27 ต.ค. 2023 เวลา 12:00 • ครอบครัว & เด็ก

ฐานะการเงินไม่เท่ากัน อาจมีผลความสัมพันธ์?

วิจัยระบุ ถ้าฝ่ายชายรายได้น้อยกว่า มีแนวโน้มที่จะนอกใจมากขึ้น
พอ "เทศกาลวาเลนไทน์" เวียนมาถึง หัวข้อที่มักถูกหยิบยกมาพูดถึงคงหนีไม่พ้นเรื่องราว ของ "ความรัก" ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มสาวที่ความสัมพันธ์กำลังหวานชื่น หรือ คู่รักที่ตัดสินใจ "เป็นทองแผ่นเดียวกัน"
แน่นอนเมื่อตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ ก็คงจะมองข้ามเรื่องของ เงินๆ ทอง ๆ ไปไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะรักกันหวานฉ่ำเพียงใด ถ้ามีปัญหาการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง สุดท้ายก็ต้องเลิกรากันอยู่ดี
เห็นได้ชัดจากผลสำรวจของ Ramsey Solutions บริษัทให้คำปรึกษาด้านการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2017 จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นคู่รักกว่า 1,000 คู่ในสหรัฐฯ พบว่า 1 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่างมักมีปากเสียงกับคู่รักของตัวเองเรื่องเงินบ่อยครั้ง
ขณะที่นักจิตวิทยา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาคู่รักที่มีปัญหา บอกไว้ชัดเจนว่า ปัญหาด้านการเงินเป็นหนึ่งในปัญหาอันดับต้นๆ ของความสัมพันธ์ และถ้าไม่ได้จัดการให้ดี ก็มักนำไปสู่การเลิกรา หรือ แยกทางกัน
คราวนี้ เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มอยากรู้แล้วใช่มั้ยล่ะว่าทำไม “เงิน” ถึงมีผลต่อความสัมพันธ์ของคู่รัก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เอาแค่เรื่องที่ คู่รักมีรายได้ หรือ ฐานะการเงินไม่เท่ากัน ก็ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์แล้ว
แล้วมันเป็นยังไงล่ะ aomMONEY จะอธิบายให้เห็นภาพ…
เริ่มกันที่ กรณีคู่รัก #ฝ่ายชายมีรายได้มากกว่าฝ่ายหญิง ในช่วงเริ่มแรก ทั้งคู่อาจจะยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอนานไป ฝ่ายชายมักจะคาดหวังให้ฝ่ายหญิง ตอบแทน หรือ ช่วยเหลือด้านอื่นๆ ในความสัมพันธ์ แทนการหาเงิน ไม่ว่าจะเป็น ใช้เวลากับเขามากขึ้น ดูแลบ้าน ทำอาหาร เลี้ยงลูก
ส่วนฝ่ายหญิง ตอนแรกก็ดูเหมือนจะรับได้ แต่พอเวลาผ่านไป ก็จะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า รู้สึกผิด จนถึงขั้นโกรธที่ฝ่ายชายมักทำให้เธอต้องคอยชื่นชม หรือ ขอบคุณที่เขาหาเลี้ยง จึงพยายามทำให้เห็นว่าสิ่งที่เธอทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลบ้าน เลี้ยงลูก เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน
บางคนอาจยึดติดกับความสบายที่ไม่ต้องหาเงินด้วยตนเอง จนไม่กล้าแสดงความคิดเห็น และความต้องการที่แท้จริง จึงแสดงออกในรูปแบบของการประชดประชัน เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีความสุข
สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป คือ ฝ่ายหญิงมักจะวิพากษ์วิจารณ์คู่รักของตัวเอง หาสิ่งไม่ดีมาตำหนิ เช่น เขาไม่เคยมีเวลาให้ หรือ เขาไม่เคยเข้าใจอะไรเลย ทำให้ความสัมพันธ์สะดุด ซึ่งจุดนี้เองเปรียบเสมือนเป็นราคาที่เธอต้องจ่ายให้กับอำนาจเงิน
แล้วกรณีที่คู่รัก #ฝ่ายหญิงหาเงินได้มากกว่าชาย หรือ มีฐานะการเงินดีกว่าฝ่ายชายล่ะ??
บอกเลย เริ่มต้นเหมือนกัน คือ ทั้งคู่จะไม่รู้สึกอะไร แต่พอนานไป ฝ่ายชายจะรู้สึกเสียศักดิ์ศรี สูญเสียความมั่นใจในการเป็นผู้นำ และมักจะเลือกชดเชยความไม่มั่นคงในจิตใจด้วยการทำร้ายจิตใจคนข้างกาย
มีบทความจาก มหาวิทยาลัยคอนเนกติคัต เรื่อง Her Support, His Support: Money, Masculinity, and Marital Infidelity. ที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Sociological Review ชี้ชัดว่า คู่แต่งงานหนุ่มสาวที่สามีต้องพึ่งพิงเงินของภรรยา มีแนวโน้มที่จะนอกใจมากกว่าคู่แต่งงานที่สามีมีรายได้มากกว่าหรือเท่ากับฝ่ายหญิง
ส่วนสาเหตุของการนอกใจ เป็นเพราะสามีไม่สามารถแสดงอำนาจผ่านการเป็นหัวหน้าครอบครัว ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เขาจึงเลือกใช้วิธีอื่นแสดงออกถึงความเป็นเพศชาย ด้วยการคบชู้ หรือ มีคู่นอนหลายคนแทน
พออ่านมาถึงบรรทัดนี้ หลายคนน่าจะรู้สึกกังวลใจ กลัวว่าการมีรายได้ หรือ หน้าที่การงานที่ดีกว่าคนรัก อาจทำให้ความสัมพันธ์มีปัญหา แต่ต้องทำเข้าใจกันก่อนนะว่า เรื่องราวที่นำมาเล่าให้ฟังเป็นเพียงกรณีศึกษา ไม่ได้หมายความว่า ทุกคู่แต่งงานจะเป็นเช่นนั้น เพราะแต่ละคนมีปัจจัยแวดล้อมแตกต่างกัน บางคู่อาจเกิดความรู้สึกไม่เท่าเทียม แต่ก็หาทางแก้ปัญหามาพบกันครึ่งทางได้ หรือบางคู่อาจไม่เคยรู้สึกว่ามีปัญหาใดๆ ทั้งยังรักกันดี นั่นก็เป็นสัญญาณว่าความสัมพันธ์นั้นแข็งแกร่งได้
ส่วนวิธีขจัดช่องว่างในปัญหาความสัมพันธ์ของคู่รัก นักจิตวิทยา แนะนำให้ใช้การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ หากไม่อยากให้อำนาจของเงินกลบความหมายของคำว่า “รัก” ของคู่รัก โดยเฉพาะสามีภรรยา ควรหาเวลาเปิดอกพูดคุยถึงความรู้สึกของแต่ละฝ่าย รับฟังอย่างเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อหาแนวทางการใช้ชีวิตคู่ที่ลงตัว และทำให้ครองรักกันได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ถูกอำนาจเงินตรามาทำลายชีวิตคู่
#Psychology #คู่รัก #การเงิน #วางแผนการเงินคู่รัก #รายได้ #ครอบครัว #ชาย #หญิง
โฆษณา