9 ธ.ค. 2023 เวลา 04:02 • ท่องเที่ยว

+ นิวซีแลนด์ เกาะเหนือ 2023 +

* ทริปเกาะใต้คราวก่อน *
เนื่องจากได้วีซ่า 1 ปี เลยตัดสินใจว่า ไหนๆก็ไหนๆ ไปเกาะใต้แล้วไปเกาะเหนือด้วยละกัน ถึงจะได้ยินว่าเกาะเหนือไม่สวยเท่าเกาะใต้ (ซึ่งก็จริงแหละ) ก็ยังเป็นประสบการณ์ที่ดี
นี่นั่งๆดูแล้วรู้สึกรูปไม่สวยเท่าคราวก่อน หรือเพราะคราวนี้เราปิด ai กล้องก็ไม่รู้ ^^;
ดอกไม้เหลืองๆในภาพหน้าปกคือดอก Kowhai ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาตินิวซีแลนด์ ช่วงที่ไปเป็นฤดูใบไม้ผลิ เลยบานสะพรั่งสองข้างถนนไปตลอดทาง
การเดินทาง :
ครั้งก่อนไปเกาะใต้เรานั่ง Qantas งวดนี้ใช้บริการ Malaysian Airline และพบว่า ติดใจแล้วละ! ก่อนเดินทางมีเพื่อนเตือนว่ามันจะดีเหรอ แต่ส่วนตัวพบว่าทุกอย่างโอเคมากๆ ราคาย่อมเยาว่าสายการบินอื่น อาหารโอ บริการดี ที่นั่งมาตรฐาน เวลาบินก็เวิร์คกว่า แถมต่อเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์สะดวกสบายสุดๆ อาหารราคาไม่ขูดรีด และไม่ต้องไปต่อแถวเป็นนักโทษที่ออสเตรเลีย (ที่เข้มมากเรี่องของกิน ถึงจะแค่ทรานสิท)
บนเครื่องอาจจะมีหนังให้ดูน้อย หรือไม่มีให้ดูเลย (กัวลาลัมเปอร์-กรุงเทพ) แต่เรามิได้ถือสา แบบหาความบันเทิงอย่างอื่นให้ตัวเองได้ ที่สำคัญ ไม่ดีเลย์เลย สัมภาระราบรื่น ทั้งที่เวลาต่อเครื่องแค่ 1.5 ชั่วโมง คิดว่าคงจะได้ใช้บริการอีก
  • Auckland
วิวเมือง Auckland จาก Mt. Eden
ตรวจคนเข้าเมืองงวดนี้โดนซักเยอะเป็นประวัติการณ์ อาจจะเพราะเราไปรอบสองในปีเดียว และใส่ที่อยู่เป็นบ้านคน (Airbnb) สงสัยคราวหน้าคงต้องจองเป็นโรงแรมบ้าง งวดนี้เป็นทริปแรกเลยที่พัก airbnb ทุกคืน ^^; ส่วนเรื่องของกินผ่านฉลุย แค่ถามๆว่ามีอะไรบ้าง ขนาดเราบอกว่าเรามีรองเท้า hiking ด้วยนะ เขาก็ไม่ขอเปิดกระเป๋าตรวจ หรือเพราะกระเป๋ามันเล็ก? (20 นิ้ว) แต่ถือเป็นเรื่องดีละกัน ทำให้หลุดจากด่านออกมาเร็วกว่าแผน บ.รถเช่าก็ไม่ว่าอะไรด้วย เราเลยได้รถฟรีไปอีกชั่วโมงกว่า (เย้)
