Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนมั่วๆรวยกี่โมง
•
ติดตาม
26 ธ.ค. 2023 เวลา 09:22 • หุ้น & เศรษฐกิจ
Jitta Wealth ดอยนี้อีกนาน #Part1
สวัสดีเหล่านักลงทุนทุกท่าน วันนี้ผมจะมาพูดถึงการลงทุนชิ้นแรกของผมในปีนี้
จะพูดว่าชิ้นแรกก็ยังไงอยู่เพราะลงมาแล้วเกือบๆ 3 ปี
ทำไมถึงเลือกรีวิว Jitta Wealth เป็นอันแรก
1. ลงทุนง่ายมาก มี AI คอยดูแลให้ น่าเชื่อถือได้รับการรองรับ
2. ตามชื่อเรื่องเลยคือดอยหนักมาก น่าจะเป็นตัวอย่างให้หลายๆคนได้อย่างดี
แต่อย่าพึ่งหนีไปไหน ในความดอยมันยังมีอะไรหลายๆอย่างให้เราได้เรียนรู้และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผมและนักลงทุนหลายๆท่านอย่างแน่นอนครับ
จะให้เล่าหมดเลยให้ EP เดียวคงยาวมาก วันนี้จะขอมาเปิดความดอยและเกริ่นคร่าวๆไว้ก่อน แล้วค่อยมาต่อกันใน EP หน้าแทนละกัน
Jitta Wealth คืออะไร ขอสรุปสั้นๆว่าเค้าเป็นเหมือนกองทุนส่วนบุคคลที่จัดการเงินของเราไปลงทุนในหุ้นหรือ ETF (ถ้าใครยังไม่รู้จัก ETF ไว้ผมจะมาขยายความเพิ่มในบทความอื่น)
โดยในปัจจุบันใช้เงินลงทุนขั้นต่ำน้อยมาก เหลือแค่ 1 หมื่นบาทเท่านั้นและเพิ่มทุนเพียงครั้งละ 1 พันบาท
ใครสนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมผมจะแปะลิ้งค์ไว้ให้นะครับ ให้พิมพ์จนหมดก็คงไม่ละเอียดเท่าไปอ่านเอง
ลิ้งค์สำหรับผู้สนใจศึกษาต่อ
https://jittawealth.com
ผู้เขียนลงทุนในนโยบายที่ชื่อว่า Thematic optimize เป็นการเอาเงินของเรากระจายไปในกอง ETF ทั้งหมด 4 กอง โดยใช้ AI ของทาง Jitta เป็นตัววิเคราะห์ว่าตัวไหนดีสุดและคอยปรับพอร์ตให้ทุกๆ 3 เดือน
ทำไมถีงเลือกลงในนโยบายนี้
1.
ต้องย้อนไปเมื่อประมาณปี 2019-2020 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่การลงทุนในหุ้นต่างประเทศนั้นยากมาก นอกจากจะลงในกองทุนรวมซึ่งแต่ละกองก็คิดค่าธรรมเนียมไม่ธรรมดาและยังไม่ค่อยมีกองไหนมีนโยบายลงตามหุ้นเทคโนโลยีหรือหุ้นธีมต่างๆได้
2.
เงินต้นที่ใช้เปิดพอร์ต สมัยแรกเริ่มเดิมทีทาง Jitta Wealth ให้เงินขั้นต่ำ 1 แสนบาทและเพิ่มทุนทีละ 1 หมื่นบาทครับ ซึ่งนับว่าเยอะเลยแหละสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ ช่วงนั้นผมจึงตัดสินใจลองลงเป็นกอง Thematic DIY (ความหมายคือเราเลือกธีม ETF ต่างๆด้วยตนเอง)
3.
