22 พ.ย. 2023 เวลา 03:13 • นิยาย เรื่องสั้น

#เรื่องผีมีอยู่ว่า #TheGhostRadio

เรื่อง: บุญแรง / เล่าโดย: คุณดิว
เรื่องนี้เกิดเมื่อตอนเมษายนที่ผ่านมา ช่วงที่ผมกำลังจะบวช จริง ๆ ผมคุยกับแม่ไว้แล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม แม่ก็ไปดูฤกษ์ดูยามให้ ซึ่งผมจะบวชพร้อมกับพี่ชาย ก็ได้เป็นเดือนเมษายน ก่อนผมบวชได้ 3 วันก็กลับบ้านต่างจังหวัดไปเตรียมงาน เย็นวันนั้นก็เข้าไปฝากตัวเป็นนาคกับหลวงพ่อ ท่านก็ดูดวงชะตาให้ ท่านชี้มาที่ผมเลย บอกว่า “เอ็งน่ะ บวชสัก 15 - 20 วันได้มั้ย ลางานได้หรือเปล่า?” ผมก็ตอบไปว่า “ไม่มีปัญหาครับ ผมตั้งใจที่จะบวชอยู่แล้วครับ” หลังจากจัดงานเสร็จ ผมก็บวชไปปกติ
.
ตอนที่ผมเข้าไปอยู่วัด ต้องบอกก่อนว่าวัดในหมู่บ้านผม กับวัดที่ผมไปจำวัดนั้นคนละที่กัน ห่างกันประมาณ 7 กิโลเมตร เพราะพระอาจารย์ท่านถามผมว่า “หลวงพี่ไปอยู่วัดป่าด้วยกันมั้ย?” ผมก็ตกลง ก็เดินเท้ากันไป ซึ่งมันเป็นเนินเขา พอเข้าไปจริง ๆ ก็คล้าย ๆ ว่าจะเป็นสถานปฏิบัติธรรม ไม่มีรั้วล้อมรอบใด ๆ เลย
.
พอผมไปอยู่ ในทุก ๆ วันพระ ก็จะเข้าโบสถ์ ไปรับโอวาทปาฏิโมกข์ เป็นการรับศีลของพระทั้ง 227 ข้อ รวมไปถึงที่นั่นก็มีการเรียนการสอน มีพระอาจารย์สอนปาฏิโมกข์อยู่ด้วย ปกติแล้วที่วัดนี้จะมีพระทั้งหมด 4 รูป พอรวมผมกับพี่ด้วยเป็น 6 รูป และเมื่อก่อนเขาจะบอกกันว่าพระบวชใหม่ 3 วัน 3 คืนให้ระวังตัวนะ แต่ผมก็ไม่ได้เจออะไร
.
จนวันที่ 7 ของการบวช พระอาจารย์เรียกผมเข้าไปหาในกุฏิ แล้วถามผมว่า “หลวงพี่ สนใจไปเข้าปริวาสกรรมมั้ย? มันเป็นการไถ่บาป และบุญกุศลแรงไปถึงโยมพ่อโยมแม่เลยนะ” พอท่านพูดถึงโยมพ่อโยมแม่ผมก็สนใจ เลยตกลงไป ท่านก็ให้ย้ายเครื่องอัฐบริขารไปอีกที่หนึ่ง ก็คือข้าวของเครื่องใช้จำเป็นของพระสงฆ์ 8 อย่าง ที่ผมต้องย้ายออกมาเพราะเขาไม่ให้พระที่เข้าปริวาสกรรมอยู่ใต้ชายคาเดียวกันในเวลากลางคืน
.