ในสายตาคนผ่านทาง อ๊อกแลนด์เป็นเมืองใหญ่ที่ขนส่งมวลชนห่วยถึงห่วยมากสำหรับนักท่องเที่ยว รถเมล์จ่ายเงินสดไม่ได้ ต้องใช้บัตรที่ค่าบัตรแพงและมีขั้นต่ำในการเติม การขับรถจึงสะดวกกว่า แต่ก็ต้องคอยดูป้ายและมิเตอร์ค่าจอดรถ เราโชคดีที่จองที่พักในเมืองพร้อมที่จอด ทุกอย่างอยู่ในระยะเดินเท้าถึง สถานที่เที่ยวอื่นที่ต้องขับรถไปก็อยู่นอกเมืองหรือจอดฟรี
เราอยู่อ๊อกแลนด์แค่ไม่กี่วัน แต่ก็เจิมด้วยการป้ำเป๋อข้อเท้าพลิกตอนไปช้อปปิ้ง (มันเป็น Black Friday พอดี ของลดเยอะมาก!) โชคดีว่าเอาที่รัดข้อเท้าไปด้วย เลยยังกระย่องกระแย่ง+ขับรถได้บ้าง
ที่เที่ยว :
- Mount Eden เป็นปล่องภูเขาไฟดับแล้วในตัวเมืองอ๊อกแลนด์ แนะนำไปช่วงพระอาทิตย์ตก เราถ่ายรูปไม่สวย แต่ยืนยันว่าบรรยากาศดี๊ดี มีทางเดินรอบขอบปล่องภูเขาไฟเลย ถือเป็นความประทับใจที่สุดของเมืองนี้
พระอาทิตย์ตกที่ Mount Eden
- Weta Unleashed Workshop พิพิธภัณฑ์กึ่งสวนสนุกของบริษัทที่ทำเอฟเฟ็คให้หนัง The Lord of the Rings ต้องบอกว่าผิดหวังนิดหน่อยเพราะไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับ Lotr (เข้าใจว่าต้องไปที่เวลลิงตันถึงจะได้เห็น) แต่ที่นี่เราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิค special effect ต่างๆ น่าสนใจในระดับหนึ่ง ใครจะไปแนะนำให้ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า เพราะได้ลดราคา และไม่แนะนำให้ซื้อภาพถ่ายที่เขาปรินท์ให้ ดูหน้าจอน่ะสวย แต่เครื่องพิมพ์สีจืดมาก
คุณเจฟฟ์ หุ่นยนต์ที่เหมือนจริงและเคลื่อนไหวได้ที่ Weta Workshop
- Auckland War Museum ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับสงครามนิวซีแลนด์ แต่เปล่าเลย ผิดหวังพอสมควร สิ่งที่เราต้องการคงอยู่ที่ Waitangi ซึ่งไม่อยู่ในแผนของเรา
- Wynyard Quatre อารมณ์ท่าเรือยอร์ชหรูๆ เราเฉยๆ อาจจะเพราะเป็นสายธรรมชาติมากกว่าชมเมือง
- Auckland Botanic Garden ไม่ค่อยมีอะไร แต่มันฟรี ให้อภัยได้
- Bastion Point เป็นจุดชมวิวใกล้เมืองที่เราคิดว่าน่าจะถ่ายรูปตัวเมืองกับพระอาทิตย์ตกได้สวยไม่เลว เราไปตอนกลางวันก็ยังบรรยากาศดีทีเดียว
2. Hobbiton
Bag End
หนึ่งในจุดมุ่งหมายของทริปนี้ วันที่เราไปคือ Grand Opening ของ Bagshot Row ก่อนหน้านี้เวลาไปเดินที่ Hobbiton's Movie Set จะเดินดูได้แค่ภายนอกเท่านั้น แต่ของใหม่นี้จะมีส่วนที่ให้เข้าไปทัวร์ในบ้านฮอบบิทได้ด้วย ^^
