคุณสมบัติต่างๆ
***หลังจากนี้คือการรีวิวล้วนๆ***
เกริ่นนำก่อนด้วยช่วงอายุของผู้เขียน รีวิวนี้จึงอาจจะเหมาะกับท่านที่อายุเยอะแล้วอยากไปสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ (หลังจากนี้ขอใช้ตัวย่อว่า นสต.) ปัจจุบันผู้เขียนอายุ 28 ปี สอบ นสต.ตอนอายุ 26 ปี ถือว่าเยอะพอสมควร ก่อนหน้านั้นก็ทำงานตามสายงานที่เรียนมาอยู่พักใหญ่ๆ ผู้เขียนจบ นสต. จากโรงเรียนฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9
ขั้นเตรียมตัว
การเตรียมตัวก็ทั่วๆไปเลยครับ อ่านหนังสือ เตรียมร่างกาย แต่ด้วยช่วงอายุที่ห่างหายจากหนังสือไปนานมาก จึงเหมือนเริ่มใหม่จาก 0.5 (พอจะมีบุญเก่าให้กินอยู่บ้าง) หลังจากนั้นก็ตาม step จนได้เข้าเรียน
ก่อนเข้าเรียน
มีความกังวลปะปนมาเล็กน้อยเพราะยอมลาออกจากงานมา แถมยังเสียดายงานเก่าอยู่ ยังคิดอยู่ว่าทางที่เลือกถูกหรือผิดกันแน่ แต่ถึงขั้นที่ผ่านมาหลายๆอย่างแล้ว ไม่เข้าเรียนคงไม่ได้ แถมยังมีความกังวลเรื่องอื่นๆอีก จะเข้ากับคนอื่นได้ไหม จะปรับตัวได้เร็วๆรึเปล่า ฯลฯ หลายๆคำถามเรื่องมีในหัวสมองหล่ะ จากความคิดส่วนตัวของผมนะครับ
การปรับตัวของเราไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เราจะตั้งคำถามและหาเหตุผลของการกระทำและสิ่งต่างๆมากขึ้น ด้วยช่วงอายุที่ผ่านอะไรมาหลายอย่าง ทั้งช่วงมหาลัย ช่วงการทำงาน เราจะมีการตั้งคำถามอยู่เสมอ ไหนจะช่วงอายุที่ส่งผลต่อสมรรถภาพทางร่างการอีก ตอนแรกอาจจะคิดมาไม่มีผลอะไร แต่วัยรุ่น 18 ปี กับ วัยรุ่นตอนปลาย(มั่ง) 26 ปี ความต่างมันชัดเจนมากเรื่องของพละกำลัง ยิ่งวัยๆที่เจอ Freedom มาเยอะ การต้องเข้าไปอยู่ในกฎระเบียบที่ชัดเจนจึงต้องมีการปรับตัวกันเยอะหน่อย
ช่วงเข้าเรียน
สิ่งที่ง่ายที่สุดคือเพราะอายุที่มาก เราจึงเจอคนมาหลายรูปแบบ เข้าใจในหลายๆสิ่ง(เล่ห์เหลี่ยมนั้นแหละ) นี่เป็นข้อดีเลยนะ เราจึงปรับตัวเข้ากันได้กับเกือบทุกคน เข้าใจคนในหลายๆแบบ แต่มันจะมีคำถามอย่างมาก(ก.ไก่ล้านตัว) เช่น
- ทำไมถึงฝึกกับแบบนี้?
- ทำไม่ถึงทำอย่างนั้น?
- สามารถมีวิธีการฝึกที่ดีกว่านี้ได้นี่?
- สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนได้นี่? ฯลฯ
แต่ก็นะ อันนี้เป็นส่วนที่ยากจะยอมรับมากๆ มีหน้าที่ทำก็ทำไป ค่อยหาเหตุผลให้ตัวเองตอนหลัง
จะมีกฎระเบียบการปฏิบัติภายในศูนย์ฝึกที่เราจะต้องทำเป็นระเบียบประจำวัน หรือที่เราเรียกกันย่อว่า รปจ. เสมอๆ ซึ่งจะระบุเวลาในการทำหน้าที่ต่างๆอย่างชัดเจน เช่น ตื่นกี่โมง เรียนกี่โมง กินข้าวกี่โมง นอนกี่ใมง และยังมีระเบียบข้อห้ามต่างๆอีกเยอะแยะมากมาย อันนี้ก็มีส่วนดี เนื่องจากบุคคลที่อายุเยอะๆนี่ ส่วนมากความรับผิดชอมที่เพิ่มขึ้นตามอายุ จึงไม่มีการผิดพลาดเรื่องข้อห้าม-ข้อปฏิบัติซักเท่าไหร่
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนนะ คนที่อายุน้อยๆแต่มีความรับผิดชอบมากก็มีเยอะเหมือนกัน บางคนทำให้เผลอคิดไปว่าเขาเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งด้วยซ้ำ
จบการฝึกอบรม
ปีที่ผมเข้าฝึกอบรมถือว่าโชคดีมากๆเพราะเป็นการปรับเปลี่ยนหลักสูตรมาเรียนแค่ปีเดียว แต่เป็นปีเดียวที่โคตรจะนานเลยแหละ บางคนอาจมีภาระมากมาย มีรถต้องผ่อน มีบ้านต้องผ่อน แต่ก็อย่างว่า ทุกคนล้วนทำตามความฝัน ไม่ว่าจะทำเพื่อความฝันของตัวเอง หรือของครอบครัว ส่วนตัวผมก็ทั้งสองไม่ถึงกับรักมายมายขนาดนั้น แต่ก็เป็นความฝันในวัยเด็กแต่แม่นี่สิ ยิ้มหน้าบานเลย
วันประดับยศ ที่บ้านผมมากันแค่ 4-5 คน เห็นทุกคนมีความสุข เราก็อดดีใจพร้อมคิดไปว่าสิ่งที่เลือกไม่ว่าถูกหรือผิด ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ตอนนี่ คนที่อยู่ตรงหน้าเรา พ่อ แม่ ยาย น้องสาว มีความสุข ผมว่าตอนนี้มันก็เพียงพอแล้ว
สำหรับคนที่อายุเยอะแต่ยังไม่เกินเกณฑ์ตามกำหนด อาจจะคิดเยอะหน่อยแต่ผมแนะนำให้ลองครับ ถ้าชอบหรือรักมันก็ลองทำดูไม่เสียหายอะไร อายุเป็นเพียงตัวเลขอย่างเขาว่าถ้าไม่ทิ้งความฝันเราทำมันได้ ในสายอำนวจการยังสอบได้ถึงอายุ 35 ปีเลย 1ปี ที่เราสามารถกลับไปเป็นเด็กได้ถ้ามองแล้วยังไงมันก็สนุกครับได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ปีเดียวที่เรียน ไม่ต้องคิดเรื่องอะไรมากมาย เขาสั่งอะไรก็ทำไปๆ สำหรับผมนี่อาจจะเป็นหนึ่งในข้อดีที่มีอยู่ก็ได้
***ฝากกดติดตาม กดหัวใจด้วยนะครับ ครั้งหน้าจะมารีวิววิธีการเตียมตัวสอบในส่วนต่างๆ***
โฆษณา