แล้วพระอาจารย์ก็ชวนไปปักกลดรวมถึงพระพี่ชายของผมด้วย ก็แบกกลดเดินกันไป 3 รูป มีผม มีพระพี่ชายผม แล้วก็พระอาจารย์ ก็ไปปักกลดกัน ต้องบอกก่อนว่าส่วนตัวผมเป็นคนไม่เคยเจอผีเลย แต่เป็นคนที่กลัวผี ผมไปนั่งปักกลดอยู่ใต้ต้นมะขาม แต่ละกลดก็ห่างกันเป็นร้อยเมตร คืนแรกผ่านไปไม่มีอะไร
พอคืนที่ 2 มีชาวบ้านที่เป็นลุงแก่ ๆ หน่อย แกเข้ามาถามว่า “หลวงพี่ใหม่ เป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย บวชมานี่เจอผีหรือยัง” ผมก็คิดในใจ ทำไมถามกันแบบนี้ ผมเลยตอบไปว่า “ไม่มีหรอกโยม พระก็อยู่ส่วนพระ ผีก็อยู่ส่วนผี” แล้วเขาก็บอกว่า “ไม่จริงมั้งหลวงพี่” แล้วเขาก็หัวเราะ เดินออกไป แล้วหันหลังมาหาผม แล้วเขาก็ยิ้มปกติ
ตอนนั้นผมหันไปจะเอากลดลง หันมาอีกที ลุงแกขึ้นไปเกาะอยู่กลางต้นตาลแล้ว ทั้ง ๆ ที่ไม่มีบันไดลิงใด ๆ เลย แล้วก็มีเสียงแว่วมาว่า “ผีกับพระมันเป็นของคู่กันนะหลวงพี่” เท่านั้นแหละ ผมเอากลดลง เดินไปหาพระอาจารย์ ขอจำวัดอยู่ใกล้ ๆ พระอาจารย์ก็พูดว่า “เจอแล้วใช่มั้ยหลวงพี่? พรุ่งนี้ก็ทำวัตรเช้า แล้วกรวดน้ำให้เขาด้วยนะ น่าจะเป็นเจ้าของที่นี่แหละ” นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องที่ผมจะมาเล่าในวันนี้เลยครับ
.
หลังจากนั้นผมได้กลับมาที่วัด พระอาจารย์ก็ให้ผมเลือกกุฏิใหม่ ผมก็ไปสะดุดตากับกุฏินึงที่ด้านหลังเป็นลำธาร ผมก็เลยถามพระอาจารย์ว่ามีใครอยู่มั้ย แต่ก็ไม่มี พระอาจารย์ให้ผมเข้าไปอยู่ได้เลย แต่ก็มีกฎของมันอยู่ คืนแรกผมเข้าไปจำวัดก็ไม่มีอะไรนะครับ พอคืนที่ 2 เริ่มได้ยินเสียงสวดปาฏิโมกข์ ผมก็คิดในใจว่าคงมีพระมาท่องหนังสือเพื่อจะไว้สวดตอนเช้า ผมก็ไม่ได้คิดอะไร แต่คืนต่อมาก็ได้ยินอีก ชัดกว่าเดิม ดังกว่าเดิมด้วย เหมือนสวดอยู่ข้างกุฏิ
.
แล้วกุฏิผมจะไม่มีประตูหน้าต่าง จะใช้แค่จีวรมาบังลมบังฝนเอา คืนต่อมามีก็มีหลวงพี่รูปหนึ่ง เดินขึ้นบันไดมา ท่านก็มานั่งหน้าประตู ตามมารยาทที่ผมพรรษาน้อยกว่า ผมก็ลุกขึ้นมานั่งคุย หลวงพี่ก็มาพูดคุยเกี่ยวกับบาปบุญคุณโทษ แล้วก็กลับไป ไม่มีอะไร คืนต่อมาแกก็มาใหม่ คุยเรื่องเดิม มาติดกันแบบนี้ 3 คืน พระรูปนี้ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร
จนมีอยู่คืนนึง เริ่มมีเสียงสวดปาฏิโมกข์นำมา แล้วก็มีเสียงลูบบันไดขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้วก็เป็นหลวงพี่รูปเดิมมาหยุดตรงหน้าประตู ผมก็คิดในใจ สงสัยท่านคงมาสนทนาธรรมเหมือนเดิม แต่วันนี้ท่านมาแปลก มาด้วยจีวรเก่า ๆ เหมือนจะหลุดรุ่ย ตอนนั้นผมก็นอนอยู่ ผมจะลุกก็ลุกไม่ได้ สักพักท่านก็หยิบหนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่เหน็บอยู่ที่ประคต แล้วก็ขึ้นมาท่อง
ช่วงนั้นเหมือนตัวค่อย ๆ สูงขึ้นทีละนิด ท่องบทนี้เสร็จก็สูงขึ้น ท่องบทนี้เสร็จก็สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ สักพักหัวท่านก็ไปชนที่กุฏิ แล้วก็ก้มหน้ามาหาผม แต่หัวติดเพดานไปแล้ว และพูดมาเสียงดังว่า “ท่องให้ฟังทุกวัน ยังไม่เข้าหู ยังไม่เข้าใจอีกหรอ!!!” เสียงตะคอกเหมือนจะโกรธ และคำสุดท้ายที่ทำให้ผมสะบัดหลุดเลย คือเขาพูดว่า “แล้วที่มานอนอยู่เนี่ย ได้ขอเจ้าของเขาหรือยัง? เป็นพระบวชใหม่ทำไมทำแบบนี้!”