Bagshot Row
สำหรับเราแล้วรายการนี้เวิร์คสุดๆ ทุกอย่างในหมู่บ้านออกแบบตกแต่งด้วยความใส่ใจ มองไปทางไหนก็เหมือนหลุดออกมาจากในหนัง/หนังสือ (ยกเว้นนักท่องเที่ยว 555) ที่ตลกคือในบ้านฮอบบิทมีตะกร้อด้วย XD คุณไกด์ก็บรรยายได้ดีมีความรู้ ทึ่งกับต้นไม้เหนือ Bag End ที่ทำปลอมทั้งต้น แต่เหมือนของจริงสุดๆ ข้าวของในบ้านฮอบบิทก็น่ารักมาก ใครชอบถ่ายรูปต้องปลื้ม แต่อาจจะต้องหลบคนหน่อย
อันนี้มาจากเว็บ official ของเราถ่ายมาติดแต่คน
จบทัวร์คือไปนั่งกินไซเดอร์ หรือไม่ก็จินเจอร์เอลที่โรงเตี๊ยมกรีนดรากอน ประทับใจมาก
3. Waitomo & Rakuari
หินงอกหินย้อยในถ้ำ Ruakuri
ตอนไปเกาะใต้พลาดดูหนอนเรืองแสงที่ Te anua เลยตั้งใจมาดูที่ยานแม่ที่นี่เสียเลย และไปทั้งสองถ้ำยอดฮิตให้คุ้มกับที่ขับรถไปดู
- Glow Worm Caves ใช้เวลา 45 นาที ถ่ายรูปไม่ได้เพราะถือเป็นถ้ำศักดิ์สิทธิ์ของชนพื้นเมือง ช่วงลงเรือชมหนอนเรืองแสงคือไฮไลท์ ไม่ถึงขั้นดาวพราวฟ้า แต่ก็มากพอจะรู้สึกว้าวได้
- Ruakuri Cave ใช้เวลา 1.5 ช.ม. ถ่ายรูปได้ และได้เจอน้องหนอนแบบใกล้ชิด แต่จำนวนไม่เยอะเหมือนถ้ำแรก เราต้องเดินลึกเข้าไปในถ้ำจริงๆ โดยมีคุณไกด์บรรยายไปเรื่อยๆ มีคำเตือนว่าห้ามจับหินในถ้ำเด็ดขาด ไม่งั้นโดนปรับหัวโต ถ้ำนี้นักท่องเที่ยวไม่เยอะเหมือนถ้ำแรก เลยจะมีเรื่องเล่าเยอะหน่อย
รอบที่เราไปมีนักท่องเที่ยวแค่ 6 คน เป็นผู้ใหญ่ 5 และเบบี๋อีก 1 น้องนอนนิ่งมาก เพราะคุณพ่อใส่สายรัดแนบอกและเขย่าไปตลอดทาง ทางเข้าถ้ำเป็นบันไดวนมืดๆประดับแสงไฟดูขลังๆ และได้บรรยากาศมากตรงที่คุณพ่อลูกอ่อนร้องเพลง Misty Mountain กังวานไปทั้งถ้ำ และฮีไม่ใช่นักร้องอาชีพนะ แต่เสียงเบสทุ้มต่ำนุ่มหูดี ส่วนขาขึ้น ฮีร้อง Phantom of the Opera ก็เพราะอีกนั่นแหละ
ทางลงไปถ้ำ Ruakuri
ถ้ำนี้ได้เห็นหินงอกหินย้อยและน้องหนอนครบวงจร ได้เห็นหุบเหวบริเวณที่มีคนมา black water rafting ในถ้ำด้วย ท่าทางสนุกกันมากเลย
คุณไกด์เล่าว่าอีก 5 ปีข้างหน้า ถ้ำในไวโตโมจะถูกโอนคืนกลับไปเป็นสมบัติของชุมชนชาวเมารี ตอนนี้เป็นบริษัทอเมริกันมาบริหารจัดการอยู่ ซึ่งก็ทำได้ดีมาก ไม่รู้ว่าจะมีการต่อสัญญาอีกไหม ถ้าไม่ ก็อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงให้เห็นกัน
