ดอยบอย (DOI BOY) ภาพยนตร์สุดชายขอบโดย "นนทวัฒน์" ส่งตรงจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน

ในสังคมเมือง การตั้งความฝันและไล่ล่าฝันให้เป็นจริงกลายมาเป็นหนึ่งในนิยามการใช้ชีวิตและหนึ่งในหมุดหมายของคำว่า “ประสบความสำเร็จ” แต่ไกลออกไปสุดชายขอบ มีคนกลุ่มหนึ่งที่แทบไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าคนเรามีความฝัน และก็ไม่รู้ว่าคนเราสามารถวาดฝันได้
เช่นเดียวกับ “ศร” ตัวละครหลักจาก “ดอยบอย (DOI BOY)” ภาพยนตร์ไทยผลงานกำกับเรื่องล่าสุดของนักทำหนังสารคดี “นนทวัฒน์ นำเบญจพล” ที่ได้ไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน เกาหลีใต้ และทำสถิติขายบัตรชมภาพยนตร์หมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ซึ่งตอนนี้ ดอยบอย เตรียมสตรีมทาง NETFLIX วันที่ 24 พฤศจิกายนนี้
“ตอนทำงานในโปรเจกต์ที่เจาะลึกถึงชีวิตของทหารชาวไทใหญ่ อย่าง ดินไร้แดน (Soil Without Land) เราพบว่า คนไทใหญ่หลายคนไม่มีความฝัน และไม่รู้ว่าคนเราสามารถวาดฝันได้ด้วย สิ่งหนึ่งที่พวกเขาพอจะฝันได้คือการย้ายมาอยู่เชียงใหม่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เพราะเป็นความฝันเดียวที่พอเป็นไปได้ แต่ก็มีอุปสรรคใหญ่คือการไม่มีเอกสารรับรอง ทำให้หลายๆ คนจบความฝันของตัวเองด้วยการทำงานในบาร์เกย์ เพื่อรับค่าจ้างที่สมน้ำสมเนื้อ” นนทวัฒน์ นำเบญจพล เล่าถึงสารตั้งต้นภาพยนตร์ดอยบอยที่เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา จากเดิมที่เขามีผลงานด้านสารคดีมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง (Boundary) สายน้ำติดเชื้อ (By the River) และ ดินไร้แดน (Soil Without Land)
ดอยบอย เดินเรื่องโดย “ศร” (รับบทโดย อัด-อวัช รัตนปิณฑะ) เด็กหนุ่มวัย 21 ปีที่ลี้ภัยอย่างผิดกฎหมายเพื่อเข้าสู่ประเทศไทย โดยการทำงานค้าประเวณีในบาร์เกย์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนที่จะตกกระไดพลอยโจนไปอยู่ระหว่างปัญหาทางการเมืองไทย และนักกิจกรรมทางการเมือง
เมื่อการระบาดของโควิด-19 ทำให้บาร์ที่เขาทำงานอยู่ต้องปิดตัว การถูกสถานการณ์บีบบังคับ ทำให้ศรต้องยอมรับข้อเสนอจาก “จิ” (รับบทโดย เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ) หนึ่งในลูกค้าประจำของเขา และเข้าไปเกี่ยวข้องกับ“วุธ” (รับบทโดย เอม ถาวรศิริ) นักกิจกรรมที่ทางการกำลังตามล่าตัว ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองอันแสนระอุที่ก่อตัวขึ้นในประเทศ ตลอดจนข่าวคราวการหายตัวไปอย่างลึกลับของนักกิจกรรมคนอื่นๆ
โฆษณา