3 ธ.ค. 2023 เวลา 20:59 • ไลฟ์สไตล์
เอาคำตอบแบบใหนล่ะ
แบบ1
ความเครียดมันเริ่มต้นจากตั้งแต่เกิดมาใช้ชีวิตเรียนรู้ได้ประสบการณ์จากสิ่งต่างๆประสบพบเจอและสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมรวมถึงการถูกชี้ทาง(คนปกติก็บรบสั่งสอนจากผู้ปกครองและคนรู้จักรวมถึงครูอาจารย์และเพื่อนฝูงด้วย) เมื่อพบสิ่งที่ยากจะเข้าใจ สิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ สิ่งที่มากระทบกับชีวิตประจำวัน และไม่สามารถเอาชนะมันได้ ก็เริ่มมีความรู้สึกแปลกปลอมขึ้นมาที่ไม่ค่อยดีที่เรียกว่า ความรู้สึกเครียดในอัตราเริ่มแรก และเมื่อพบจบสะสมไปเรื่อยๆจนโตขึ้นไม่ว่าจะจัดการกับมันด้วยวิธีใดก็แล้วแต่
มันจะสร้างให้คนๆมีนิสัยสันดารบุคลิกลักษณะวิธีคิด mindsetต่างๆไปตามแนวทางที่เขาเจอ,ทำ,พบ,ประสบมา เช่น
1. เด็กชายเอมีชีวิตที่ยากลำบากตั้งแต่จำความได้ต้องเจอปัญหามากมายทั้งปัจจัย4และการใช้ชีวิตโดยที่ไม่สามารถหาทางออกหรือแก้ไขได้เลย พอโตมาก็จะรู้เครียดง่ายกับปัญหาทุกอย่างที่เจอแม้มันจะเป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆก็ตามเพราะสมองจดจำว่าไม่เคยแก้ปัญหาได้สำเร็จเลยหรือก็คือจดจำแต่ความล้มเหลวมาโดยตลอด นิดๆหน่อยๆก็อารมณ์แปรปรวน
2.เด็กหญิงบีได้เกิดมาในครอบครัวมีฐานะที่ดีและได้ถูกเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดไม่ขาดตกบกพร่องใดๆ ถูกสอนโดยพ่อแม่นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จโดยสอนให้เด็กหญิงเอเล่นเกมแก้ปริศนา,ทายคำถาม,ต่อจิ๊กซอ,พัซเซิลต่างๆเพื่อเพิ่มการพัฒนาการให้ตลอด เมื่อเจอปัญหาที่ตนแก้ยากหรือแก้ไม่ได้ก็จะคอยปรึกษาผู้รู้ใกล้ชิดอยู่เสมอ(พ่อแม่,ผู้ปกครอง,ผู้เลี้ยง,ผู้ดูแล)แล้วนำมาแก้ปัญหาได้ในภายหลังได้ เมื่อโตขึ้นมาเวลาเจอปัญหายากๆเข้ามาก็จะไม่รู้สึกเครียดแต่อย่างใดเพราะเคยชินกับการแก้โจทย์ปัญหาเจอเป็นเรื่องปกติ
แบบ2
ไม่ว่าอดีตจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะมีเอเนอจี้มากน้อยแค่ใหน
แต่ถ้าปัจจุบันคนใหนก็ตามได้ฝึกสติสมาธิคอยดูตัวควบคุมอารมณ์เป็นประจำก็จะเครียดได้น้อยกว่าคนที่ไม่ได้ฝึกอะไรเลย
และแน่นอน เครียดง่ายกว่าหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการฝึกเช่นเดียวกัน
คนที่ฝึกมาดีก็จะไม่เครียดเลยกับปัญหาทั่วไปต่างจากคนทั่วไปที่แค่ฝนตกรถติดนานก็เครียดมากกลัวจะไปทำงานสายหรือกลับบ้านช้าหลังเลิกงานดึก เป็นต้น
โฆษณา