อ้อ ถ้ำ Ruakuri (แปลว่า สุนัขสองตัว) อยู่ห่างจากถ้ำหนอนเรืองแสงประมาณ 3 กิโล ถ้าไม่มีรถก็เดินเหนื่อยหน่อย มาเที่ยวนิวซีแลนด์ ถ้าไม่ขับรถ ต้องใช้บริการทัวร์ ไม่งั้นข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวไม่สะดวกเลย
ถ้าจะชม 2 ถ้ำอย่างเรา แนะนำให้ซื้อตั๋วแบบ combo จะประหยัดได้หลายเงิน ในเว็บไซต์จะเลือกรอบที่เหมาะสมสำหรับเราให้เลยด้วย รอบที่นักท่องเที่ยวเยอะคือช่วงกลางวัน ถ้าอยากหนีคนก็มาเช้าหรือเย็น หลายคนบอกว่าไม่ต้องซื้อตั๋วไปก่อนก็ได้ เราผู้จองล่วงหน้า 1 วันเพื่อความเซฟ พบว่าเวลาจ่ายเงินมันต้อง sms ไปเข้าเบอร์เมืองไทย โชคดีว่าคนที่ไปด้วยเปิด roaming ไว้ (ปาดเหงื่อ)
 
4. Tirau
น้องแกะ!
จอดๆๆ!!! คือเสียงของเราเมื่อผ่านเมืองเล็กๆแห่งนี้ระหว่างทางลงไป Rotorua เพราะอะไรนะเหรอ ก็ดูสิ น่ารักขนาดนี้ไม่ให้แวะได้ไง! สองน้องแกะคือร้านขายของที่ระลึก ส่วนน้องหมาคือห้องน้ำ ลิ้นน้องหมาเป็นยาง สามารถกระพือไหวๆได้ด้วยนะ
น้องหมา
อ้อ จะบอกว่าคนเกาะเหนือชับรถเร็วมวากกก ขับเกินสปีดลิมิตทุกคนเลย เรานักท่องเที่ยวมีเหวอ บางทีก็ต้องขับเกินไปกับเขาด้วย ไม่งั้นข้างหลังติดยาวเหยียด ก็ถนนเป็นแบบเป็นสวนกันได้ฝั่งละเลนเกือบหมด นานๆจะมีสองเลนให้แซงได้ที
5. Rotorua
Hatupatu Scenic Point
โรโตรัวมีที่เที่ยวมากมาย เราอยากไปเล่น Luge อยากไป zipline แต่ข้อเท้ายังไม่หายดี เลยต้องงดหมด ได้ไปแต่ที่ที่เดินสบายๆ
- จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบโรโตรัว สวยสุดสำหรับเราน่าจะเป็นที่ Hatupatu Scenic Point ส่วนบริเวณ lakefront broadwalk เราว่าภูเขามันบังเลยดูด้อยกว่า จริงๆยังมีจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ Gisborne Point บริเวณ Lake Rotoiti ด้วย แต่ฝนตกเลยไม่ได้ไป วันที่อากาศดี เลือกไปที่ Lake Tarawera กับ Lake Tikitapu (Blue Lake) แทน ถึงงั้นก็ไม่ได้อยู่จนมืด คือทางมันคดเคี้ยวแบบภูเขาและไม่มีไฟถนนเลย ส่วน Lake Okareka สงบๆแต่ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ จะข้ามไปก็ได้
Lake Tarawera