แล้วแกก็ก้มหน้ามาบอกอีกว่า “ที่มาบวชนี่มั่นใจแล้วหรอ” ตอนนั้นพอผมหลุดปั๊บ ผมกระโดดออกจากหน้าต่างกุฏิไปเลย ไม่รู้หรอกว่ามันสูงแค่ไหน แต่ผมอยู่ไม่ไหวแล้ว ผมก็วิ่งเข้าไปในศาลาที่มีพระพุทธรูป พระประธาน ผมวิ่งเข้าไปเกาะแขนพระประธานน้ำตาซึมเลย
.
แต่ยังไม่หยุดเท่านั้น ผมได้ยินเสียงคนเดิน ผมมั่นใจได้เลยว่าไม่มีใครมาเดินตอนนี้แน่ ๆ ผมนั่งเกาะแขนพระประธาน แล้วก็มีเสียงเดินรอบศาลา พร้อมสวดปาฏิโมกข์ไปด้วย ผมได้ยินแบบนั้นนี่ ผมรีบพูดไปเลยว่า “สิ่งใดที่ผมทำไป ถ้าทำให้หลวงพี่ไม่พอใจ ผมขอโทษครับ ผมมาบวชเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ครับ อย่าทำแบบนี้กับผมเลย” พูดไปกราบพระไป
.
แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เขาก็ยังเดินอยู่อย่างนั้น สักพักนึงใกล้ถึงเวลาทำวัตรเช้าแล้ว ก็เริ่มมีไฟเปิด แล้วเขาก็เลยพูดขึ้นมาว่า “ที่สอนไป ที่พูดไป จำได้หรือยัง?” ตามด้วยเสียงหัวเราะแห้ง ๆ แล้วเสียงก็เดินหายไปหลังวัด ตอนนั้น ผมก็ยังคุมสติไม่ได้ ก็มีหลวงพี่ที่จะเตรียมทำวัตรเช้ามาเจอ เขาก็ถามว่า “หลวงพี่ใหม่ เป็นอะไร” ตอนนั้นผมก็ยังสั่นกลัว พูดอะไรไม่ออก เพราะในชีวิตนี้ ผมไม่คิดเลยว่าต้องมาเจออะไรแบบนี้
.
เช้าวันนั้นผมนอนจับไข้ ฉันไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย ขนาดจะลุกห่มจีวรยังสั่นเลย พระอาจารย์ท่านก็เข้าใจ ให้นอนพัก จนเวลาผ่านไป พระอาจารย์ก็มาคุยกับผม ถามว่าผมเกิดวันอะไร ปีอะไร ผมเลยบอกไปว่าวันอาทิตย์ ปีระกา ซึ่งพระอาจารย์เล่าให้ฟังว่า หลวงพี่ที่ผมเจอ ท่านเป็นรุ่นบุกเบิกของที่นี่เลย ท่านมรณภาพเพราะไข้ป่า แต่ไม่รู้ว่าเป็นกรรมสัมพันธ์หรือยังไง เพราะทั้งหลวงพี่รูปนั้น และผม เกิดวันเดียวกัน ปีนักษัตรเดียวกันเลย
.
ตอนนั้นผมก็นิ่งไปพักนึง พระอาจารย์เลยพาไปดูที่ฝังศพเขา ผมไปดูเห็นรูปที่ติดไว้แล้วผมไม่กล้าเดินต่อเลย เพราะในรูปก็คือหลวงพี่ที่ผมเจอตอนกลางคืนเลยครับ ตอนผมจะสึก พระอาจารย์ท่านก็ถามผมว่า “ไม่อยู่ต่อหรอ เหมือนมีใครบางคนอยากให้อยู่ต่อนะ เหมือนจะอยากให้หลวงพี่สานต่อปาฏิโมกข์ให้มันจบ” ก็คือหลวงพี่รูปนั้นท่านเรียนปาฏิโมกข์ได้แค่ครึ่งเดียว แล้วก็มรณภาพไปเสียก่อน ผมก็อยู่ต่อให้ครบ 1 เดือน แต่ก็ย้ายไปอยู่ที่วัดในหมู่บ้าน ถึงจะลาสิกขาไปครับ
.
เล่าไว้วันที่ 25 สิงหาคม 2562
โฆษณา