11 ก.พ. เวลา 02:30 • ธุรกิจ

กลยุทธ์ เจ้าของ Otteri ใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี ปั้นแฟรนไชส์ ร้านสะดวกซัก มูลค่า 2,700 ล้าน

Otteri wash & dry หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า Otteri มีผู้ก่อตั้งก็คือ คุณกวิน นิทัศนจารุกุล
ซึ่งคุณกวิน เคยเล่าว่า เริ่มต้นก่อตั้งบริษัทในปี 2555 โดยขอเงินทุนจากคุณพ่อจำนวน 4 ล้านบาท
และต่อยอดมาขยายธุรกิจด้วยโมเดลแฟรนไชส์
จนในปี 2565 กลายเป็นบริษัทมูลค่า 2,762.5 ล้านบาท หลังจากที่มีทาง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เข้ามาร่วมลงทุน
รวมแล้วคุณกวินใช้เวลาเพียง 10 ปี ในการปั้นธุรกิจจากเงิน 4 ล้านบาท เป็นธุรกิจมูลค่าหลักพันล้านบาท
คุณกวิน เจ้าของ Otteri wash & dry ทำได้อย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
คุณกวิน นิทัศนจารุกุล เรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาวัสดุศาสตร์ สาขาอัญมณีและเครื่องประดับ
หลังจากเรียนจบ ก็มาช่วยธุรกิจกงสีที่บ้านของคุณแม่ โดยเริ่มจากเป็นเซลส์โรงงานทอผ้า
จากนั้นก็มาคุมโรงงานรับจ้างซักผ้า และหันมาทำน้ำยาซักผ้าขาย ให้ธุรกิจต่าง ๆ เช่น โรงแรม โรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม
ก่อนจะเห็นโอกาสในการขายพ่วงเครื่องซักผ้าด้วย และเริ่มบินไปต่างประเทศเพื่อหาโรงงานขายเครื่องซักผ้า
และก็ได้ก่อตั้ง บริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทำธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรอุตสาหกรรม ซัก อบ รีด ในปี 2555
กระทั่งธุรกิจโดน Alibaba มา Disrupt ธุรกิจเดิม เลยต้องหาโอกาสใหม่ ๆ จนได้เจอกับธุรกิจร้านสะดวกซักที่กำลังบูมในมาเลเซีย สิงคโปร์ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการต่อยอดจากธุรกิจเดิมด้วย
1
คุณกวิน ขอเงินทุนจากคุณพ่อจำนวน 4 ล้านบาท และลองเอาธุรกิจนี้มาทำดูในไทย ภายใต้ชื่อแบรนด์ Koin Laundry ในปี 2558
แต่ทำได้ไม่ถึง 3 เดือนก็เจ๊ง เพราะมองกลุ่มลูกค้าผิด, Brand Position ผิด และ Location ผิด จึงกลับไปศึกษามาใหม่
ลงคอร์สเรียนต่าง ๆ และกลับมาอีกครั้งในปี 2559 ด้วยแบรนด์ Otteri ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วมาก
จนในปี 2565 ขณะที่ Otteri มี 670 สาขา
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ก็เข้ามาร่วมลงทุนซื้อหุ้นในสัดส่วน 40% ด้วยมูลค่า 1,100 ล้านบาท
1
ทำให้มีมูลค่าประเมินของ บริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เจ้าของ Otteri อยู่ที่ 2,762.5 ล้านบาท
1
ปัจจุบัน Otteri ถือเป็นผู้นำธุรกิจร้านสะดวกซักอันดับ 1 ในไทย มีมากกว่า 1,073 สาขา และมีลูกค้าที่ใช้งานเป็นประจำเกือบ 150,000 คน
แล้วคุณกวิน เจ้าของ Otteri ใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี ปั้นธุรกิจหลัก 2,700 ล้านบาท ได้อย่างไร ?
- ทำ Market Research
เดิมธุรกิจนี้มีมานานแล้วในมาเลเซีย และสิงคโปร์ คุณกวินจึงบินไปที่มาเลเซีย เพื่อไปดูว่าโมเดลธุรกิจเป็นอย่างไร ? เจ้าตลาดเป็นใคร ? แข่งกันที่อะไร ? ควรจับกลุ่มลูกค้าแบบไหน ?