- เนื่องจากโรโตรัวอยู่ในภูเขา เวลาไปชมพระอาทิตย์ตก ควรไปก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อรับแสงทอง หลังจากนั้นบรรยากาศมันจะสลัวๆ ถ่ายรูปไม่สวย
- The National Kiwi Hatchery สถานฟักกไข่นกกีวี อยู่ข้างๆ Rainbow Spring และ Skyline ลังเลว่าจะแนะนำดีไหม เพราะโอกาสได้เห็นกีวีตัวเป็นๆคือน้อยมากกกกกก กีวีเป็นนกที่ตื่นหลังพระอาทิตย์ตก และที่นี่เปิดแต่ตอนกลางวัน ตั๋วที่ซื้อเข้าไปคือเหมือนไปฟังบรรยายชีวิตนกกีวีมากกว่า โดยช่วงท้ายจะมีให้เดินผ่านกรงกีวีในที่มืดๆ ซึ่งเราจะได้เห็นมันออกมาเดินหรือไม่ ก็แล้วแต่บุญกรรมของแต่ละคน
รอบที่เราไปโชคดีมหาศาลตรงที่มีคนจ่ายเงินซื้อตั๋วแบบได้อุ้มลูกกีวี (นกนะ ไม่ใช่ผลไม้) กลุ่มเราเลยมีโอกาสได้ไปเกาะกระจกดูน้องกีวีสลึมสลือให้คนอุ้มด้วย น้องน่ารักเว่อร์ๆๆ แต่เราคิดว่าไม่ใช่ทุกรอบจะแจ๊คพ็อตแบบนี้ ส่วนช่วงที่เราผ่านกรงกีวีในห้องมืด ก็มีนกกีวีตื่นออกมาเดินเล่นอีกต่างหาก ถึงจะเห็นแต่เงาตะคุ่มๆ แต่ก็อยู่ในระดับประชิด (กั้นด้วยกระจก)
- Tutea Falls เดินไม่ยาก ส่วนใหญ่ชาวบ้านมา white water rafting หรือ white water kayaking เพราะที่นี่เป็นจุดจัดทัวร์ล่องแก่งที่สูงที่สุดในโลก คือตกลงมาประมาณ 7 เมตร เราไปทำหน้าที่ดูค่ะ ใจไม่ถึง 555 แต่ก็ยังสนุกตื่นเต้นไปกับเขาเลย ยิ่งพวก kayak นี่เก่งมากๆ ตกต๋อมๆๆลงไปตามน้ำตก ม้วนลงไปในน้ำแล้วก็มุดขึ้นมาได้
ทุกคนเก่งกันมากๆเลย ถ่ายคลิปมาด้วยแต่อัพไม่เป็น ^^;
- Hamurana Spring จริงๆอยากไปเดิน Blue Spring ซึ่งทุกคนบอกว่าสวยกว่า ใหญ่กว่า และไม่เสียตัง แต่มันปิด คาดว่าน่าจะเพราะนักท่องเที่ยวไปกันเยอะแล้วมีปัญหา เลยยอมจ่ายตั้งแพงเพื่อไปเดินที่นี่แทน พบว่าเฉยๆนะ รูปถ่ายสวยกว่าของจริง
6. Redwoods
ทางเดินใน Redwoods มันดีย์ย์
Whakarewarewa Redwood Forest อยู่ใกล้ที่พักเรามาก เลยไปเดินเล่นตั้ง 3 รอบ ปลื้มปริ่มต้นไม้ที่สูงโพดๆและบรรยากาศสงบเงียบ รอบแรกเรามาเดินเทรลหย่อนใจ รอบที่สองซื้อตั๋ว nightlight tree walk คือขึ้นไปเดินสะพานแขวนบนยอดไม้ในช่วงกลางคืนที่เขาประดับไฟหลากสี ในรูปให้อารมณ์ริเวนเดลมั่กๆ แต่ไปเดินจริง คิวยาว คนโคตรเยอะ โดนเร่ง และไฟก็ไม่ได้ประทับใจเท่าไหร่
