Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
โครงการเผยแพร่วิชานิติศาสตร์
•
ติดตาม
29 ต.ค. 2023 เวลา 11:34 • การศึกษา
รับเด็กต่างด้าวมาเข้าเรียนด้วยเจตนาดีแต่กลับโดนฟ้องข้อหานำคนต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทย จะทำอย่างไรดี?
“ ข้าพเจ้า (ผู้ร้อง) ตามที่เป็นข่าวว่านักเรียนเป็นเด็กต่างด้าว ข้อเท็จจริงคือ เมื่อปีการศึกษา 2565 โรงเรียนได้รับกลุ่มนี้มาแล้วครั้งหนึ่งเด็กเข้าระบบได้เรียนได้ตามปกติ พอปิดภาคเรียนเด็กนักเรียนกลับบ้าน กลับมาในปีการศึกษา 2566 มีญาติพี่น้องตามมาเรียนด้วยอีกกลุ่มหนึ่ง
ทางสำนักงานเขตพร้อมด้วยหน่วยงานปกครองเข้ามาตรวจสอบ ปรากฎว่าเด็กทั้งหมดเป็นคนต่างด้าว ข้าพเจ้าและคนที่เดินทางไปรับนักเรียนด้วยกันถูกดำเนินคดี นำพาคนต่างด้าว ม.63 ม.64 ตอนนี้ข้าพเจ้าและคนที่ร่วมเดินทางไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงรบกวนขอคำปรึกษาและขอความช่วยเหลือทางคดีในครั้งนี้ด้วย”
สำหรับการให้คำปรึกษาของศูนย์นิติศาสตร์ มีดังนี้
กรณีของผู้ร้องนั้นเมื่อปรากฏว่า ข้อหาหรือฐานความผิดที่ผู้ร้องถูกแจ้งข้อหานั้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีตามมาตรา 63 คือ นำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำการใดๆอันเป็นการอุปการะ ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าว (บุคคลไร้สัญชาติไทย) ให้เข้ามาในราชอาณาจักร หรือ กรณีตามมาตรา 64 คือ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆเพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งรู้ว่าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยที่มิได้ผ่านด่านตรวจตามที่ มาตรา 23 กำหนดนั้น ผู้ร้องสามารถต่อสู้ได้ใน 2 ประเด็น
ประเด็นแรก คือ การต่อสู้เรื่ององค์ประกอบภายนอกของฐานความผิดดังกล่าว กล่าวคือการต่อสู้ว่าผู้ร้องมิได้เป็นผู้กระทำหรือไม่ได้มีส่วนร่วมในการพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าทางผู้ร้องมีการกระทำดังกล่าวหรือไม่
ประเด็นที่สองคือต่อสู้ว่าผู้ร้องไม่มีเจตนาในการกระทำความผิด กล่าวคือ เข้าใจโดยสุจริตหรือไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าบุคคลที่นำพามานั้นเป็นคนต่างด้าว ซึ่งการต่อสู้ในประเด็นเรื่องเจตนานั้นก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและต้องนำสืบต่อศาลให้เห็นว่า ผู้ร้องไม่ทราบจริงๆ ว่าบุคคลที่พามาเป็นคนต่างด้าว
ประการต่อมา คือ ทางออกในกรณีจะสามารถทำอย่างไรได้บ้างนั้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าผู้ร้องได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ซึ่งเมื่อมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ร้องแล้ว เนื่องจากความผิดดังกล่าวเป็นความผิดที่ไม่สามารถยอมความได้ คดีจึงต้องมีการส่งฟ้องต่อศาลและตัดสินคดีโดยศาล
ซึ่งหากผู้ร้องกระทำผิดจริงทางออกก็คือ การรับสารภาพเพื่อลดโทษที่จะลงกับผู้ร้องหรือเพื่อขอให้ศาลใช้ดุลพินิจรอการลงโทษไว้ แต่หากผู้ร้องไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกแจ้งก็สามารถต่อสู้คดีในชั้นศาลเพื่อให้ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยสามารถจัดหาทนายความเข้าว่าความแก้ต่างด้วยตนเอง หรือจะร้องขอทนายขอแรงจากศาล เพื่อให้ศาลแต่งตั้งทนายความเข้าสู้คดีให้แก่ผู้ร้องโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้
โดยกรณีของผู้ร้องนั้น ผู้ร้องสามารถติดต่อขอคำปรึกษากับ “คลินิกกฎหมายมูลนิธิกระจกเงา” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการของมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งเป็นโครงการที่ทำหน้าความช่วยเหลือทางกฎหมายกับคนที่มีปัญหาการรับรองสถานะบุคคลตามกฎหมาย (ไร้รัฐ/ไร้สัญชาติ/เสมือนไร้สัญชาติ) ซึ่งเป็นกลุ่มคนเปราะบางที่เข้าไม่ถึงสิทธิอันจำเป็นหลายประการ
หรือผู้ร้องจะติดต่อขอความช่วยเหลือทางคดีกับศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยผู้ร้องสามารถนำพยานหลักฐานเข้าไปติดต่อขอความช่วยเหลือทางคดีด้วยตนเองที่ศูนย์นิติศาสตร์ ฯ โดยในส่วนของศูนย์นิติศาสตร์มีหลักเกณฑ์ให้ความช่วยเหลือทางคดี ดังนี้
1. ผู้ขอความช่วยเหลือเป็นผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องที่เป็นข้อพิพาท
2. ผู้ขอความช่วยเหลือไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
3. ผู้ขอความช่วยเหลือเป็นผู้มีฐานะยากจน ไม่มีเงินเพียงพอว่าจ้างทนายความเข้าต่อสู้คดีในชั้นศาลได้
4. รูปคดีทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงมีทางที่จะให้ความช่วยเหลือได้
5. ไม่เป็นคดีเกี่ยวด้วยปัญหาครอบครัว เว้นแต่เป็นคดีที่เกี่ยวกับการเรียกร้องค่าอุปการะ
ดังนั้นจากที่กล่าวไปแล้วข้างต้นหากท่านผู้อ่านได้ประสบพบเจอปัญหาเช่นเดียวกันกับผู้ร้อง หากผู้อ่านเห็นว่าตนไม่ได้รับความยุติธรรมและต้องการที่จะขอความช่วยเหลือทางคดี ผู้อ่านสามารถที่จะติดต่อขอคำปรึกษาจาก “คลินิกกฎหมายมูลนิธิกระจกเงา” หรือจะขอความช่วยเหลือทางคดีกับ “ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ได้เช่นเดียวกันครับ
บันทึก
2
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย