วิเคราะห์โมเดล ไข่หวานบ้านซูชิ ขายซูชิคำละ 10 บาท รายได้ 66 ล้าน

ถ้าให้พูดถึงร้านขายซูชิคำละ 10 บาท เชื่อว่าหลายคนจะนึกถึงชื่อ “ไข่หวานบ้านซูชิ”
ไข่หวานบ้านซูชิ เป็นร้านซูชิสีเหลือง ที่เราเห็นได้ตามปั๊มน้ำมัน แหล่งชุมชน หรือแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ที่น่าสนใจคือปัจจุบัน ไข่หวานบ้านซูชินั้นขยายสาขาไปได้กว่า 250 สาขาทั่วประเทศ
และบริษัทเจ้าของแบรนด์อย่าง บริษัท ไข่หวานบ้านซูชิ (ประเทศไทย) จำกัด
ก็ทำรายได้ในปี 2565 ไป 66 ล้านบาท
ไข่หวานบ้านซูชิ ทำอย่างไร ให้กลายเป็นธุรกิจหลักสิบล้านบาทได้ ?
BrandCase วิเคราะห์ให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
- เน้นปริมาณเยอะ ราคาเข้าถึงง่าย
จุดเด่นแรกของไข่หวานบ้านซูชิ คือ เรื่องของราคาและปริมาณ
เพราะนอกจากราคาจะเริ่มต้นที่คำละ 10 บาทแล้ว ยังให้มาในปริมาณที่ใหญ่เต็มคำ
ไม่ว่าจะเป็นเมนูที่เริ่มต้นคำละ 10 บาท อย่างซูชิปูอัด, ซูชิเบคอนสไปซี หรือซูชิยำสาหร่าย
และเมนูคำละ 20, 30, 40 บาท อย่างซูชิกุ้ง, ซูชิซาบะดอง หรือแซลมอนโรล ก็ให้ปริมาณที่เยอะไม่แพ้กัน
โดยแต่ละเมนูก็จะมีเชฟที่คอยปั้นใหม่สด ๆ และคอยเติมหน้าใหม่ ๆ ให้ลูกค้าอยู่ตลอดทั้งวัน
ซึ่งนอกจากไข่หวานบ้านซูชิจะมีเมนูซูชิให้เลือกมากกว่า 70 เมนูแล้ว ในบางสาขายังมีเมนูอาหารอื่น ๆ หรือเมนูพิเศษเฉพาะสาขาเพิ่มเติมด้วย
ไม่ว่าจะเป็น เมนูข้าวหน้าแกงกะหรี่, ข้าวหน้าปลาดิบ, เมนูซุปต่าง ๆ ในราคาแบบมาตรฐานของไข่หวานบ้านซูชิ
มากไปกว่านั้น อีกหนึ่งจุดเด่นของไข่หวานบ้านซูชิ คือในหลาย ๆ สาขา ลูกค้าสามารถเลือกหน้าซูชิเองได้
โดยลูกค้าสามารถเลือกวัตถุดิบที่ตัวเองชื่นชอบหลาย ๆ อย่างมารวมกัน แล้วให้เชฟที่หน้าร้านปั้นให้ใหม่ได้เลย
และถึงแม้ว่าเมนูซูชิคำละ 10 บาท จะหาซื้อได้ตามตลาดนัดแถวบ้านก็ตาม
แต่เมื่อเทียบกันในเรื่องคุณภาพและความสะอาดแล้ว ก็ทำให้หลาย ๆ คนเลือกซื้อซูชิที่ร้านไข่หวานบ้านซูชิแทน
ตัวอย่างเช่น ซูชิยำสาหร่าย คำละ 10 บาท ที่ขายตามตลาดนัด อาจวางขายไว้ในจุดที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมา หรือสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นเยอะ
ลูกค้าหลายคนอาจกังวลว่าซูชิที่ขายอยู่ตรงนั้นปนเปื้อนฝุ่น อาจไม่สะอาดและไม่สดแล้ว
เมื่อเทียบกับซูชิยำสาหร่าย คำละ 10 บาท ที่วางไว้ในตู้ที่มีกระจกครอบ และอยู่ภายในห้องแอร์ของร้านไข่หวานบ้านซูชิ ที่ราคาไม่ต่างกัน แต่ได้ความสะอาดที่มากกว่า
- ขยายสาขาตามแหล่งชุมชน ปั๊มน้ำมัน และแหล่งท่องเที่ยว
สำหรับใครที่เคยเห็นหรือเคยไปอุดหนุนไข่หวานบ้านซูชิ เชื่อว่าสาขาที่หลาย ๆ คนไปนั้น จะต้องเป็นสาขาที่อยู่ตามแหล่งท่องเที่ยว ปั๊มน้ำมัน หรือไม่ก็เป็นแหล่งชุมชนแถวบ้าน ที่มีคนเดินพลุกพล่าน
หากลองสังเกตดูในหลาย ๆ สาขาของไข่หวานบ้านซูชิ จะเห็นว่าทำเลที่ตั้งของร้านมักตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญ เช่น หมู่บ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล หรือนิคมอุตสาหกรรม
ซึ่งสถานที่สำคัญเหล่านี้เป็นแหล่งที่มีผู้บริโภคตั้งแต่เด็กนักเรียน ไปจนถึงวัยทำงานและครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์
ซึ่งนี่ก็คือ ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ไข่หวานบ้านซูชิ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างทั่วถึง
ทั้งคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และคนวัยทำงานที่ต้องการหามื้อง่าย ๆ ทานสักหนึ่งมื้อก่อนกลับบ้าน
หรือนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทาง และอยากแวะหาอะไรทานเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างเดินทาง
- การตกแต่งร้าน
 
