27 ธ.ค. 2023 เวลา 13:27 • อาหาร

ขนมอร่อย

อีกครั้งกับ ‘ขนมอร่อย’ ที่มาจากปักษ์ใต้ ภูมิภาคทางใต้ของไทยที่น่าจะมีขนมอร่อยประจำถิ่นเผลอๆ มากกว่าภาคกลางหรือภาคอื่นๆ เสียด้วยซ้ำ ค่าที่เป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญต่อการทำขนมและของหวานอย่างมะพร้าว และน้ำตาลโตนด รวมถึงเป็นดินแดนที่รวมเอาผู้คนหลายเชื้อชาติและศาสนา ทำให้เกิดความหลากหลายในวัฒนธรรมตามมาด้วยเช่นกัน
ก่อนที่จะมาว่ากันถึง ‘ขนมอร่อย’ จากปักษ์ใต้ หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมถึงใช้คำว่า ‘ปักษ์’ เฉพาะภาคใต้เท่านั้น และทำไมถึงไม่ใช้คำๆ นี้กับภาคอื่นๆ บ้าง มีผู้รู้ให้ความกระจ่างดังนี้
‘คำว่า ปักษ์ ที่มี ษ ฤษี การันต์ เป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่า ปีก ข้าง พวก หรือ ครึ่ง ในภาษาไทยนิยมใช้ หมายถึงระยะเวลาครึ่งเดือนคือ 14 วัน ทำให้มีผู้เข้าใจว่า การที่เรียก ‘ปักษ์ใต้’ ก็เพราะภาคใต้ มี 14 จังหวัด อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานว่าคนไทยเราใช้คำนี้มาตั้งแต่สมัยอยุธยา ก่อนจะมีการแบ่งเขตการปกครองในภาคใต้เป็น 14 จังหวัดอย่างในปัจจุบัน แต่ว่าในครั้งนั้นไม่ได้เขียนว่า ‘ปักษ์ใต้’ เท่านั้นเอง
พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ หรือ น.ม.ส. ทรงพบว่าในเอกสารราชการสมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เกือบทั้งหมดจะเขียนคำนี้ว่า ‘ปักใต้’ หรือ ‘ปากใต้’ โดยไม่มี ษ ฤษี การันต์ คำว่า ‘ปัก’ หรือ ‘ปาก’ นี้ คือคำเดียวกับคำว่า ‘ฝัก’ หรือ ‘ฝาก’ ที่หมายถึงฝ่าย ดังที่ใช้กันในคำว่าฝักฝ่าย ดังนั้น ‘ปักใต้’ หรือ ‘ปากใต้’ ก็คือ ฝ่ายใต้ หรือ ฟากใต้ ซึ่งหมายถึงหัวเมืองฝ่ายใต้
ทั้งนี้…ทรงสันนิษฐานว่าที่นิยมเรียก ‘ปักใต้’ ก็เพื่อให้เป็นคำควบคู่กับ ‘ฝ่ายเหนือ’ คือ ‘ปักใต้ฝ่ายเหนือ’ เป็นการใช้คำซ้ำความหมาย เช่นเดียวกับคำว่าฝักฝ่ายนั่นเอง
ส่วนคำว่า ‘ปักษ์ใต้’ เริ่มนิยมเขียนกันอย่างแพร่หลายในสมัยรัชกาลที่ 6 นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่า ‘เป็นการจับบวช’ หรือ ‘ดึงเข้าหาวัด’ กล่าวคือ ‘เป็นการแปลงรูปศัพท์คำไทยให้ดูเหมือนคำบาลี-สันสกฤตเท่านั้นเอง’*
เมื่อรู้กันอย่างนี้แล้ว เรากลับมาที่ ‘ขนมอร่อย’ จากปักษ์ใต้ที่ครั้งนี้มีชื่อเรียกว่า ‘ขนมขี้มัน’ กันดีกว่า
ว่ากันว่า ‘ขนมขี้มัน’ นั้น เป็นหนึ่งในขนมไทยแท้โบราณตระกูล ‘ขี้’ ที่มีทั้งหมดสามอย่างด้วยกันคือ ขี้มัน ขี้มอด และขี้หนู ‘ขนมขี้มัน’ มีชื่อเรียกอยู่หลายชื่อ บางที่ก็เรียก ‘ขนมกวน’ บ้าง เรียก ‘ขนมเปียกขี้มัน’ บ้าง หรือ ‘ขนมหน้ามัน’ ก็เคยได้ยิน
‘ขนมขี้มัน’ นั้น ได้ชื่อมาจากส่วนบนของขนมที่เป็นขี้มัน ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือจากการเคี่ยวกะทิในกระทะใบใหญ่บนเตา กวนด้วยไม้พายไปเรื่อยๆ ห้ามหยุดจนกะทิแตกมันและงวดขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายน้ำมันมะพร้าวใสแจ๋วลอยอยู่ด้านบน ส่วนที่เหลือก้นกระทะเป็นกากสีน้ำตาลคือ ‘ขี้มัน’ ลักษณะเหมือนขุยดิน กลิ่นหอม รสชาติหวานนิดๆ มันหน่อยๆ บางคนชอบนำมารับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ
ตักขี้มันขึ้นจากน้ำมัน ใส่ที่กรองเอาไว้ แล้วให้นำหัวหอมแดงซอยบางๆ มาเจียวในน้ำมันมะพร้าว แล้วเอาหอมเจียวมาคลุกรวมกับตัวขี้มัน แล้วค่อยนำไปโรยหน้าขนม
ส่วนเนื้อขนมขี้มันนั้นทำจากข้าวสาร แช่ค้างคืนให้นุ่มแล้วนำไปโม่ให้เป็นน้ำแป้งข้นๆ ใส่กระทะ เติมกะทิ น้ำตาลโตนด กวนจนข้นเหนียว ถึงเทลงถาดเคลือบใบใหญ่ รอให้ขนมจับตัวแข็ง แล้วจึงโรยหน้าด้วยขี้มันเกลี่ยให้ทั่ว เป็นอันเสร็จพิธี**
เมื่อขนมขี้มันเสร็จใหม่ๆ นั้น เราจะได้กลิ่นหอมของขี้มัน เวลารับประทานเนื้อขนมจะเหนียวหนึบ นุ่ม คล้ายขนมเหนียว หรือโมจิของญี่ปุ่น หวานจากน้ำตาลโตนด และความมันหอมจากขี้มัน
ปัจจุบัน…’ขนมขี้มัน’ เป็นขนมไทยโบราณของปักษ์ใต้ที่หารับประทานยากขึ้นทุกวัน หากใครเจอขนมนี้วางขายตามงานเทศกาลต่างๆ แนะนำให้รีบซื้อมาลองชิมดู
รับรองว่าชิมแล้ว…จะติดใจจริงๆ
………………………..
*จากบทความ ‘ท่องปักษ์ใต้ เยือนทะเลสาบ’ โดยนายมหาเศรษฐี ในเว็บไซต์ ฐานข้อมูลข่าวจังหวัดชายแดนภาคใต้
**จากบทความ ‘ขนมขี้มัน ขนมโบราณที่นานแล้วไม่ได้กิน’
โฆษณา