6 ม.ค. 2024 เวลา 08:45 • ศิลปะ & ออกแบบ
โลกใบใหม่

ความจริง ของชีวิต

บทที่ 1
โลก คือ อะไร
ในสมัยพุทธกาล มีลูกมหาเศรษฐีออกบวช ชาวบ้านมากมายสงสัยกันว่า ท่านมีเงินทอง ทรัพย์สมบัติมากมาย สามารถซื้อความสุข สิ่งของทุกอย่างในโลกนี้ได้หมด แต่ทำไมท่านกลับละทิ้งทรัพย์สมบัติทางโลก แล้วออกบวชแสวงหาธรรมดับทุกข์
พระที่เป็นลูกเศรษฐีจึงตอบว่า ,,,สาเหตุที่ออกบวชมีอยู่ 4 ประการ คือ
1.โลกคือหมู่สัตว์อันชราเข้ามาใกล้ ไม่ยั่งยืน
หมายถึง ร่างกายชีวิตเรามีความแก่ เจ็บ ทรุดโทรมลงทุกวัน แมา้เป็นเศรษฐีมีทรัพย์สมบัติเงินทอง แต่ท่านมองเห็นแล้วว่า เราจะตายวันไหนยังไม่รู้เลย ถ้าตายวันนี้ ทุกสิ่งที่เราเคยครอบครองมีอยู่ มันก็ไม่ใช่ของเราอีกต่อไป คนอื่นก็มาครอบครองยึดถือแทนเรา
ความเจ็บป่วย แก่ชรา ความทุกข์ทรมานของร่างกายนับว่าเป็นทุกข์ที่สุด เพราะฉะนั้น ชีวิตจึงไม่น่ายินดี หรือดีใจเมื่อได้ร่างกายนี้มา เพราะเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์มากมาย บางคนก็ตายเร็ว บางคนตายช้า
มันเป็นไปตามเหตุปัจจัยปรุงแต่งของสังขาร ตามเวรกรรมที่เราได้สร้างสมมาจนนับชาติไม่ถ้วน
2.โลกคือหมู่สัตว์พร่องอยู่เป็นนิจ ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสของตัณหา
ความอยากได้เป็นสัจธรรม ตั้งแต่ครั้งพุทธกาลมาจนถึงปัจจุบันนี้ คนเราก็ยังอยากได้ อยากมี อยากเป็นอยู่เช่นนี้ตลอดกาล ความอยากไม่มีที่จบสิ้น ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีวันจบ ยิ่งความเจริญทางวัตถุสิ่งของมันยั่วยวนมากยิ่งขึ้น ต้องแสวงหาเงินทองมาแลกซื้อวัตถุสิ่งของเพื่ออาศัยอยู่กิน เสวยสุข ได้เท่าไหร่ ก็ไม่มีวันพอ ใจพร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่มีวันอิ่ม เป็นทาสของความต้องการ
เมื่อเกิดมาแล้วต้องดิ้นรนตามความอยาก ความปรารถนาอยู่แค่นี้คุณค่าของความเป็นมนุษย์ก็หมดลง เพราะมนุษย์เป็นผู้มีจิตใจสูง และประเสริฐกว่าสัตว์ ต้องมีปัญญาแสวงหาสิ่งที่ดีกว่า วัตถุสิ่งของทรัพย์สมบัติ แสวงหาสิ่งที่ดีกว่า ความสุขทางโลก นั่นคือการหลุดพ้นจากความทุกข์ เพียงแต่เราเอาความอยากออกไปจากใจอย่างเดียว ปัญหาชีวิตจะหมดไป
เราต้องมาฝึกจิตใจให้สงบ(สมาธิ)แล้วพิจารณาปัญหาต่างๆให้ลงสู่กฎไตรลักษณ์ทุกครั้ง จนจิตสามารถยอมรับสภาพเรื่องราวปัญหาต่างๆที่มันเกิดขึ้นได้ว่า บางเรื่องก็แก้ไขได้ แต่บางครั้งก็แก้ไขไม่ได้ มันเป็นธรรมดาของสรรพสิ่งในโลกนี้ เราไม่ต้องไปตกใจเครียด กลุ้มใจกับปัญหานั้น เมื่อใจเราเป็นกลาง สามารถยอมรับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แล้ววางอารมณ์ ปลดปล่อยออกไปจากจิต ความทุกข์จะหมดไป
