21 ก.พ. เวลา 02:46 • ธุรกิจ

สรุปจักรวาล Central Group จากเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ถึงศูนย์การค้า-ห้างหรู 40 แห่ง ในยุโรป

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ในไทย..
คือที่ดินผืนงามบนถนนเพลินจิต ขนาด 3 ไร่ อยู่ติดกับห้างเซ็นทรัลชิดลม กำลังมีการเจรจาเปลี่ยนมือ
1
โดยระหว่างเจ้าของที่ดิน คือตระกูลสุโกศล กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่
ที่สนนราคาซื้อในราคาตารางวาละ 4 ล้านบาท
จึงทำให้มีการคาดการณ์กันว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่นั้น
อาจเป็น “Central Group” ที่มีห้างเซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซีขนาบข้างที่ดินผืนนั้นอยู่แล้ว
รู้หรือไม่ว่านอกจากที่ Central Group จะเป็นหัวหอกในการพัฒนาศูนย์การค้าเซ็นทรัล โรบินสัน และห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ทั่วประเทศ
3
Central Group ก็ยังเป็นผู้ปลุกปั้น Central Embassy และเป็นเจ้าของห้างหรูกว่า 40 แห่งในยุโรปอีกด้วย
เรื่องราวของ Central Group ในวงการปั้นแบรนด์ศูนย์การค้า มีความน่าสนใจอย่างไร ?
แล้วทำไมถึงมาเกี่ยวข้องกับที่ดินผืนนี้
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ ..
เล่าก่อนว่า Central Group ก็คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และร้านอาหาร ในเครือเซ็นทรัลทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็น
- การเปิดห้างเซ็นทรัลแห่งแรก ที่วังบูรพา เมื่อปี 2499
และเปิด เซ็นทรัลชิดลม เป็นห้างสรรพสินค้าสาขาแฟล็กชิปแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อปี 2516
- การเป็นผู้บุกเบิกร้านอาหารจานด่วน อย่าง Mister Donut เมื่อปี 2521
ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้น ของธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย
1
- การปรับโมเดลห้างสรรพสินค้า ให้เป็นศูนย์การค้าแห่งแรก ๆ อย่างเซ็นทรัล ลาดพร้าว เมื่อปี 2525
- การปลุกปั้นธุรกิจโรงแรมแห่งแรก ใกล้ ๆ กับเซ็นทรัล ลาดพร้าว เมื่อปี 2526
โดย Central Group ได้วางโครงสร้างของธุรกิจต่าง ๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดไว้เป็นอย่างดี
ผ่านการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 3 บริษัท นั่นคือ
1. บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา เจ้าของโรงแรมเครือ Centara
และเชนร้านอาหารดัง เช่น Mister Donut, Auntie Anne’s, Pepper lunch, คัตสึยะ
บริษัทได้ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2533 โดยใช้ชื่อตัวย่อหุ้นว่า CENTEL
2. บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เจ้าของศูนย์การค้าเซ็นทรัล 39 สาขาทั่วประเทศ
นอกจากศูนย์การค้าแล้ว ยังมีธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์
บริษัทได้ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2538 โดยใช้ชื่อตัวย่อหุ้นว่า CPN
3. บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ตัวพ่อห้างค้าปลีกของเมืองไทย
- เป็นตัวแทนนำเข้าสินค้าแบรนด์ดัง มาจำหน่ายในประเทศไทย
- เจ้าของห้างเซ็นทรัล ห้างโรบินสัน และร้านค้าเฉพาะอย่าง
เช่น TOPS, B2S, Power Buy และไทวัสดุ
- เป็นเจ้าของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์
บริษัทเพิ่ง IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2563 โดยใช้ชื่อตัวย่อหุ้นว่า CRC
นอกจากจะเป็นเจ้าของ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านอาหาร และโรงแรม ในไทยแล้ว
1
Central Group ยังขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศด้วย อย่างประเทศเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย
1
และอีกท่าประจำที่ Central Group ใช้ คือการเข้าซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าหรู ในยุโรป ..