แปลกใหม่ มี AI ช่วยบริหาร
ในช่วงที่ลงแรกๆประมาณปี 2019-2020 ผมให้เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ดีที่สุดเลยให้ปีนั้นเพราะหุ้นเทคโนโลยีต่างๆวิ่งขึ้นหนักมาก หลังเปิดพอร์ตได้ไม่กี่เดือนทั้งกองบวกไปไม่ต่ำกว่า 10%
ในตอนนั้นผมมั่นใจมากว่านี่แหละอนาคตการลงทุนที่ดีกว่าการลงทุนให้ประเทศและกองทุนแน่นอน
แต่ความฝันมันมาแปปเดียวครับ หลังจากนั้นไม่นานความจริงเริ่มปรากฎ เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ กอง ETF ต่างพากันลงยับ บวกกับเราเข้าซื้อตอนตลอดกำลังอยู่บนยอดดอยเลย คราวนี้แหละเรียกว่าเจอของจริง ตลอดระยะเวลาปีกว่าๆคือไม่มีสีเขียวในพอร์ตเลยก็ว่าได้
ในช่วงแรกที่เริ่มปรับฐาน ตัวผมเองยังคง DCA ต่อเนื่อง ใส่เงินๆไปเรื่อยๆแต่ความมั่นใจมันก็ลดลงตามจำนวนเงินเราที่ค่อยๆหายไป ถึงช่วงนึงผมจึงตัดสินใจหยุดลงเงินและรอดูผลงานของกองทุนดีกว่า (ตรงนี้ต้องขออภัยไม่มีภาพพอร์ตก่อนปิดมาให้ทุกคนดูความล่มจมครับ)
หลังจากนั้นทาง Jitta Wealth ออกกองใหม่ที่ชื่อใช้ชื่อ Thematic Optimize ซึ่งเป็นการให้ AI คัดกอง ETF ให้แทนที่เราจะเลือก โดยทาง Jitta บอกว่า AI สามารถคัดกองได้เก่งกว่าคนเกือบ 90%
ผมก็ไม่รอช้า รีบเปิดอีกกองทันที ส่วนหนึ่งก็อยากดูว่ามันเก่งกว่าเราจริงหรอ(วะ) แล้วก็เริ่ม DCA ใหม่ในกองนี้แทนด้วยความหวังว่ามันคงเก่งกว่าเราแหละ
ผ่านไปไม่กี่เดือนก็พบความจริงว่า AI ก็สู้ตลาดขาลงไม่ไหว ไหลลงยาวๆจนสุดท้ายผมก็ต้องทำเหมือนเดิมคือถอยมามองไกลๆดีกว่า
ภาพพอร์ตช่วงแรกก่อนย้ายกองมารวมกัน สังเกตสีฟ้าคือมูลค่าพอร์ต สีเทาคือเงินต้น เติมเท่าไหร่ก็ลงมาที่เดิม
สุดท้ายผมตัดสินใจยุบกอง Thematic DIY ของตัวเองมารวมกับกอง Thematic Optimize เพราะคิดว่าตัวเองคงไม่มีเวลามานั่งวิเคราะห์อะไรแบบนี้และต้องการมองหาการลงทุนที่เราไม่ต้องคิดมากใส่เงินอย่างเดียวพอ ผลงานถือว่าย่ำแย่เลยที่เดียว ในปีที่แล้วติดลบไปมากกว่า 40% นับว่าดอยสูงสุดเลยก็ว่าได้ ต้องขออภัยที่ไม่มีตัวเลขมาโชว์เพราะผ่านมาซักพักละ แต่ดูจากกราฟเอาแทนก็พอบอกได้อยู่ว่าแย่แค่ไหน
สภาพพอร์ตหลังรวมพอร์ตเข้าด้วยกันสังเกตว่าหลุมลึกมาก
สำหรับ EP นี้ยาวมากละ เป็นบทนำและการบ่นไปก่อนละกันนะครับ ไว้ตอนถัดไปผมจะมาลงลึกและวิเคราะห์ในแต่ละช่วงอีกที
ใครเคยลงหรือกำลังลงส่งเสียงให้กำลังใจกันได้นะครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ
วางแผนการเงิน
การลงทุน
หุ้น
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย