14 พ.ย. 2023 เวลา 03:01 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

Micheal Wong มาไกลจริงๆ

ฉันมาไกล มาไกลเหลือเกิน.....
เวลาอ่านบทความนี้ ขอให้พึมพำงึมงำเพลงนี้ไปด้วยนะครับ
ยุคหนึ่งไมเคิล หว่องเคยโด่งดังสุดๆ ในบ้านเรากับโฆษณาเหล้ายี่ห้อหนึ่งจนทางค่ายเพลงยักษ์ของไทยต้องจับมาเซ็นสัญญาร้องเพลง ทั้งที่พูดไทยก็ไม่ชัด ร้องเพลงไทยก็ไม่ได้ แต่ในยุคนั้นคุณภาพไม่อาจสู้เงินอัดฉีดและแรงโปรโมทได้
ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ไมเคิล หว่อง เป็นนักแสดงชาวอเมริกันเชื้อสายจีน เขามาถึงฮ่องกงในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ในสภาพอาการไม่สามารถพูดภาษาจีนกวางตุ้งได้ และไม่มีความรู้เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้เลย เรียกว่าเล่นหนังก็พูดไม่ได้ สู้ก็ไม่เป็น แต่ไมเคิล หว่องก็สามารถสร้างอาชีพนักแสดงที่ยั่งยืนและยาวนานได้ แม้ในช่วงต้นจะต้องเผชิญกับเสียงเยาะเย้ยจากแฟนหนังฮ่องกง และได้รับการปฏิบัติเป็นชาวต่างชาติในหนังฮ่องกง หาบทเล่นได้ยาก
คนฮ่องกงเรียกเขาว่า "Kwailo- ไกวโล " ที่ชาวจีนใช้เรียกพวกตะวันตกในความหมายไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากเขาไม่สามารถพูดภาษาถิ่นได้
ไมเคิล หว่องมีบทบาทเล็กๆ น้อยๆ ในหนังแอ็กชั่นหลายเรื่องแบบไม่ได้บทเป็นชิ้นเป็นอันนัก อาทิ City Hero (1985) และหนังโรแมนติกเรื่อง Devoted to You (1986) ก่อนที่จะเซ็นสัญญาเล่นหนังของหงจินเป่าจากค่าย D & B Films ซึ่งทำให้เขาประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ครั้งแรกในปี 1986 เรื่อง Royal Warriors หรือโคตรอันตราย คู่คู่ ซึ่งได้ประกบกับมิเชล โหย่ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องที่ 2 ของซือเจ๊
ว่ากันว่าหงจินเป่ามองเห็นลุคอเมริกันสุดเนี้ยบของไมเคิล หว่อง อยากเอามาตัดภาพลุยๆดิบๆของหนังแอ็กชั่น ซึ่งหว่องฉกฉวยโอกาสและสามารถเข้ากันได้ดีกับแนวคิดดังกล่าว โดยได้รับบทสนับสนุนในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้น่ารำคาญที่ต้องการสร้างความประทับใจหรือตื้อรักกับตัวละครตำรวจหญิงของซือเจ๊ ตัวละครของไมเคิล หว่องถูกเขียนขึ้นเพื่อให้ดูน่ารำคาญและไร้เหตุผล ซึ่งภาพลักษณ์นี้ก็ติดอยู่กับเขาตลอดช่วงแรกๆ ของอาชีพการงาน
นักประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ฮ่องกงเคยระบุถึงไมเคิล หว่องว่า
"การแสดงของไมเคิล หว่องในหนังยุคแรกๆ ค่อนข้างจะดูแข็งๆ และไม่มีแรงบันดาลใจ แสดงให้เห็นศักยภาพที่มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกเหนือจากภาพลักษณ์ผู้ชายที่น่ารักและมีลุคแบบพระเอกมิวสิควิดีโอของ MTV”
ด้วยความเป็นลูกครึ่ง พูดกวางตุ้งไม่ได้ กังฟูไม่เป็น ไมเคิล หว่องทำได้ดีที่สุดคือประคองตัวไปกับวงการหนังฮ่องกงแบบไม่เปรี้ยงปร้างแต่พออยู่ได้ เขาใช้เวลานานมากว่าจะได้บทที่เหมาะสม
ปี 1994 หนัง The Final Option ของผู้กำกับกอร์ดอน เฉิน หรือเฉินเจียซ่างเขายอมเสี่ยงเอาไมเคิล หว่องมาแสดง ดันสุดลิ้มทิ่มประตู เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของตำรวจกองกำลังพิเศษฮ่องกงที่ค่อนข้างเข้มข้น หนังทำเงินไปประมาณ 11 ล้านเหรียญฮ่องกง แต่หนังเรื่องนี้ถือเป็นการยกระดับการแสดงของไมเคิล หว่องขึ้นมา ยกระดับความเป็นมืออาชีพของเขา
ไมเคิล หว่องแสดงให้เห็นว่าหากเขาได้รับบทที่ถูกต้องและทิศทางที่ดี เขาก็จะสามารถเปล่งประกายได้ ตัวหนังมีฉากดราม่าที่ทำให้หว่องมีโอกาสแสดงดราม่า ที่มากกว่าที่เขาเคยแสดงมาก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ไมเคิล หว่องกำลังจะดับจากวงการหนังฮ่องกง ไม่มีงาน ไม่ได้รับการต้อนรับ และทุกข์ทรมานจากการปรากฏตัวในหนังเกรด 3 สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นเรื่อง มังกรเลื้อยรัก หรือ Fatal Love (1993) เพราะถึงเวลานั้นมีงานอะไรเข้ามา ไมเคิล หว่องก็ต้องรับไว้ก่อน
“ผมเสี่ยงดวงกับไมเคิลจริงๆ”กอร์ดอน บอกกับนักข่าวในการให้สัมภาษณ์อีก 5 ปีถัดมาหลังหนังออกฉาย “ในตอนนั้น ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มเชื่อมโยงเขากับหนังเกรด 3 ที่เขาแสดง ผมถามคนในวงการ และทุกคนก็บอกว่าอาชีพของเขาจบลงแล้ว แต่พอผมเห็นเขาในโฆษณาของซีวาส และดูเหมือนว่าเขาจะพลิกโฉมหน้าใหม่ เปลี่ยนบุคลิคตัวเอง เราได้พบและพูดคุยเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ และผมก็มองเห็นคุณสมบัติที่ดีในตัวเขา ผมเดิมพันกับการพนันครั้งนี้ มันได้ผลดีและเขาก็ทำได้ดี”เขากล่าวและว่า
“เมื่อผมบอกว่าจะลองทำแบบนี้ เอาเขามาแสดงนำ ทุกคนในวงการก็บอกว่ามันจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ แต่ผมบอกว่าพวกเขาคิดผิด ผมมีข้อสังเกตว่าทุกคนชอบดูหนังฮอลลีวูดและภาษาอังกฤษก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของเรา ทำไมทุกคนถึงคิดว่ามันแปลกที่จะเอาเขามาแสดง ท้ายที่สุดผู้ชมก็ชอบมัน”
The Final Option ประสบความสำเร็จตามมาด้วยภาคก่อนที่มีชื่อชวนสับสนว่า The First Option ในปี 1996 การแสดงของไปเคิล หว่องเริ่มเข้าตาคนดูมากขึ้น เขาเริ่มมีภาพจำเป็นตำรวจ คนดูลืมหนังเกรด 3 ของเขาไปแล้ว นับตั้งแต่ The Final Option ไมเคิล หว่อง ได้กลายเป็นต้นแบบตัวละครตำรวจ ที่พูดภาษาอังกฤษได้
จากนั้นชีวิตของไมเคิล หว่องก็ดีขึ้น หว่องประสบความสำเร็จแม้จะต้องเผชิญกับเสียงเยาะเย้ยจากแฟนหนังฮ่องกงทั้งในและนอกฮ่องกง ได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นชาวต่างชาติ เป็นไกวโล จากนักแสดงที่คนเขาว่าเล่นเป็นท่อนไม้หรือเสาไฟได้อย่างสมบทบาท เป็นนักแสดงทีคนดูยอมรับในฝีมือ ถึงแม้นานๆทีจะเล่นบทพระเอก แต่ต้องถือว่าเป็นนักแสดงที่อยู่ในวงการยาวนานไม่เคยไปไหนถึง 4 ทศวรรษ
แม้ว่าจะไม่เคยรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด แต่ไม่เคยจางหายไป ยิ่งปีนี้เขามีหนัง A Guilty Conscience ออกฉายไปตั้งแต่ต้นปี ทำรายได้เป็นหนังฮ่องกงทำเงินสูงสุดตลอดกาลแล้วด้วยตัวเลยถึง 114 ล้านเหรียญ ฮ่องกง ถีบ WARRIORS OF FUTURE ไปอยู่อันดับ 2 โดยที่ไมเคิล หว่องรับบทไอ้ตัวร้าย – ทนายความเจ้าเล่ห์
เรียกว่าเขา มาไกลเหลือเกินจริงๆ
โฆษณา