"Smoke On The Water": เพลงที่เล่าเรื่องที่มาของเพลงได้อย่างน่าอัศจรรย์

เหตุการณ์เพลิงไหม้ในบ่อนคาสิโนที่เมือง Montreux ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นที่มาของชื่อเพลงและเนื้อร้อง "Smoke On The Water" เป็นอย่างไรนั้น ผมจะเล่าให้ฟัง
#จุดเริ่มต้น
เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม ปี 1971 ตอนนั้นวง Deep Purple ตั้งใจมาทำอัลบั้ม "Machine Head" ที่โรงหนังในบ่อนคาสิโน โดยเช่ารถโมบายบันทึกเสียงเคลื่อนที่ของวง Rolling Stones มาตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆ ในเนื้อร้องพูดถึงส่วนนี้ว่า "Rolling truck Stones thing" และ "a mobile"
ระหว่างที่รอเข้าไปเซ็ตเครื่อง พวกเขา (Deep Purple) เข้าไปดูคอนเสิร์ตของ Frank Zappa & the Mothers of Invention ซึ่งกำลังแสดงอยู่ในโรงหนังแห่งนี้ ก่อนที่โรงหนังจะถูกปิดยาวเพื่อซ่อมแซมใหญ่ช่วงเข้าหน้าหนาว ด้วยเหตุนี้ทางบ่อนคาสิโนจึงอนุญาตให้ทางวง Deep Purple มาใช้พื้นที่ได้
แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น Ian Gillan นักร้องนำวง Deep Purple เล่าว่า ระหว่างการแสดงคอนเสิร์ตของ Frank Zappa มีพวกมือไม้คันซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังเขา หยิบปืนยิงพลุขึ้นบนเพดานซึ่งทำด้วยวัสดุหวาย จึงทำให้เกิดเพลิงไหม้ ในเนื้อร้องกล่าวถึงคนพวกนี้ว่า "some stupid with a flare gun" แม้จะไม่มีเหตุร้ายถึงแก่ชีวิต แต่สถานที่ก็เสียหายเกือบทั้งหมด รวมถึงอุปกรณ์ เครื่องเสียง เครื่องดนตรีของวง The Mothers of Invention
#ภาพติดตาที่มาของชื่อเพลง
ช่วงที่หนีออกมาอยู่ด้านนอก สมาชิกวงวง Deep Purple มานั่งอยู่ในร้านอาหารในโรงแรมที่พักที่อยู่ห่างออกไป พวกเขาเฝ้ามองจนเพลิงมอดดับ เหลือแต่ควันดำลอยโขมงขึ้นบนท้องฟ้าเหนือทะเลสาบเจนีวา ภาพที่เห็นนี้ติดตา Roger Glover มือเบสเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยเห็นไฟลุกไหม้ใหญ่อะไรแบบนี้มาก่อน และก็ไม่คิดว่าชีวิตที่เหลือจะได้เห็นอะไรแบบนี้อีก
"It was probably the biggest fire I'd ever seen up to that point and probably ever seen in my life." - Roger Glover
#ได้ริฟฟ์เพลงนี้เก็บไว้
พวกเขาจึงต้องหาที่บันทึกเสียงกันใหม่ ได้คลับเต้นรำในเมืองชื่อ The Pavillion แต่เมื่อทำงานกันไปได้สักพัก ก็โดนร้องเรียนจากเพื่อนบ้านที่อยู่บริเวณนั้น เพราะแถวนั้นล้อมรอบด้วยภูเขา จึงมีเสียงสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ พวกเขาจึงได้เทป backing track แค่เพลงเดียวก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาไล่ ซึ่งเทปนั้นเป็นริฟฟ์กีต้าร์ของ Richie Blackmore ได้มาจากการลองเสียงกีต้าร์ (soundcheck) ใช้ชื่อว่า "Title #1"
Richie Blackmore พูดถึงที่มาของริฟฟ์อันโด่งดังเพลงนี้ว่า
"Ian Paice (มือกลอง Deep Purple) กับผมมักจะเล่นแจมกันสองคน มันเป็นริฟฟ์ที่เล่นเป็นธรรมชาติในตอนนั้น มันเข้ามาในหัวของผมตั้งแต่แรกระหว่างที่แจมกัน"
