24 ม.ค. 2024 เวลา 09:13 • นิยาย เรื่องสั้น

#เรื่องผีมีอยู่ว่า #TheGhostRadio

เรื่อง: ผีสิงพระ / เล่าโดย: คุณวิน
ย้อนไปเกือบ 20 ปี ผมก็บวชอยู่วัดที่ค่อนข้างเงียบสงบ เป็นวัดชานเมืองแถวบ้าน ที่จะต้องผ่านสวนผ่านไร่ การบวชของผม พอทำวัตรเย็นเสร็จ ผมก็เตรียมเข้าไปจำวัดตามปกติ เนื่องจากตอนที่ผมบวช เป็นช่วงก่อนเข้าพรรษาประมาณ 2 เดือน ผมก็จะได้กุฏิที่ค่อนข้างส่วนตัว ที่อยู่ริมวัด ใกล้ป่าสวนเลย อยู่มา 2 คืนไม่มีอะไร
.
พอมาในคืนที่ 3 ก็อ่านหนังสือไปได้ถึง 3 ทุ่ม กำลังจะนอนแล้ว เพราะเดี๋ยวต้องตื่นตี 4 ทั้งไปทำวัตรเช้า ทั้งไปบิณฑบาต พอเอนตัวลงนอนปุ๊บ ผมรู้สึกเหมือนตกลงจากที่สูง มันวูบไปทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้หลับ พอล้มลงไปก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง อร๊าย… ผมก็คิดในใจว่าคงโดนแล้ว คือเสียงมันอยู่ตรงหน้าต่างหัวนอนเลย มันเหมือนมาจากกำแพงนอกวัด
.
ผมก็นอนฟังเสียงไป เสียงจะผู้ชายก็ไม่ใช่ ผู้หญิงก็ไม่เชิง บางทีเสียงก็คล้ายคน หรือบางทีเสียงก็คล้ายสัตว์ พอฟังไปฟังมาเสียงมันเหมือนจะร้องไห้ หรือบางทีมันก็คล้ายจะหัวเราะ ผมก็ฟังอยู่นาน ไม่ไปไหนสักที ผมก็ลุกขึ้นมาสวดมนต์ แผ่ส่วนกุศลให้ สงสัยน่าจะเป็นเปรต พอสวดจบก็เงียบไปเลย ด้วยความที่เพิ่งบวชใหม่ ๆ ก็ไม่กล้าหันไปมองที่หน้าต่าง กลัวหันไปแล้วจะเห็น แล้วก็ล้มตัวลงนอน
.
ตื่นเช้ามาผมก็ไปเล่าให้หลวงพี่เก่งซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงฟัง ตอนนั้นท่านก็อยู่กับหลวงน้าหม่อง และหลวงตาศุข พระ 2 รูปท่านก็หัวเราะ แล้วบอกให้ลองถามหลวงพี่เก่งสิ ว่าเจออะไรมาบ้าง เกือบสึกเลยรายนั้น ผมเลยถามหลวงพี่เก่งว่าเกิดอะไรขึ้น ท่านก็บอกว่า “ผมเจอหนักกว่าหลวงพี่อีก บางทีก็เจอชะโงกหน้าจากรั้วกำแพง อ้อมมาอีกหน้าต่างนึง 2 คืนติดเลย ตอนนั้นเกือบจะสึกแล้ว”
หลวงตาศุขก็พูดมาประมาณว่า “เรามีบุญเขาเลยมาขอ แล้วเราก็เป็นลูกพระพุทธองค์ เรามีของที่ประเสริฐอยู่แล้ว อย่าไปกลัว” ทีนี้หลังจากนั้นก็เลยทำให้ผมสนิทกับหลวงน้าหม่อง และหลวงตาศุข ผมก็จะมานั่งที่กุฏิท่านอยู่บ่อย ๆ ผ่านไปประมาณ 2 เดือน ก็เข้าพรรษาแล้ว พระเก่าก็จะมีกิจนิมนต์ตามปกติ ส่วนพระใหม่ที่ยังท่องอะไรไม่เก่ง ก็ยังไม่มีกิจนิมนต์ หลวงน้าหลวงตาท่านก็ไปกิจนิมนต์กันตามปกติ
.