Treewalk ตอนกลางวัน
รอบที่สามเราซื้อตั๋ว day walk ไปเดินตอนกลางวัน สงบสบายและมีความสุขกว่ามาก กลางคืนถูกจำกัดเวลาอยู่ได้แค่ 30 นาที แต่กลางวันจะอยู่นานเท่าไหร่ไม่มีใครไล่ ราคาตั๋วก็เท่ากันด้วย
กลางวันสวยกว่ามากๆ
ถ้าใครซื้อตั๋วตอนกลางคืน แนะนำว่าให้มารอบดึกๆไปเลย วันที่เราไป จะสี่ทุ่มแล้วยังต้องรอคิวอีกครึ่งชั่วโมง
7. Waiotapu Thermal Wonderland
Artist's Palette
โรโตรัวมีบ่อน้ำพุร้อนหลายแห่ง เราเลือกไปที่นี่ที่เดียว หลักๆเพื่อพักขา
ที่ Waiotapu ทุกคนมารอดู Lady Knox น้ำพุร้อนมีน้ำพุ่งขึ้นมาสูงสิบกว่าเมตรทุกวันเวลาประมาณ 10 โมงกว่าๆ แต่คาดว่าธรรมชาติไม่ได้ตรงเป๊ะขนาดนั้น เดี๋ยวนี้ทางปาร์คเลยจัดเจ้าหน้าที่มาใส่สารลดแรงตึงผิวมาเร่งปฏิกิริยามัน เลยได้ฉีดขึ้นมาเวลา 10.15 น. ทุกวัน เราไม่รู้ว่าใส่สารบ่อยๆมันจะทำให้เกิดปัญหาอะไรหรือเปล่า แต่นักท่องเที่ยวมารอกันตรึมมา ทางปาร์คคงรู้สึกว่าจำเป็น ถ้าจะไปรอ lady knox ควรไปจองที่นั่งล่วงหน้านานหน่อย เพราะนักท่องเที่ยวเยอะมากจริงๆ
ส่วนบ่อน้ำพุร้อนใหญ่ก็โอเค จุดที่สวยสุดคือ Artist's Palette ซึ่งรูปถ่ายสวยกว่าของจริงอีกนั่นแหละ เราอาจจะไม่ใช่แฟนปุ๋งๆขนาดนั้นมั้ง คนที่ชอบแนวนี้อาจฟินกว่าก็ได้
- Kerosene Creek เป็นลำธารน้ำอุ่นที่ทุกคนชอบมาแช่เท้ากัน ควันฉุยๆแต่น้ำอุ่นๆไม่ถึงกับร้อน ลงไปว่ายเล่นได้ แต่ห้ามเอาหัวจุ่มน้ำ เพราะมีแบคทีเรียที่อาจเป็นอันตรายกับสมองอยู่ ทางเดินแฉะมาก แนะนำให้หนีบแตะมา หรือไม่ก็เดินเท้าเปล่าลงไปเลย แล้วค่อยมาเช็ดเท้าเช็ดตัวตรงที่จอดรถ
8. Taupo
Huka Falls
คนส่วนใหญ่มาพักตากอากาศกันที่นี่ แต่สำหรับเราเป็นแค่เมืองทางผ่าน แวะเก็บที่เที่ยวตามรายทางลงมา ส่วนตัวคิดว่าทะเลสาบเทาโปสวยมาตรฐานทะเลสาบทั่วไป สิ่งที่ชอบในเมืองนี้คือ Waikato River แบบว่าแม่เจ้า ไหลแรงมาก และใสมากด้วย
- Aratiatia Rapids เป็นจุดชมวิวของเขื่อนที่จะปล่อยน้ำวันละ 3-4 ครั้ง แล้วแต่ฤดู ช่วงที่เราไปปล่อย 4 หน คือ สิบโมง เที่ยง บ่ายสอง บ่ายสี่ พลังน้ำรุนแรงสะใสดี
- Huka Falls เป็นน้ำตกอีกแห่งที่เราคิดว่าสวยงามควรค่าแก่การแวะชม มีเทรลเลียบแม่น้ำ แต่เราคิดว่าไปแวะชมที่จุดชมวิวทั้งสองฝั่งของแม่น้ำก็ได้ แค่นี้ก็งามแล้ว