ปี 2554 ซื้อกิจการห้างรีนาเชนเต (Rinascente) เป็นห้างสรรพสินค้าหรูที่เก่าแก่ในประเทศอิตาลี
ซึ่งปัจจุบันห้างรีนาเชนเต มีสาขาครอบคลุมกว่า 9 แห่งใน 8 เมือง ทั่วอิตาลี
ปี 2556 ซื้อกิจการห้างอิลลุม (ILLUM) ห้างสรรพสินค้าหรูเก่าแก่ ที่ดีที่สุดในประเทศเดนมาร์ก
ปี 2558 ร่วมทุนกับกลุ่มซิกน่า (Signa) บริษัทที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
และห้างค้าปลีกชั้นนำของยุโรป เพื่อซื้อกิจการห้างหรูในประเทศเยอรมนี 3 แห่ง ได้แก่
- ห้างคาเดเว (KaDeWe) ห้างสรรพสินค้าหรู ที่ตั้งอยู่ในกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี
- ห้างโอเบอร์โพลลิงเกอร์ (Oberpollinger) ห้างสรรพสินค้าหรู ที่เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของเมืองมิวนิก
- ห้างอัลสแตร์เฮ้าส์ (Alsterhaus) ห้างสรรพสินค้าหรูแห่งเมืองฮัมบวร์ค ประเทศเยอรมนี
ปี 2563 ร่วมทุนกับกลุ่มซิกน่า เพื่อซื้อกิจการห้าง (GLOBUS) ห้างสรรพสินค้าหรู
ที่มีอยู่ทั่วทุกภูมิภาคในสวิตเซอร์แลนด์
โดยห้างโกลบุส มีสาขากว่า 9 แห่ง ครอบคลุม 8 เมืองทั่วประเทศ
1
และล่าสุดเมื่อปี 2565 Central Group ก็ได้ร่วมทุนกับกลุ่มซิกน่าอีกครั้ง
เพื่อซื้อกลุ่มห้างสรรพสินค้าเซลฟริดเจส (Selfridges)
ซึ่งเป็นกลุ่มห้างสรรพสินค้าหรูที่มีทั้งหมด 18 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น 4 แบรนด์
กระจายอยู่ใน 3 ประเทศ ได้แก่
- ห้างเซลฟริดเจส (Selfridges) เป็นห้างสรรพสินค้าหรูในประเทศอังกฤษ
ซึ่งมีทั้งหมด 4 สาขาใน 3 เมืองใหญ่ ได้แก่ ลอนดอน แมนเชสเตอร์ และเบอร์มิงแฮม
- ห้างบราวน์ โทมัส (Brown Thomas) เป็นห้างสรรพสินค้าหรูในประเทศไอร์แลนด์
ซึ่งมีทั้งหมด 6 สาขาใน 6 เมืองทั่วประเทศ
- ห้างอาร์นอตส์ (Arnotts) เป็นห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางกรุงดับลิน
ซึ่งเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่ไปไอร์แลนด์
2
- ห้างดี แบนคอร์ฟ (de Bijenkorf) เป็นห้างสรรพสินค้าหรูที่เก่าแก่ในประเทศเนเธอร์แลนด์
ที่มีมากถึง 7 สาขาใน 7 เมืองทั่วประเทศ
เมื่อรวมกันแล้ว ทำให้ Central Group เป็นเจ้าของห้างหรูในยุโรปถึง 40 แห่ง
ซึ่ง Central Group เป็นผู้ลงทุนในห้างหรูทั้งหมด 31 แห่ง ด้วยตัวเองทั้งหมด
ยกเว้นห้างรีนาเชนเต ที่ประเทศอิตาลีทั้ง 9 สาขา ซึ่งปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล หรือ CRC เป็นเจ้าของ
นอกจากจะค่อย ๆ เข้าไปทยอยซื้อห้างสรรพสินค้าหรูในยุโรปแล้ว
Central Group ก็ยังได้พัฒนาศูนย์การค้าหรู ในประเทศไทยด้วย
3
อย่างการปลุกปั้น เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้เป็นโครงการมิกซ์ยูสสุดหรูใจกลางย่านเพลินจิต
1
โดย Central Group ได้ชนะการประมูลที่ดินบริเวณด้านหน้าของสถานทูตอังกฤษ
และนำที่ดินส่วนด้านหน้ามาสร้างเป็น โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่
1
