21 ม.ค. เวลา 05:17 • ท่องเที่ยว

เริ่มต้นการเดินทางสู่บอลติก (1)

#เที่ยวล่องท่องสามประเทศบอลติก 🇪🇪🇱🇻🇱🇹
ปี๊บ ปี๊บ.. ปี๊บ ปี๊บ.. !!
นาฬิกาในมือถือเก่า ๆ ปลุกให้เราตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตีสอง หลังจากนอนไปได้แค่ 2 ชม. เศษ เพื่อเตรียมเนื้อเตรียมตัวเดินทางไกลกว่า 14 ชม. จากเมืองบางกอก สู่เมืองเฮลซิงกิ ของฟิน...แลนด์ ก่อนต่อเครื่องอีกครั้ง เพื่อไปยังจุดหมาย
นั่นคือ เมืองทาลลินน์ เมืองหลวงน้อย ๆ ของประเทศเอสโตเนีย หนึ่งในประเทศทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลบอลติก
ทริปนี้เราไปกับธนาคารกรุงไทย ตั้งใจไปดูงานด้าน e-Gov ของเอสโตเนีย พร้อมพ่วงชมอีก 2 ประเทศใน Route บอลติก คือ ลัตเวีย แอนด์ ลิทัวเนีย
แน่นอน... พอบอกชื่อแต่ละประเทศ หลายคนฟังแล้วอาจต้องเกาหัวกันจนรังแคร่วง เพราะอิมเมจิ้นภาพไม่ออกว่าหน้าตาแต่ละประเทศเป็นยังไง
การเตรียมตัวไปทริปนี้ มีเวลาให้เตรียมตัวนานหน่อย แต่ก็เตรียมไปกังวลไป เพราะกลัวจะแห้วในวินาทีสุดท้าย หลังจากทางธนาคารแจ้งว่าต้องตรวจ ATK ก่อนเดินทางหนึ่งวัน โชคดีที่ไม่มีใครแจ็คพอตแตกวันสุดท้าย ในที่สุดเราก็ได้เดินทางไปพร้อมกันตามกำหนดทุกคน
เราสำรวจเครื่องเคราที่ต้องเอาติดตัวไปเยือนต่างแดนรอบนี้ อุดมไปด้วยชุดเสื้อผ้า Winter แบบเข้ม ๆ จัดเต็มด้วยเสื้อหนาว Heattech Longjohn หมวก ผ้าพันคอ ถุงมือ อัดมาจนแน่นกระเป๋าลากใบเขื่อง เพราะดูพยากรณ์อากาศแล้วติดลบเกือบทุกวัน แถมยังมีหิมะโปรยปรายลงมาด้วย
วิวบนเครื่องบินที่ฟินแลนด์
กระเป๋าพร้อม ของใช้พร้อม ส่วนคนพร้อมแต่ง่วงสุดใจ เราก้าวเท้าซ้ายออกจากบ้านฝ่าความมืดในช่วงเวลาประมาณตี 2.47 เพื่อเดินทางอีกเกือบ 50 กม. ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ใช้เวลาแค่อึดใจเดียวก็ถึง
คณะของเรานัดเจอกันเวลาตี 4 ไม่ผิด!! ตี 4 จริง ๆ ... เพราะสายการบินที่เราจะเดินทางไปรอบนี้ มีตารางบินเช้าตรู่!! 3 ป. มาก ๆ คือเวลา 7 โมงเช้า นั่นจึงทำให้หลายคนร่วมทริปนอกจากหอบกระเป๋ามาแล้วยังหอบความง่วงมาประชันกันแบบไม่มีใครยอมใคร
เราจัดการเรื่องกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อย ก็เข้ามาในพื้นที่ด้านในไปรอขึ้นเครื่องบิน... ช่วงเวลานี้คนค่อนข้างบางตา แวะใช้เงินในสนามบินเป็น Breakfast เล็กน้อย ก่อนจะไปจัด Main Course และ Dessert แบบเต็มอิ่มที่จุดหมายปลายทาง
นกยักษ์ที่พาเราอ้อมโลกไปครั้งนี้ คือ สายการบินฟินแอร์ เป็นประสบการณ์ใหม่อีกครั้งของการเดินทางด้วยสายการบินต่างชาติ แต่ก็มีข้อดีอย่างหนึ่งโดยเฉพาะคอสุราทั้งหลาย ถ้าได้นั่งสายการบินแปลก ๆ สักครั้ง จะรู้เลยว่า เราจะได้ชิมเบียร์ท้องถิ่นที่ไม่รู้จักขนมาบริการบนเครื่องด้วยแน่นอน
แล้วก็เป็นไปตามนั้น สายการบินที่เราร่วมทุกข์ร่วมสุขตลอด 12 ชม.นี้ มีเบียร์ท้องถิ่นของฟินแลนด์ให้เราชิมจริง ๆ ด้วย
เสียอย่างเดียวเราต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง ซึ่งราคาก็ไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ต้องคิดมาก เพราะถือเป็นประสบการณ์ที่ได้มากเกินกว่าเงินทองที่เสียไปอย่างแน่นอน (อันนี้คิดแบบเข้าข้างตัวเองที่สุดในจักรวาล)
วิวบนเครื่องบินที่ฟินแลนด์หิมะโปรยปราย
