ธี่ต้องลงทุน

ตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดมองว่า ไม่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ (No Recession) ถือว่าเป็นชนวนให้อัตราเงินเฟ้อกลับมาสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิด Bullwhip Effect จนทำให้ผู้ประกอบการเสี่ยงต้องแบกภาระเพิ่มมากขึ้น หากมีสินค้าคงเหลือในคลังอันเป็นผลจากการคาดการณ์ที่ผิดพลาด ซึ่งทางเรายังกังวลว่า Higher for Longer คือสาเหตุของการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ และแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุน ด้วยการผสมพันธบัตรหรือตราสารหนี้อายุระยะสั้นและระยะยาว เพื่อตอบโจทย์การลงทุนในสถานการณ์ดังกล่าว
จากสัญญาณการกลับตัวของเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นเหตุให้ Fed อาจพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณา Debt/GDP ของสหรัฐฯ พบว่าการเพิ่มดอกเบี้ยของ Fed จะทำให้ความเสี่ยงด้านเครดิตของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธนาคารกลางในหลายประเทศมีกระบวนการ De-Dollarization โดยการสะสมทองคำมากขึ้น จึงทำให้อุปสงค์ทองคำมีมากขึ้น ดังนั้นทองคำมีโอกาสเป็น Supercycle ทางเราจึงแนะนำให้มีสัดส่วนทองคำประมาณ 10% เพื่อป้องกันความผันผวนของพอร์ต
IMF ได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP อินเดียปีนี้เป็น 6.3% และคาด GDP จะเติบโตเฉลี่ยประมาณปีละ 6% ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า ประกอบกับทาง JPMorgan จะนำตราสารหนี้ของอินเดียเข้าร่วมในการคำนวณดัชนี Government Bond Index-Emerging Markets  จะส่งผลให้มีเม็ดเงินจากต่างชาติไหลเข้าสู่อินเดียและทำให้ค่าเงินรูปีมีแนวโน้มแข็งค่าในระยะยาว อีกทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจภาคการผลิตและบริการและกำไรของบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จึงเป็นโอกาสในทยอยสะสมสำหรับนักลงทุนในระยะยาว
Exclusive Weekly Report สำหรับนักลงทุนในทุกสัปดาห์
คลิกเพื่อรับข้อมูลแบบ Exclusive https://bit.ly/49o72GD
  • 1
โฆษณา