พลังน้ำสุดยอด
จุดที่มีสะพานจะสวยสุด ส่วน Lookout จะไม่แวะก็ได้ บริเวณที่ปล่อยให้เล่นน้ำที่อยู่ตรง Spa Thermal Park ก็สวย วันอากาศดีภาพอย่างกับออกมาจากโปสการ์ด
แม่น้ำ Waikato ก่อนถึง Huka Falls
- ล่องเรือใบพลังไฟฟ้าชมหน้าผาหินสลักศิลปะเมารี อันนี้แล้วแต่คนชอบจริงๆนะ สำหรับเราไม่ดีอย่างที่คิด หน้าผาหินสลักไม่ใช่ของโบราณ แต่เพิ่งทำเมื่อสักทศวรรษ 70 เอง คุณสกิปเปอร์ที่บังคับเรือใบพยายามหากิมมิคพิเศษมาช่วยเสริม ด้วยการเทรนเป็ดป่าแถวนั้นให้มากินขนมปังจากมือแก แบบน้องถีบตัวกระโดดขึ้นมาจากน้ำมั่ง ร่อนมาโฉบขนมปังจากมือแกมั่ง
9. Tongariro National Park
Taranaki Trail
เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของทริปนี้ แน่นอนว่าเราไม่ได้มาเดิน Tongariro Alpine Crossing หรอกนะ ทางภูเขาไฟ 19 ก.ม. 8 ชั่วโมง เราไม่ไหว เราแค่มาขับรถชมวิวสวยๆ มีจุดที่เหมือน Caradhras และเหมือน Mount Doom เดินๆไปรู้สึกตัวเองเป็นฮอบบิทยังไงยังงั้น XD
- อยากจะบอกแฟน Lotr ว่ามาแถวนี้ให้เอาเสื้อคลุมกับไม้เท้ามาด้วย เพราะหลายจุดมีความหลุดออกมาจากหนังมาก โดยเฉพาะ Bruce Road ช่วงต้นๆ เราเสียดายมากที่มีเวลาแวะถ่ายรูปน้อย เพราะต้องไปเดิน Taranaki Falls ต่อ และพระอาทิตย์ใกล้ตกแล้ว
รูปถ่ายจาก Bruce Road
- Taranaki Falls Walk
เป็นเทรลง่ายๆแค่ 6 ก.ม. ใช้เวลาเดินไม่ถึงสองชั่วโมง แต่เส้นทางสวยงามคุ้มค่า ทางเดินเป็นลูปวงกลม แนะนำให้เดินทวนเข็มนาฬิกา จะได้ไม่ต้องปีนบันไดชันๆตรงน้ำตก เราอ่านข้อมูลมาก่อน พอเห็นบันไดก็ตบบ่าตัวเองแปะๆ ฉันนี่ฉลาดจัง ^^ เราว่าเส้นนี้ทำให้การเดินน่าสนใจกว่าด้วย เพราะเริ่มจากทุ่งกว้างแห้งแล้งที่มี Mount Doom เอ๊ย Mount Ngauruhoe เป็นฉาก จากนั้นก็เริ่มเข้าเขตลำธารและป่าเขาชุ่มชื้น จนกระทั่่งไปถึงน้ำตก
Taranaki Falls
น่าเสียดายที่ตอนเราไปถึงเมฆเริ่มเยอะและใกล้มืดเต็มที เลยถ่ายรูปไม่จุใจเท่าไหร่ แต่ก็เป็นเทรลที่เดินง่ายและสบายมาก
- Gollum Pool
หรือจริงๆคือ Tawhai Falls บริเวณที่กอลัมมาหาปลา เป็นจุดเช็คอินที่แนะนำสำหรับแฟน Lotr ตัวน้ำตกก็กระทัดรัดน่ารักดี