ความพิเศษของการเดินทางหนนี้ของผมเอง มีเพื่อนร่วมทริปที่รู้จักกันหลายคน เพราะเกือบทั้งหมดเป็นนักข่าวสายเศรษฐกิจ แต่ที่พิเศษที่สุดคือ มีน้องรัก คือ น้องยศสุดหล่อจากเดลินิวส์ และพี่โตแห่งค่ายไทยโพสต์ ซึ่งเป็นพี่สายการเมืองที่เจอกันเป็นประจำที่ทำเนียบรัฐบาล และทริปนี้ก็ได้ใช้ชีวิตฉันญาติสนิทกันตั้งแต่เริ่มต้นจวบจนเท้าแตะแผ่นดินไทย
ผมกับพี่โต โจ้เบียร์กันบนเครื่องในช่วงที่หลายคนกำลังหลับแบบไม่สนิท ตอนแรกก็เขิน ๆ เพราะคุยไม่ค่อยถูก สั่งไม่ค่อยเป็น แต่ท้ายที่สุดหากเราตั้งใจจะใช้เงินทุกเรื่องไม่ใช่เรื่องยาก แล้วเราก็เสียเงินเป็นค่าเบียร์อร่อย ๆ กระป๋องน้อย ๆ สีครีมจากฟินแลนด์ ชื่อ Sandels ไปคนละ 2 กระป๋อง ในราคากระป๋องละ 6 ยูโร
เสียดายว่า บรรยากาศมันไม่ค่อยเอื้ออำนวยสักเท่าไหร่ เลยคะนองได้นิดเดียว นั่นเพราะอย่างแรกกลัวต้องลุกไปฉี่บ่อย ๆ อย่างที่สอง คือ เงินอาจจะหมดเร็ว และอย่างที่สุดท้าย คือ สภาพร่างกายเริ่มเหนื่อยและล้า ไขว่คว้าเท่าไหร่ไม่ถึงเธอสักที... จึงต้องพักเอาไว้แค่ 2 กระป๋องก่อน
เบียร์บนเครื่องบิน
นกฟิน..น ลำขาวจั๊วของเราใช้เวลาบินย้อน Time Zone นานกว่า 12 ชม. ดูจากแผนที่เราบินอ้อมเป็นรูปตัวแอล เชื่อว่าคงหนีน่านฟ้าแถวยูเครน โดยบินข้ามอินเดียแล้วเตาะไฟเขียวขวามาทางตุรกี ก่อนบินตรงขึ้นไปผ่านโปแลนด์แล้วลงจอดที่เฮลซิงกิ ของฟินแลนด์ ในเวลา 15.35 น. ตามแผน
เราดูเวลาบนจอแสดงเส้นทางการบิน ณ ตอนนี้เวลา 16.23 น. แต่เรายังบินอยู่เหลือทะเลบอลติกอยู่เลย แถมยังเหลือเวลาอีกอย่างน้อย 48 นาที กว่าจะถึงที่หมาย นั่นจึงทำให้เรามีความเสี่ยงอย่างสูงที่จะตกเครื่องที่ต้อง Transfer จากเฮลซิงกิ ไปสู่ทาลลินน์
แล้วก็เป็นจริงตามนั้น เพราะเครื่องบินของเรา Landing บนรันเวย์ที่รอบข้างเต็มไปด้วยหิมะในเวลา 17.02 น. ขณะที่เครื่องบินจากเฮลซิงกิ ไป ทาลลินน์ บินขึ้นฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว นั่นจึงทำให้เราต้องเปลี่ยนแผนจากเดิมต่อเครื่องมาเป็นนั่งเรือข้ามทะเลแทน
เวลาเดินทางถึงฟินแลนด์
ในทุกปัญหาย่อมมีทางออก แล้วก็นับว่าโชคดีเล็ก ๆ เราได้แวะสูดอากาศเมืองเฮลซิงกิสั้น ๆ ในช่วงค่ำ ๆ เพราะต้องไปขึ้นเรือในช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม
โดยช่วงระหว่างรอไปขึ้นเรือ เราได้ชมเมืองหลวงฟินแลนด์พอเป็นน้ำจิ้ม ท่ามกลางอากาศหนาวหนักหน่วง ติดลบต้น ๆ พร้อมหิมะขาวโพลนไปทั้งเมือง ก่อนเข้าไปกินมื้อค่ำในร้านอาหารไทย ที่มีไข่เจียวอร่อยเวอร์
คณะของเรากินข้าวกันแบบด่วนจี๋ ก่อนจะไปยังท่าเรือ เพื่อนั่ง Cruise ลำมโหฬาร โดยใช้เวลาเดินทางข้ามทะเลบอลติกไปยังเมืองหลวงของเอสโตเนียอีกประมาณ 2 ชั่วโมง
บนเรือมีกิจกรรมแก้เหงา และร้านค้าที่ยังพอเปิดให้ช้อปปิ้งบ้าง แต่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางข้ามโลก และน็อครอบเวลาการเดินทางไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะนั่ง นอน พักผ่อนร่างกาย
จนในที่สุดเรือเราก็เทียบท่าเมืองทาลลินน์ ในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนกว่า ๆ จากนั้นเราจึงขึ้นรถบัสไม่ไกล เพื่อเดินทางเข้าพักที่โรงแรมใจกลางเมือง
นับเป็นอันจบการเดินทางยาวนานเกิน 24 ชม. ไปแบบทรหด แต่น่าประทับใจ
(ตอนหน้าเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังถึงบรรยากาศวันแรกบนเมืองทาลลินน์ เมืองหลวงเก๊า..เก่า และเรื่องราวชีวิตตลอด 5 คืนบนดินแดนบอลติกผ่านประสบการณ์ตรง ๆ มัน ๆ กันอีกที)
✈🛳🌨🍺🇫🇮
โฆษณา