3.โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องของตัวเอง
คนเรารักตัวเองมากที่สุด หาอยู่ หากิน หาความสุขก็เพื่อให้ตัวเองสุขสบาย ไปมองคุณค่าทางวัตถุสิ่งของมากกว่ามองคุณค่าทางด้านจิตใจที่สงบ ไปหลงกับความเอร็ดอร่อยกับเรื่องกิน กาม เกียรติจึงมีแต่ความโลภ โกรธ หลง มากยิ่งขึ้น ใจก็เร่าร้อนวุ่นวาย เหมือนอยู่ในที่มืด ไม่มีทางออกไปพบแสงสว่าง
ถ้าเราต้องการหาทางออกมาจากปัญหาคือความทุกข์ จะต้องมีธรรมะเป็นที่พึงทางใจ รู้จักการฝึกจิตให้สงบและไม่ยึดถือความคิดมองโลกและชีวิตให้ถึงแก่นแท้ว่ามันจะได้อะไร
แล้วเราจะมาดิ้นรนแสวงหาอะไรกัน เราจะได้ทุกสิ่งจากโลกนี้จริงไหม ทางที่จะหมดความทุกข์ใจ หาเจอหรือยัง สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อชีวิต คืออะไร ต้องรู้จักคิด พิจารณาหาคำตอบให้ได้ ?
4. โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองจริงๆ จะสูญเสียทุกสิ่งไป
ทุกสิ่งที่เราได้อิงอาศัยกินอยู่บนโลกนี้ เราอยู่กับมันครอบครองมัน ขณะมีลมหายใจเท่านั้น มันไม่อยู่กับเราเช่นนั้น ตลอดไป บางทีก็เปลี่ยนแปลงสูญหายไปจากเรา กลับกลายเป็นของคนอื่น เราจึงเป็นเจ้าของโดยสมมุติชั่วคราวเท่านั้น วัตถุสิ่งของทรัพย์สิน ลูก เมีย ผัว หน้าที่การงาน จึงเป็นมายาลวงชั่วคราว ให้เราไปหลุ่มหลงมัวเมาว่า
เป็นของเราตลอดไป ทำให้ต้องเหน็ดเหนื่อยทุกข์ยาก ดิ้นรนแสวงหามาโดยคิดว่า จะนำมาซึ่งความสุข แต่ส่วนมากสุขนิดเดียว ทุกข์จะมากกว่าเยอะ แล้วมันคุ้มค่ากับคุณค่าของชีวิตหรือ ลองคิดดู?
บางครั้งกว่าจะได้มาต้องเอาชีวิตเข้าเเลก ต้องรบราฆ่าฟัน แย่งชิงกัน มันจึงเป็นบ่วงคล้องคอโซ่ตรวนตรึงตรา เป็นลูกกรงขังใจเรา ยากที่จะเป็นอิสระเสรีได้ กลับจะมีแต่ความทุกข์ทรมานไม่มีที่สิ้นสุด
ผู้มีปัญญาจึงมองเห็นว่า
ความสุขที่สุดของชีวิตก็คือ จิตใจเราต้องเข้าถึงความสงบระงับจากการคิดปรุงแต่ง
ไม่อยากได้อะไรแล้วพิจารณาด้วยปัญญา ไม่ไปยึดติดผูกพัน ลุ่มหลงมัวเมากับสิ่งใดหรือเรื่องใด ฝึกจิตให้อิสระเสรี ปลอดโปร่ง ปลดปล่อยความคิดอารมณ์ ออกไปจากจิต เพื่อ
ให้จิตเป็นกลาง ว่างเปล่า ไม่ติดในความสุขหรือความทุกข์
"แต่ทำการงาน หน้าที่ให้ดี ถูกต้องที่สุด ไม่ไปเป็นทุกข์หรือวุ่นวายกับมัน"
โลกใบนี้ เป็น ของว่าง
#การเงินวิถีพุทธ
#สังคมแห่งการแบ่งปันความสุข
#นักวางแผนการเงินด้วยความรัก
โฆษณา