National Stadium

สิงคโปร์ 1-3 ไทย ชัยชนะอันงดงามและความทุ่มเทที่ได้ใจ

นับเป็นเกมที่สนุก บุกแลกกันมัน
ชิงจังหวะ ปรับเกมตามกันไปมา
เรียกได้ว่าใครเผลอผ่อนเครื่องที
มีโอกาสโดนลงโทษได้เลย
ในเกม “สิงคโปร์ 1-3 ไทย”
ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย
รอบสอง กลุ่ม ซี นัดที่สอง
ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการชัยชนะเป็นอย่างยิ่ง
เพื่อเรียกขวัญกำลังใจกลับมา
โดยเฉพาะฝั่งบ้านเรา
เอาล่ะ มาดูเรื่องราวระหว่างทาง
จากเกมนัดนี้กันอีกทีครับ
.
.
.
1. ครึ่งแรก “บุกหนักเน้นๆ แต่รับเป็นมั้ย?”
1.1 ปัญหาหลักของไทยจากเกมที่พ่ายจีน มีทั้งการขาดกลางรับคอยช่วยตังค์เบรกเกม และไม่ใช้เซ็นเตอร์อาชีพทั้งที่มีในมือ มาคราวนี้ มีทั้ง “เต้ พิธิวัต” ยืนกลางรับ แล้วได้พวกเซ็นเตอร์อาชีพอย่าง “เชน สุพรรณ - เอเลียส ดอเลาะ” ปักหลักคุมหลังร่วมกัน
1.2 ทัพช้างศึกเริ่มเกมมาได้อย่างหวือหวา แค่ 50 วิ ก็เกือบบุกนำ จากจังหวะปั่นโค้งๆ ของ “เช็ค สุภโชค” เสียดายเจอกองหลังสิงคโปร์สกัดทัน แต่แล้วก็ไม่ปล่อยให้แฟนๆ รอนาน เพียง น.5 ไทยก็ขึ้นนำ โดยเริ่มจาก “อุ้ม ธีราทร” ทุ่มเร็ว ส่งต่อให้คู่ประสานเจลีก “บุ๊ค เอกนิษฐ์” จาก Urawa Red Diamonds โชว์คลาสตวัดหลังส่งให้เช็คจาก Hokkaido Consadole Sapporo หวดตูมเข้าไป พอได้เล่นปีกซ้ายที่ถนัดแล้วดูคึกคักจริงๆ
1.3 เกมบุกโคตรมัน
- พอบุกนำได้ ทัพช้างศึกก็ยิ่งมั่นใจขึ้น ครองเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จเสมือนเป็นเจ้าบ้าน เดินหน้าพับสนามบุกจนเกือบได้ 0-2 หลายรอบ ทั้งจังหวะ “ตังค์ สารัช” แทงทะลุไลน์เกมรับสิงคโปร์ให้ “แบงค์ ศุภณัฏฐ์” ที่เกมนี้ได้เล่นปีกขวาอันคุ้นเคยกับบุรีรัมย์ ต้นสังกัดแม่ ก่อนจะจ่าย cut back คืน แต่ “อาร์ม ศุกชัย” แปออกไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งช็อตแทงออกริมเส้น อาร์มแปะให้แบงค์บ้าง กองหลังเขาก็ยังไวพอเคลียร์ออกทัน
- “บุ๊ค เอกนิษฐ์” ในตำแหน่งกลางรุก ปั้นเกมแทนเมสซี่เจ บอกเลยว่าดีเกินคาด คลาสบอลดีมาก ทำเกมบุกตะลุยต่อเนื่อง คอยเชื่อมเกม ออกบอล มีบางจังหวะสลับกันโจมตี พอเช็คหุบเข้ากลาง บุ๊คก็ฉีกทางริมเส้นแทน สลับกันโจมตีไปมา ใดๆ คืออนาคตมีลุ้นเป็นตัวแทนพี่เจได้เลย ดูกันไปยาวๆ