แต่มันไม่ปกติตรงที่วันหนึ่ง หลังจากทั้ง 2 รูปกลับมาจากรับกิจนิมนต์ ก็มานั่งคุยกันค่อนข้างดูเครียดเลย ผมก็เข้าไปถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ทั้งคู่ก็บอกว่ามันมีเรื่องประหลาด คือมีโยมคนหนึ่งนิมนต์ให้ไปทำบุญบ้าน แต่ผมต้องตกใจกับประโยคที่ว่า “ระหว่างที่กำลังสวด ๆ อยู่ ผีเข้าว่ะ!” ท่านก็อธิบายว่า พอผีเข้าแล้วมันก็ทำตาขวาง พร้อมพูดว่า “มันทำร้ายผม ๆ ไม่กลัวหรอก ไล่ยังไงก็ไม่ไป”
ตอนนั้นหลวงน้าพยายามสาดน้ำมนต์ แต่ไล่ยังไงก็ไม่ไป หลวงน้าเลยบอกว่า “งั้นเอางี้ ถ้าแน่จริง มาเจอกันที่วัด” แล้วหลวงน้าก็สวดชยันโตไปอีกทีนึง แล้วก็สลบไป ก็เป็นโยมที่ไม่มีญาติที่ไหน แค่อยากให้พระมาทำบุญบ้านเฉย ๆ จนผ่านไป 2 อาทิตย์ โยมคนเดิมมาทำบุญที่วัด แล้วก็มาขอบวช หลวงน้าหลวงตาก็บอกว่า “โยมคนนี้แหละที่เล่าให้ฟัง เขามาแล้ว”
.
ผมก็เลยเดินไปดู ภาพที่ผมเห็นคือเขาผอมมาก ผอมจนหนังติดกระดูก ตัวเหลือง ขาข้างขวาก็โตเหมือนเท้าช้าง ตอนนั้นหลวงน้าก็บอกว่าตอนไปที่บ้านตอนนั้นยังไม่เป็นแบบนี้เลยนะ ก็เลยเข้าไปคุยกันว่าทำไมสภาพถึงเป็นแบบนี้ เขาก็เล่าให้ฟังว่าที่มาบวชก็เพราะเมื่อคืนก่อน เดินลงมาจากบนบ้าน จะมากินน้ำ อยู่ ๆ ก็มีใครไม่รู้มาตบจนกลิ้งตกบันไดลงมา หลังจากนั้นมาสภาพก็เป็นแบบที่เห็นเลยครับ
.
จริง ๆ รองเจ้าอาวาสก็จะไม่ให้บวช กลัวว่าจะมาเป็นภาระให้คนอื่นเขาหรือเปล่า แต่เขาก็ขอร้อง ให้บวชให้ ไม่งั้นเขาตายแน่ เจ้าอาวาสเลยยอมให้บวช เพราะไม่งั้นคงจะแย่แน่ ๆ เลย และในระหว่างที่บวชที่ต้องเดินวนรอบโบสถ์ เขาก็เดินไม่ไหว ต้องให้ลูกศิษย์แบกไป แล้วเครื่องบวชต่าง ๆ ที่วัดก็จัดหามาให้ พอหลังจากแบกเขาเข้าโบสถ์ได้เท่านั้นแหละ เขาก็สลบไปเลยครับ
.
เจ้าอาวาสท่านก็บอกว่าตอนที่เขาเดินเข้ามา ก็เห็นดวงวิญญาณอยู่กลุ่มหนึ่ง ยืนหน้าโบสถ์ แล้วมองมาทางคนที่จะบวช พอเขาฟื้นมาเจ้าอาวาสก็ทำพิธีบวชให้ แต่แปลก เจ้าอาวาสพูดมาว่า “อย่าทำผิดอีกนะ ตั้งใจทำบุญให้เขา” แล้วเจ้าอาวาสก็ให้เณรมาคอยดูแล ขอเรียกพระใหม่ว่าเป็นหลวงพี่เอเลยแล้วกันนะครับ
.
ช่วงแรก ๆ ท่านก็ขยัน ทำกิจของสงฆ์ทั่วไป ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น แต่เนื่องจากขาเขาใหญ่ เขาจะนั่งไม่ค่อยได้ เขาก็จะนอนยืดขา แล้วก็สวดมนต์ จนมาช่วงหลัง ๆ เขาก็เริ่มเจ็บ เริ่มไม่ไหว เขาก็หายไปจากการทำวัตร แต่พวกผมก็ไม่ได้คิดอะไร ก็เข้าใจว่าคงอาพาธ ไม่ต้องลงมา สวดที่ห้องเองก็คงได้ อยู่ ๆ วันนึง เณรก็วิ่งหน้าตาตื่นมาเลยครับ
.
เณรวิ่งมา ตะโกนว่า “หลวงตา หลวงน้า ช่วยด้วย ผีเข้า ๆ” ผมก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ก็รีบไปดูกันครับ สิ่งที่เห็นคือ หลวงพี่เอขึ้นมานั่งขัดสมาธิ นั่งหลังตรงที่คนปกตินั่งได้เลย แล้วเขาก็ตาแข็ง ก็เลยถามเณรว่าเกิดอะไรขึ้น เณรเล่าว่าระหว่างที่กำลังนวดให้หลวงพี่อยู่ สักพักหลวงพี่ก็โวยวาย ชี้ไปที่หน้าต่าง แล้วพูดว่า “มันอยู่ที่หน้าต่าง ๆ” แล้วก็คลานออกมานอกห้อง สุดท้ายก็ล้มลงไป แล้วลุกขึ้นมานั่งแบบที่เห็นกันตอนนี้
.