- จุดที่เราว่าไม่ต้องแวะก็ได้ คือ Mounds walk (เฉยๆ), หมู่บ้าน Opotaka (ไม่เหลืออะไรแล้ว มีแต่เนินโล่งๆ), Saddle View Point (ถ้าอากาศดีน่าจะสวย แต่ฟ้าปิดคือจบ), Mahuia Rapids (ไม่ค่อยมีอะไร)
10. Nevalea Alpaca
น้อนนนนนน
มีโอกาสแวะไปฟาร์มอัลปาก้าใกล้ๆ Turangi ด้วย น้องน่ารักมากกกกกกกกก สงบเงียบ คุณป้าเจ้าของฟาร์มบอกว่าอัลปาก้าเป็นสัตว์ที่สงบเงียบ คนที่อยู่กับมันจึงต้องมีจิตใจสงบไปด้วย ไม่งั้นมันจะแตกตื่น ถือเป็นการฝึกจิตที่ดีมาก เราซื้อทัวร์แบบได้ให้อาหารน้อง จูงน้องไปเดินเล่น และได้อุ้มน้องด้วย (ไม่หนักเท่าที่คิด! และขนนู่มมมมมมั่ก)
อัลปาก้าของเราชื่อ Oslen มีนิสัยชอบโชว์เหนือกับน้องอัลปาก้าที่เล็กกว่า (คุณป้าบอก) XD;; เวลาจูงต้องคอยกันออกจากอัลปาก้าเด็กๆ มีแม่แก่อัลปาก้าตัวหนึ่งอยากรู้อยากเห็น และชอบแกล้งมากกก ใครทำอะไรชอบมาสกัดดาวรุ่ง แถมพยายามแย่งซีนตลอด
Oslen-kun ท่านั่งน้องเหมือนอูฐ!
พูดถึงสัตว์แล้วก็เอ่ยถึงนกสักหน่อย ความที่นิวซีแลนด์เต็มไปด้วยนก หลังบ้านที่เราอยู่เลยเจอนกนานาชนิดเป็นประจำ แม้กระทั่งนก fantail ผู้น่ารักก็มารำแพนหางให้เราดูด้วย และดูไม่ค่อยกลัวคนเลย คนส่องนกต้องปลื้มประเทศนี้แน่เลย
ข้อสังเกตอื่นๆ :
- ร้านอาหารจีน กับร้านอินเดีย ถ้าใช้บัตรมักมีชาร์จเพิ่ม ดังนั้นพกเงินสดไปหน่อยก็จะดี Takeaway ร้านจีน ให้อาหารแบบไซส์ฝรั่งกิน จะสั่งอะไรกะปริมาณให้ดี
- ร้าน Hell Pizza มีหน้าให้เลือกหลากหลาย ราคาพอไหว
- แดดร้อนมากถึงมากที่สุด ครีมกันแดดห้ามลืมเด็ดขาด และต้องทาซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง
- เติมน้ำมัน ช่วงที่ไปปั๊ม waitomo ถูกสุด ถ้าเติมเต็มถัง (fill) จะโดนตัดบัตร 150 nzd ทันที แล้วอีก 5-7 วันค่อยคืน เพราะงั้นอย่าใช้พร่ำเพรื่อ กำหนดว่าเติมกี่ดอลลาร์ๆ ปลอดภัยกว่า
- จองกิจกรรมต่างๆด้วยแอพ booksme ได้ราคาดีกว่าไปจองตรงกับบริษัท
- Hamilton Gardens ไม่ประทับใจ สายถ่ายรูปอาจจะชอบ แต่เราว่ามันหลอกเกินไป เราชอบพวกสวนสาธารณะเล็กๆมากกว่า
- จอดรถที่ซูเปอร์ใหญ่ๆในเมืองแบบ Auckland, Hamilton ต้องระวังด้วย มีคนไทยเคยถูกทุบรถมาแล้ว รีบซื้อรีบไปดีที่สุด อย่าจอดทิ้งไว้นาน
โฆษณา