- ไทยพยายามต่อบอลให้เจ้าบ้านเปิดพื้นที่มากขึ้น ทั้งการค่อยๆ เคาะทำเกม สลับจากการขึ้นเกมทางอุ้มแบ็คซ้ายมาขวาให้ “นนท์ นิติพงษ์” ขึ้นเติมบ้าง ชิ่ง 1-2 กับปีก เข้าพื้นที่สุดท้าย หรือถ้าอีกฝ่ายรับลึกมาก ก็แก้ด้วยการยิงไกลแถวสองจาก “เต้ พิธิวัต” สอดมายิงอยู่บ่อยๆ และนัดนี้กลางเราเล่นรัดกุมขึ้น พอเขาจะพลิกทำเกมรุก ทั้งตังและเต้ก็จะรีบตัดฟาล์วเบรกเกมก่อน
- แต่ยิงกันจนเมื่อยตีนก็ยังไม่ได้ลูกสองสักที จุดนี้ต้องชม “ฮัสซัน ซันนี” นายทวารลอดช่องที่ยืนตำแหน่งดี เซฟเป็นพัลวันจนอยากจะตีมือ
1.4 แต่เกมรับก็ช่างมัน
- และแล้วปัญหาเดิมๆ ของทัพช้างศึกก็ทำงาน เมื่อจบไม่คม บวกเพิ่มให้อุ่นใจไม่ได้ ก็มักจะพลาดโดนคู่แข่งลงโทษ คล้ายกำลังฉายภาพเกมกับจีนที่นำเร็วไม่ช่วย เมื่อสิงคโปร์แก้เกมไว เติมหน้าคู่ตั้งแต่ น.19 เริ่มกดดันเราได้บ้าง ถึงแรกๆ จะยังไม่อันตรายมาก แต่เล่นด้วยความอดทน ค่อยๆ เร่งจังหวะขึ้น เพรสหนักขึ้น เราได้บอลทีจะโดนเขาล้อมวง 3-4 คน
จนหายนะมาเยือน เมื่อเกิดเหตุการณ์คนหายฉับพลัน “นนท์ นิติพงษ์” เติมเกมลอยสูงแล้วลงไม่ทัน กลายเป็นพื้นที่ตรงนั้นเหลือเป็นทุ่ง ชนิดที่ปูเสื่อปิกนิกกันได้ เปิดโอกาสให้เจ้าบ้านจ่ายออกริมเส้นฝั่งซ้ายแล้วเปิดมาเสาสองยิงเน้นๆ เป็นสกอร์ 1-1 ใน น.41
- โมเมนตัมไปทางสิงคโปร์ล่ะทีนี้ สปีดเกมเร็วขึ้น ตัดบอลเน้นขึ้น ยิ่งเราเริ่มรวน เขาก็ยิ่งได้ใจ จบครึ่งแรกไปแบบกร่อยเลย
###
2. ครึ่งหลัง – “เทพมุ้ย” ที่คิดถึง
2.1 สิงคโปร์แพ็คเกมรับกันแน่นมาก ยืนคุมโซนกัน 6-7 คน จนเราเจาะไม่เข้า ต้องส่งคืนหลัง ทำได้แค่ถ่ายบอลไปมา ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งหวั่นกลัวว่าไม่แคล้วจะจบแบบเดิมๆ แต่อีกใจก็แอบเตรียมแชร์ข่าวด่วน “ไทยปลดมาโน่! เซ่นผลงานห่วย” ลาก่อย ท่ดๆๆ กลับมาดูเกมก่อน
2.2 ระหว่างที่เกมกำลังตีบตัน ไร้หนทาง ยิ่งพอเจ้าบุ๊คถูกเปลี่ยนตำแหน่ง ยิ่งหายไปจากเกม กล้องก็แพนไปที่หนุ่มใหญ่มาดเข้ม เบอร์ 10 ที่คุ้นเคย ใช่แล้วครับ “เฟลิเป้ มุ้ย” กำลังจะลงมาช่วยทีม ถึงร่างกายยังไม่ฟิตสมบูรณ์ แต่ใจพร้อมมา และก็ใช้เวลาไม่นาน เพียง “สัมผัสแรก” ก็ช่วยให้ทีมได้ประตูนำ จากจังหวะจับแล้วม้วนส่งให้ “แบงค์ ศุภณัฏฐ์” ตวัดยิงตามน้ำเข้าใน น.66
ซึ่งการกลับมาของเทพมุ้ยนี่แหละ ที่นอกจากจะช่วยปลดล็อคแล้ว ยังทำให้ทีมไทยมีทางเลือกในการเล่นมากขึ้น มีคนคอยพักบอล เชื่อมเกม ถอยมายืนในตำแหน่งหน้าต่ำค่อนไปทางกลางรุกเบอร์ 10 ช่วยให้น้องๆ เล่นง่าย พี่คนนี้ให้บอลแม่นมากครัช เสียดายจังหวะที่พักมาสวย ส่งมาดี แต่ “โดม บดินทร์” ก็ยึกยึกดึงช้า ทำเสียของ ไม่ใช่ฟุตซอลนะเฮ้ยยย!!