ซึ่งหลังจากศึกษาแล้วก็พบว่า เจ้าตลาดนี้เน้นขายแฟรนไชส์ราคาสูง เพราะมองว่าเป็นเจ้าแรก ๆ มีอำนาจกำหนดราคา ใคร ๆ ก็ยอมจ่าย
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ตั้งราคาสูง ธุรกิจกำไรเยอะ แถมธุรกิจไม่มี Barriers to Entry คู่แข่งเลยเข้าตลาดมาด้วยกลยุทธ์ตัดราคา และเน้นขายปริมาณมาก ๆ แทน
จนสุดท้ายเจ้าตลาดรายนี้ก็โดนตีแตก
1
คุณกวินที่เห็นบทเรียนแล้ว จึงเข้าตลาดมาโดยขายแฟรนไชส์ราคากลาง ๆ แล้วเน้นปริมาณเอา
เพื่อให้เกิด Economies of Scale หรือการประหยัดต่อขนาด เมื่อผลิตหรือบริการมาก ๆ นั่นเอง
- เป็น First Mover หรือเจ้าแรก ๆ ในตลาดนี้
ในช่วงนั้นก่อนที่จะเปิดร้าน Koin Laundry ธุรกิจร้านสะดวกซักในไทย ยังไม่ค่อยมีคนสนใจ
โดยหลัก ๆ มีคนทำธุรกิจแนวนี้แบบจริงจังในไทยเพียงรายเดียว เป็นแบรนด์จากมาเลเซีย ที่ขยายมาเปิดในไทย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงนั้นแบรนด์ดังกล่าว มีร้านสะดวกซักในไทยเพียง 1-2 สาขาเท่านั้น
หรือก็คือยังไม่มีเจ้าตลาดรายใหญ่ในไทย รวมทั้งเน้นจับกลุ่มลูกค้าแฟรนไชส์ราคาสูงด้วย ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับคุณกวิน
หลังจากศึกษาสักพัก คุณกวินก็เริ่มทำร้าน Koin Laundry เมื่อปี 2558 ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนและพัฒนามาทำ Otteri ในปีต่อมา
- ใช้พลังของโมเดล “แฟรนไชส์” ช่วยขยายธุรกิจ
โดยคุณกวินศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับโมเดลแบบนี้ ด้วยการเข้าคอร์สเรียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ของกระทรวงพาณิชย์ แล้วจึงมาเริ่มทำ Otteri
ซึ่งหลายคนอาจคิดว่า ทำไมไม่ทำสาขาเองทั้งหมด จะได้กินกำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วยคนเดียว
แต่จริง ๆ แล้วการจะทำแบบนั้นได้ จำเป็นต้องใช้เงินทุนมหาศาล เพราะการจะเปิดร้านสะดวกซัก 1 สาขา ต้องใช้เงินเริ่มต้นราว 3 ล้านบาท ถ้าเปิด 10 สาขา ก็ต้องใช้เงิน 30 ล้านบาทแล้ว
ในทางกลับกัน ถ้าขยายธุรกิจด้วยโมเดลแฟรนไชส์ เราจะสามารถเปิดร้าน Otteri ได้ 1 สาขา โดยใช้เงินที่ได้จากค่าแฟรนไชส์ทุก ๆ 5 สาขา โดยที่ไม่ต้องควักทุนของตัวเอง
แต่ก็ต้องหมายเหตุด้วยว่า ธุรกิจนั้น ๆ จะเหมาะกับโมเดลแฟรนไชส์หรือไม่ด้วย
ซึ่งเคสของ Otteri เป็นการใช้โมเดลแบบนี้ แล้วประสบความสำเร็จ
- ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนสมัยนี้
ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นนี้ที่ค่อนข้างเร่งรีบในการใช้ชีวิต และยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก และเวลา
Otteri จึงทำร้านให้ตอบโจทย์ดังกล่าวมากกว่าธุรกิจร้านซักผ้าหยอดเหรียญแบบดั้งเดิม คือ
1. ดีขึ้น
คือจากร้านซักผ้าปกติที่ไม่มีที่นั่ง ภาพลักษณ์ดูเก่า ๆ ร้อน ๆ แต่ที่นี่สามารถนั่งเล่นรอที่ร้านได้เลย มี WiFi มีพัดลม มีกล้องวงจรปิด แถมภาพลักษณ์ของร้านก็ดูเป็นมิตร
1
2. เร็วขึ้น
คือจากปกติที่ต้องใช้เวลาซักผ้า 1 ชั่วโมง อบอีก 1 ชั่วโมง เหลือทั้ง 2 ขั้นตอนไม่ถึงชั่วโมงเดียว ประหยัดเวลาไป 2 เท่า
3. สะอาดขึ้น
คือเครื่องซักผ้าในสาขาของ Otteri เป็นเครื่องซักผ้าระดับอุตสาหกรรม ราคาหลักแสนบาท
เมื่อเทียบกับเครื่องซักผ้าครัวเรือนทั่วไป ที่มีราคาเครื่องละไม่กี่หมื่นบาท ย่อมดีกว่า และสะอาดกว่า
อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องบอกว่านี่คงไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดของความสำเร็จ
เพราะสำหรับการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ย่อมต้องใช้หลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน
1
แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยเหล่านี้ เรื่องเหล่านี้
ก็มีส่วนสำคัญ ที่ทำให้ Otteri สามารถประสบความสำเร็จเป็นที่ 1 ในธุรกิจร้านสะดวกซัก
จนมีมูลค่ากิจการกว่า 2,700 ล้านบาท อย่างในวันนี้..
อยากรู้อินไซต์ธุรกิจสนุก ๆ แบบนี้ เตรียมพบกันที่งาน “The Entrepreneur Forum 2024”
งานนี้คุณกวิน นิทัศนจารุกุล เจ้าของ Otteri wash & dry ก็มาด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/longtunman/posts/pfbid02ycA7FK3gBUAGvfNMmAYdqa95hVxLaq5FvSJToTF6DJrzfyXMYu11cpM321mzFsUcl
References
- Otteri ร้านซักผ้าที่มีมากกว่าถึง 500 สาขาภายใน 5 ปี | PERSPECTIVE RERUN EP24/2021 จากช่อง BLACK DOT
- 10 ปี 2,700 ล้าน Otteri ทำได้ยังไง? - คิม กวิน นิทัศนจารุกุล จากช่อง NopPongsatorn
โฆษณา