ซึ่งตัวมิกซ์ยูส ก็ประกอบไปด้วย ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นศูนย์การค้าหรูแห่งแรกของ Central Group
และโรงแรม Park Hyatt Bangkok ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ใจกลางกรุงเทพมหานคร
โดยตัวศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้เปิดให้บริการเมื่อปี 2557
และโรงแรม Park Hyatt Bangkok ได้เปิดให้บริการเมื่อปี 2560
นอกจากนี้ Central Group ก็ยังได้ชนะการประมูลที่ดิน บริเวณด้านหลังสถานทูตอังกฤษ
โดยร่วมทุนกับกลุ่มฮ่องกงแลนด์
และมีแผนที่จะขยายโครงการมิกซ์ยูส เซ็นทรัล เอ็มบาสซีเฟส 2 อีกด้วย
ปัจจุบัน โครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มีเจ้าของคือ
2
- บริษัท เตียง จิราธิวัฒน์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในกลุ่มโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL)
- บริษัท ซีพีเอ็น แอนด์ เอชเคแอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา (CPN)
โดยกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ถือหุ้นอยู่ 51%
ที่น่าสนใจคือ ตัวศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี อยู่ในระยะที่ใกล้กับเซ็นทรัลชิดลมมาก
และเดินถึงกันได้ด้วยระยะห่างกันแค่เพียง 1 ช่วงตึกเท่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่า ที่ดินที่คั่นระหว่างศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กับเซ็นทรัลชิดลมในตอนนี้
ก็คือที่ดินบริเวณลานจอดรถขนาด 3 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินว่างเปล่าผืนท้าย ๆ บนถนนเพลินจิต
ซึ่งด้านหลังของที่ดินแปลงนี้ ยังอยู่ติดกับตึกออฟฟิศของกลุ่มเซ็นทรัลรีเทลด้วย
เมื่อรอบข้างที่ดินผืนนี้ ขนาบไปด้วยห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และอาคารสำนักงานของ Central Group
จึงทำให้ Central Group เป็นที่น่าจับตามอง ว่าจะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมดีลซื้อที่ดินใจกลางเมือง
ในราคาตารางวาละ 4 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเป็นโครงการห้างสรรพสินค้าหรู หรือมิกซ์ยูสใจกลางเมืองหรือไม่ ? หรือจะเอาไปทำอะไร
ซึ่งหากกลุ่มเซ็นทรัล ตกลงที่จะซื้อที่ดินผืนนี้
นั่นหมายความว่า กลุ่มเซ็นทรัล กำลังทุบสถิติซื้อที่ดินที่ “แพงที่สุดในประเทศไทย” ใจกลางย่านเพลินจิต
1
คือราคาตารางวาละ 4 ล้านบาท หรือไร่ละ 1,600 ล้านบาท
ด้วยมูลค่าเท่านี้ ทำให้ที่ดินทั้งแปลงที่มีขนาด 3 ไร่ มีมูลค่ามากถึง 4,800 ล้านบาท เลยทีเดียว..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ปัจจุบันที่ดิน 4 ไร่ที่อยู่ติดกับเซ็นทรัลชิดลม เป็นของตระกูลสุโกศล
ซึ่งเป็นตระกูลของนักร้องดังอย่าง คุณกมลา สุโกศล ที่เป็นเจ้าของเพลง Live and Learn
ซึ่งคุณกมลา สุโกศล ก็เป็นคุณแม่ของ คุณกฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือ “น้อย วงพรู” นักร้องและนักแสดงชาวไทยชื่อดัง นั่นเอง..
2
โฆษณา