ก่อนที่มุ้ยเจ้าเก่าจะร่ายมนต์อีกครั้ง ตวัดจ่ายด้วยซ้ายส่งให้น้องแบงค์คนเดิม ได้ตะบันนอกกรอบสุดปลายมือ “ฮัสซัน ซันนี” จะรับไหว นำ 1-3 ใน น.87 ปิดเกมได้สักที (จุดนี้ขอชมพี่เช็คด้วย ที่วิ่งดึงตัวประกบออก 1-2 คน ทำให้น้องชายเขามีพื้นที่ส่อง)
ทำให้เห็นว่านักเตะระดับแชมเปี้ยนแบบเทพมุ้ยนี่แหละที่เราจำเป็นต้องมี อย่างน้อยในเวลานี้ ก็ได้อาศัยประสบการณ์และความสามารถของเขามาช่วย และยังคงต้องหาตัวแทนในระยะยาวให้ได้
เพราะความอันตรายหน้าปากประตูยังเป็นจุดอ่อนอยู่อย่างจังหวะที่น่าเสียดายสุด เมื่อเจ้าแบงค์คนเดิมที่คราวนี้ได้หลุดเดี่ยว มีลุ้นทำแฮททริค แต่ดันส่งให้โดม บดินทร์ที่โดนประกบอยู่ ผลคือเสียของสุด พลาดโอกาสฝัง 1-4 จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเจอคู่แข่งที่เขี้ยวลากดินกว่านี้ ในรายการที่กดดันกว่านี้ ถ้าเป็นจังหวะเสมอ หรือโดนนำอยู่ แล้วพลาดโอกาสทองตรงหน้า จะเสียหายขนาดไหน น่าคิด ยังไงเราต้องฝึกเล่นให้เนี้ยบกว่านี้อีกมาก ถ้าอยากจะกลับมายืนแถวหน้าในอาเซียนได้ (หรือดีกว่าที่เป็นอยู่หน่อย)
ใดๆ คืออย่างน้อยชัยชนะยามนี้
ย่อมเป็นสิ่งสำคัญต่อขวัญกำลังใจ
ทัพนักเตะ ทีมงาน และแฟนบอลเราๆ ที่สุด
นัดนี้ เล่นดีแล้วครับ ชื่นชม
ขอบคุณทุกคนที่ทุ่มเท เก่งมากๆ ครับ
ขอบคุณมาโน่ด้วยเช่นกัน ขอให้โชคดี
กับงานใหม่ เส้นทางใหม่นะครับ (ยังงงง)
ก็หวังว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ดีขึ้นได้
ก่อนจะไปหวดกันต่อในเอเชียนคัพปีหน้า,,, 🐘⚽🇹🇭
ขอบคุณภาพจาก: ช้างศึก – ฟุตบอลทีมชาติไทย
  • 1
โฆษณา