20 พ.ย. 2023 เวลา 02:25 • ข่าว

หุ้นไทยไซด์เวย์ !

โบรกมองหุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ โดยมีแนวรับ 1,410 และ 1,400 จุด ตามลำดับ ที่คาดเป็นจุดรองรับได้ เพื่อปรับขึ้นต่อในภาพรวม แต่กรณีขึ้นทะลุผ่าน 1,422 จุดได้ จะเป็นสัญญาณบวกต่อ คัด 2 หุ้นน่าลงทุน
รายงานข่าวจากบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า SET ยังไม่ผ่านแนวต้าน 1,420-1,422 จุด ทำให้ทางด้านเทคนิค คาดมีโอกาสชะลอตัวสลับ อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมยังมีสัญญาณที่ดี โดยมีแนวรับ 1,410 และ 1,400 จุด ตามลำดับ ที่คาดเป็นจุดรองรับได้ เพื่อปรับขึ้นต่อในภาพรวม ทั้งนี้ กรณีขึ้นทะลุผ่าน 1,422 จุดได้ จะเป็นสัญญาณบวกต่อ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1,432 จุด
หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ GPSC (ราคาเป้าหมาย 75 บ.) ผลการดำเนินงาน 3Q66 ดีกว่าตลาดคาดจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง ช่วงสั้นได้ sentiment หนุนจาก Bond Yield สหรัฐปรับลดลง อีกทั้งราคาก๊าซในยุโรป และราคา LNG JKM มายังเอเชียที่ลดลง อีกทั้งยังเป็นหุ้นใน SETESG Index ที่น่าสนใจ โดยได้ Rating “AA”
หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ PTTEP (ราคาเป้าหมาย 194 บ.) ช่วงสั้นคาดได้อานิสงส์บวกจากราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลังสหรัฐคว่ำบาตรเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซีย ขณะที่ ผบห. คาดปริมาณขายใน 4Q66 เพิ่มขึ้น 2-3%QoQ และเพิ่มอีก 10%YoY ในปี 2567 อีกทั้งเป็นหุ้นใน SETESG Index ที่ได้ Rating “AAA”
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) แจ้งว่า คาด SET Index สัปดาห์นี้เคลื่อนไหว Sideways ในกรอบ 1,405-1,425 จุด แนะนำเก็งกำไรกลุ่มพลังงานต้นน้ำเชิง Day-Trade ในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ระยะกลางแนะนำสะสมกลุ่ม ค้าปลีก ธนาคาร ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้าง
หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ WARRIX ราคาเป้าหมาย 7 บาท ราคาหุ้นปรับตัวลง -31% ใน 2 เดือนที่ผ่านมา มีโอกาสรีบาวน์หลังคณะกรรมการบริษัทประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน วงเงิน 70 ล้านบาท จำนวนไม่เกิน 11 ล้านหุ้น เริ่ม 21 พ.ย. – 20 พ.ค.2567 ช่วยจำกัด Downside Risk ของราคาหุ้น แนวโน้มกำไร 4Q66 คาดเติบโตทั้ง YoY และ QoQ มีโอกาสทำระดับสูงสุดใหม่รายไตรมาสได้ เบื้องต้นคาดที่ 70 ลบ. ซื้อขายที่ PER2567 ระดับ 18 เท่า และคาดว่าจะเป็น 1 ในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการ e-Refund และ Digital Wallet
หุ้นเด่นอีกตัวคือ BDMS ราคาเป้าหมาย 27.50 บาท เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไร 4Q66 คาดเติบโต YoY หลังจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ เดือน ต.ค. – พ.ย. เติบโตระดับ Double Digit และผู้ป่วยในประเทศได้อานิสงค์จากโรคระบาด RSV ส่งผลให้ BDMS ปรับเพิ่มเป้าหมายปี 2566 ขึ้นเป็นเติบโต 9-10% จากเดิม 6-8%
มีโอกาสเกิด Short Covering เนื่องจาก 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาถูก Short Selling รวมถึง 1.3 พันลบ. สูงสุดเป็นลำดับ 3 โดยมีราคาเฉลี่ยราว 26.50 บาท ดังนั้น ด้วยมุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไร 4Q66 และการเติบโตในระยะยาว และราคาในตลาดใกล้เคียงต้นทุน Short Selling หากราคาหุ้นปรับตัวขึ้น คาดจะกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อคืนตามมา
หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ JMT ราคาเป้าหมาย 30 บาท Bond Yield 10 ปี ของไทยที่ปรับตัวลงจาก 3.4% เหลือ 3.0% ในช่วงราว 1 เดือนจะส่งผลให้หุ้นกลุ่มบริหารจัดการหนี้ (AMC) มีโอกาสฟื้นตัว เนื่องจากก่อนหน้าปรับตัวลงจากความกังวลว่าต้นทุนการเงินที่อยู่ในระดับสูงจะส่งผลลบต่อแนวโน้มอัตรากำไร ดังนั้น เมื่อ Bond Yield ปรับตัวลงราคาหุ้นควรจะตอบรับเชิงบวก
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง -61% YTD ส่งผลให้ซื้อขายที่ PBV ระดับ 1.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ที่สูงกว่า 5 เท่า ขณะที่ภาวะหนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงรวมทั้งการขายออก NPL ของธนาคารเป็นบวกต่อการเติบโตของหุ้นกลุ่มบริหารจัดการหนี้
หุ้นเด่นตัวสุดท้ายคือ KBANK ราคาเป้าหมาย 135.50 บาท ภาพทางเทคนิค แนวต้าน 135.50 บาท แนวรับ 132.50 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 130.50 บาท
เกิดสัญญาณ Golden Cross จากเส้น SMA-20 วันตัดขึ้นเหนือเส้น SMA-200 วันเป็นสัญญาณบวก และหาก MACD ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal Line ตามขึ้นมาได้จะสัญญาณบวกจะยิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้น
โฆษณา