ตอนที่หลวงตาหลวงน้ามามอง เขาก็มองไปที่ทั้ง 2 รูปแล้วพูดว่า “ไง กูมาแล้ว ท้ากูไม่ใช่หรอ” หลวงตาเลยบอก “ใจเย็น ๆ มีอะไรค่อย ๆ พูดกัน” เหมือนก็คุยกันไป ได้ความว่าหลวงพี่เอไม่ยอมทำบุญให้เขา ไม่สวดมนต์ ไม่กรวดน้ำ ไม่ทำอะไรให้เขาเลย เขาหิวมาก คือเขาเป็นผีเจ้ากรรมนายเวรของหลวงพี่รูปนี้ และก็ได้รู้ที่มาว่า
ในสมัยก่อนหลวงพี่เอเคยเป็นตำรวจ แล้วก็เคยไปจับขบวนการผิดกฎหมาย แล้วมีสายรายงานมาว่า จะมีคนขนของมาในแนวเส้นทางชายแดนนี้ เขาเลยไปไล่จับ แต่ผีตนนั้นที่ยังเป็นคนอยู่ ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เก็บของป่าแล้วเดินมาเจอขบวนการนั้น ก็คุยกันเฉย ๆ แต่ตำรวจมาพอดี เกิดการยิงต่อสู้ ตำรวจวิสามัญทั้งหมด แต่คนนั้นดันยิงไม่เข้า เขามีของ หลวงพี่เอที่เป็นตำรวจเลยจับกดน้ำ จนเสียชีวิต
พอขึ้นมาตาแข็งจ้องมาทางหลวงพี่เอที่เป็นตำรวจ เขาก็เลยให้หมอผีในหมู่บ้านมาสะกดวิญญาณ แต่สะกดไม่ได้ เพราะที่ตายไปเนี่ย เขาเป็นหมอผีเหมือนกัน ด้วยความเป็นตำรวจหนุ่ม ก้ท้าทายด้วยการเอาเท้าลูบหน้าให้ตาหลับ เลยเป็นเหตุให้ขาข้างขวาที่เขาลูบ ทำให้มันโตมาอย่างทุกวันนี้
.
ตัดกลับมาในปัจจุบัน ระหว่างที่เขาเข้าสิงอยู่ เขาก็บอกว่าเขาไม่กลัวหรอก แต่จริง ๆ แล้วที่มาเข้าสิงเนี่ย ตั้งใจจะมาบอกแค่ว่า “มันไม่ยอมทำบุญ กรวดน้ำไปให้เลย หิว” ก็เลยถามกันว่าต้องการอะไร เขาก็บอกว่า “เอาเงินที่ได้จากการขายที่ มาช่วยลูกเมียก่อน เพราะหลังจากที่ตายไปแล้วไม่มีใครดูแลเลยลำบาก และทำบุญพวกลาบ ซกเล็กให้ 7 ชุด เพราะมีดวงวิญญาณอีก 6 ตนรอแย่งอยู่”
หลวงน้าก็เสนอว่าเดี๋ยวให้เขาสร้างพระถวายให้ด้วย เขาเลยบอกว่าอย่าลืมเรื่องทั้งหมดที่บอกไป ไม่อย่างนั้นเขาจะเอามันไปอยู่ด้วย จะให้มันเสียชีวิตอย่างทรมานที่สุด แล้วเขาก็ออกไป แล้วพวกผมก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้กับหลวงพี่เอฟัง วันรุ่งขึ้นพี่เอก็ไปทำตามสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้ จนวันเวลาผ่านไป เขาก็คิดว่าทุกอย่างก็คงจะดีขึ้นแล้ว
.
2 สัปดาห์ผ่านไป พี่เอกลับมาที่วัด ตอนนั้นเขาสึกไปแล้วนะครับ เขากลับมาเดินได้ปกติ นำพระประธานมาให้หลวงพ่อทำพิธี แล้วเดี๋ยวจะไปถวายวัดที่ต่างจังหวัด ตอนนั้นผมก็คิดว่าคงเป็นบุญจากการที่เขาจะถวายพระ ทำให้กลับมาเดินได้ปกติ แข็งแรงขึ้น แล้วหลวงพี่เก่งก็เข้ามาบอกกับผมว่า “เนี่ย ดูไว้นะ จะเชื่อเรื่องผีหรือไม่ อันนี้ไม่รู้ แต่อยากให้เชื่อเรื่องกรรม ทำอะไรกับใครไว้ มันก็จะย้อนกลับมาหาตัวเองในสักวันหนึ่ง”
.
ผมก็เลยถามว่าทำไมผีถึงเข้าสิงพระได้ ท่านก็บอกประมาณว่า “ในสมัยพุทธกาลก็มี ถ้าเจ้ากรรมนายเวรเขาแรงจริง ก็เข้าได้” หลังจากนั้น เวลาผ่านไปไม่นาน มีข่าวว่าพี่เอเสียชีวิตแล้ว จากการเป็นมะเร็ง ค่อย ๆ ผอมแห้ง จนเสียชีวิตไปครับ
.
เล่าไว้วันที่ 25 พฤษภาคม 2562
โฆษณา