"Ian Paice and I often used to jam, just the two of us. It was a natural riff to play at the time. It was the first thing that came into my head during that jam." - Richie Blackmore
#กำเนิดเพลง
ผ่านมาอีกสัปดาห์ สุดท้ายพวกเขาก็มาเช่าที่ Grand Hotel ซึ่งไม่ค่อยมีคน โดยปรับโถงทางเดินและปล่องบันไดให้เป็นสตูดิโอชั่วคราว โดยลากสายเคเบิ้ลจากรถโมบายผ่านทางช่องหน้าต่าง และที่แห่งนี้จึงเป็นที่ผลิตเพลงในอัลบั้ม "Machine Head" ตั้งแต่ต้นจนจบเกือบทุกเพลง
ยกเว้นอยู่เพลงเดียว "Smoke On The Water" ที่เอาเทปจากที่ทำไว้แล้วก่อนหน้านี้ที่คลับเต้นรำ The Pavillion มาต่อยอด เนื่องจากทางวงยังต้องการอีกแค่เพลงเดียวเพื่อปิดอัลบั้ม พวกเขาจึงเอาเทป "Title #1" มาเปิดฟัง ส่วนชื่อเพลงนั้นได้ Roger Glover มือเบสนำเสนอ เพราะภาพควันลอยอยู่เหนือทะเลสาปยังติดตาเขาอยู่ เขาจึงนำเสนอชื่อนี้ "Smoke On The Water" และทุกคนในวงเห็นด้วย
#เนื้อเพลงเล่าทุกอย่างในวันนั้น
ส่วนเนื้อร้อง Ian Gillan รับหน้าที่ไป และเมื่อมีเวลาไม่มาก เอียนจึงเขียนเนื้อเพลงอิงจากเรื่องราวที่มาของชื่อเพลงเสียเลย และเปิดท่อนแรกว่า "We all came out to Montreux..." เนื้อร้องจึงเป็นเรื่องราวจริงทั้งหมด โดยได้ Roger Glover มาช่วยเขียนเล็กน้อย
ดังนั้นถ้าใครฟังรู้เรื่อง หรือร้องตามได้ แทบจะไม่ต้องอ่านเรื่องราวที่ผมเขียนเลยก็ได้ เพราะเนื้อร้องบอกเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวมันเอง..แต่สมัยนั้นใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นเรื่องจริง เลยคิดว่าคนแต่งจินตนาการเรื่องราวขณะเสพยาก็เป็นได้..
#ทำไมเพลงนี้จึงดัง
ช่วงแรกๆ Deep Purple ไม่ค่อยจะเล่นเพลงนี้ในการแสดงสด เพราะพวกเขาคิดว่าไม่น่าจะได้รับความนิยมมากมายนัก แต่พวกเขาคาดการณ์ผิด และเมื่อถูกบันทึกการแสดงสดที่เมืองโอซาก้าในปี 1972 ในอัลบั้ม "Made In Japan" ปรากฏว่ายอดขายอัลบั้มชุดนี้พุ่งไม่หยุด จนติดอันดับอัลบั้มแสดงสดขายดีตลอดกาลในอเมริกา
และจึงเป็นที่มาของการปล่อยเพลงนี้ออกมาเป็นซิงเกิ้ลในเดือนพฤษภาคม ปี 1973 โดยมีเวอร์ชั่น Live อยู่หน้า B ทั้งๆที่อัลบั้ม Machine Head ออกมาปีกว่าแล้ว (25 มีนาคม ปี 1972) อีกทั้งยังทำให้อัลบั้มชุดนี้ติดอยู่บน Top 10 นานมากกว่า 1 ปี ส่วนเพลงนั้นขึ้นไปถึงอันดับ 4 บนตารางบิลบอร์ด Hot 100 หมายถึงว่าเป็นที่นิยมในวงกว้าง ไม่ใช่เฉพาะในกลุ่ม Hard Rock
เป็นไงครับ หวังว่าเรื่องราวในวันนี้จะนำความกระจ่างเกี่ยวกับเพลงนี้มาให้นะครับ และถ้ามีโอกาสก็จะนำเพลง Highway Star เพลงดังอีกเพลงของ Deep Purple มาเล่าสู่กันบ้าง ขอบคุณที่ติดตามนะครับ
***ฟังเพลงทั้ง 2 เวอร์ชั่น คลิกลิงค์***
#welove
#welove #welovechannelinfo #welovechannel #deeppurple #richieblackmore #RogerGlover #smokeonthewater #ที่มาของเพลง #ที่มาของชื่อเพลง #Hardrock #hardrockband #hardrockmusic #70s #70srock #70smusic #70shardrock
โฆษณา