ปัจจุบันไข่หวานบ้านซูชิไม่ได้มีแค่ร้าน Kiosk แบบไม่มีที่นั่งและให้บริการแค่ซื้อกลับบ้านเท่านั้น
แต่ยังมีสาขาอีกหลาย ๆ สาขาที่มาในรูปแบบร้านอาหารห้องแอร์ พร้อมโต๊ะให้นั่งกินแบบเย็นสบาย ในราคาเริ่มต้นที่ 10 บาทเท่าเดิม
ทำให้ลูกค้าที่ได้มาใช้บริการรู้สึกคุ้มค่ากับราคาที่จ่าย เพราะได้นั่งกินซูชิในห้องแอร์สบาย ๆ อาหารสะอาด และจ่ายในราคาที่คุ้มค่า
อีกทั้งทางร้านยังตั้งใจทำระบบร้านให้มีความสะดวก เหมาะกับชีวิตเร่งรีบของคนในปัจจุบัน
เช่น หน้าซูชิยอดนิยมที่มีให้ลูกค้าเลือกหยิบซื้อได้ทันที
นอกจากนี้ยังมีการบรรจุเมนูอาหารอื่น ๆ ให้หยิบง่าย ทานง่าย และเหมาะกับการซื้อกลับบ้านอีกด้วย
ตัวอย่างเช่น ลูกค้าที่เร่งรีบหรืออยากซื้อกลับบ้าน ก็สามารถเดินเข้ามาหยิบกล่องที่วางอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์และคีบซูชิจากตู้กระจก หรือจะหยิบเมนูข้าวหน้าปลาในตู้แช่และนำไปจ่ายเงินได้เลย
- โปรโมชันน่าจูงใจ
ต้องบอกว่าใครที่เคยไปทานไข่หวานบ้านซูชิ อาจจะต้องเผลอใจให้กับโปรโมชันนี้มาแล้ว นั่นก็คือ ซื้อ 10 แถม 1
ซึ่งถ้าใครมาทานด้วยกันสองคน หรือซื้อไปฝากคนที่บ้าน ก็คงอดไม่ไหวที่จะคีบซูชิเพิ่มให้ครบ 10 ชิ้น เพื่อใช้โปรโมชันนี้
ซึ่งโปรโมชันนี้ก็ช่วยจูงใจให้ลูกค้าเกิดการซื้อเพิ่มได้ดีทีเดียว อย่างบางคนหยิบซูชิไปแล้ว 8 ชิ้น ก็คงอดไม่ได้ที่จะต้องหยิบเพิ่มจนครบ 10 ชิ้น เพื่อให้ได้ฟรีอีก 1 คำ
 
- โมเดลธุรกิจแบบแฟรนไชส์
1
ทั้งนี้ต้องบอกว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้จำนวนสาขาของไข่หวานบ้านซูชินั้นเติบโตได้อย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากระบบธุรกิจแบบแฟรนไชส์ด้วย
โดยอ้างอิงจาก Manager Online ไข่หวานบ้านซูชินั้นเปิดขายแฟรนไชส์เริ่มต้นที่ประมาณ 600,000 บาท
ซึ่งคนที่ซื้อแฟรนไชส์ทั้งหมดนั้น จะต้องไปเรียนรู้วิธีการทั้งหมดที่ศูนย์เทรนนิง ย่าน รามอินทรา ที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้น
นอกจากรายได้ที่ได้จากการขายแฟรนไชส์แล้ว แบรนด์ยังมีรายได้มาจากการขายน้ำโชยุตามซูเปอร์มาร์เก็ต
และรายได้จากการส่งวัตถุดิบ อย่างเช่น น้ำซอสโชยุ หรือน้ำส้มหมักข้าวซูชิ ที่เป็นสูตรเฉพาะของแบรนด์ให้กับเหล่าลูกค้าแฟรนไชส์อีกด้วย
นั่นก็หมายความว่า รายได้หลัก ๆ ของ บริษัท ไข่หวานบ้านซูชิ (ประเทศไทย) จำกัด
เจ้าของแบรนด์ไข่หวานบ้านซูชินั้น ไม่ได้มีแค่รายได้ที่เกิดจากการขายซูชิในร้านที่ตัวเองเป็นเจ้าของเท่านั้น
แต่ยังมีรายได้อื่นที่มาจากการเก็บค่าแฟรนไชส์ และรายได้จากการขายวัตถุดิบให้กับลูกค้าแฟรนไชส์ ด้วยนั่นเอง
ซึ่งล่าสุดในปี 2565 บริษัท ไข่หวานบ้านซูชิ (ประเทศไทย) จำกัด ทำรายได้ไปทั้งหมด 66 ล้านบาท
จากเดิมปี 2563 มีรายได้อยู่ที่ 4 ล้านบาท
หรือโตขึ้นมาเป็น 16.5 เท่า ภายในเวลา 3 ปี เลยทีเดียว..
โฆษณา