Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
นักฟุตบอล นอกกระแส
•
ติดตาม
18 มี.ค. 2024 เวลา 16:37 • กีฬา
EP.22 ซุน จีไห่ - เดชไอ้ตี๋ขึ้นขี่เรือใบ
- นักเตะเอเชียในยุคปัจจุบันเริ่มได้รับการยอมรับและมักจะมีทีมสโมสรจากทวีปยุโรปดึงตัวไปร่วมทีมกันอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่มนักเตะที่มาจากโซนเอเชียตะวันออกซึ่ง 2 ชาติที่ขายดิบขายดีก็คือ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
- ดาวเตะเลือดซามูไรและดาวเตะเลือดโสมขาวมักจะได้รับความนิยมและถูกดึงตัวไปเล่นในยุโรปกันอย่างมากมาย โดยคนที่น่าจะโดดเด่นที่สุดในยุคปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้น ซน เฮือง มิน ซึ่งเป็นกัปตันทีมของ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
- ซน เฮือง มิน ก้าวขึ้นมาเป็นดาวเตะระดับชั้นนำของศึกพรีเมียร์ลีก แต่ทว่าเขาไม่ใช่นักเตะจากเอเชียคนแรกที่่เข้ามาหากินในอังกฤษ โดยก่อนหน้านั้นมีนักเตะจากเอเชียที่เคยเข้ามาวาดลวดลายในเกมพรีเมียร์ลีกอยู่บ้างไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ชาวเกาหลีใต้ของซนอย่าง พาร์ค ชี ซอง หรือจะเป็นดาวเตะมาดเท่ห์ชาวญี่ปุ่นอย่าง ฮิเดโตชิ นากาตะ
- โดยนักเตะจากเอเชียที่มาค้าแข้งในอังกฤษไม่ได้มีเฉพาะแค่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ แต่ยังมีดาวเตะจากอิหร่าน / โอมาน / อิรัก และชนชาติที่มีประชากรมากที่สุดในโลกอย่าง จีน ก็เคยมีนักเตะเข้ามาค้าแข้งในอังกฤษอยู่เช่นทั้ง หลี่ เถีย รวมไปถึง ซุน จีไห่ ซึ่งเคยมาลงเล่นให้กับ คริสตัล พาเลซ / แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชฟฟิลดิ์ ยูไนเต็ด
- ซุน จีไห่ เกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน ปี 1977 ที่ประเทศจีน โดยถึงแม้ว่าฟุตบอลอาจจะไม่ใช่กีฬายอดนิยมมากนักในประเทศจีน แต่ซุนจีไห่ก็เลือกที่จะไปในเส้นทางของนักฟุตบอลอาชีพ โดยที่เขาได้เริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลกับสโมสร ต้าเหลียน ซือเต๋อ ในปี 1995
- แม้ว่าจะผิดหวังจากการไม่ได้ถูกรับเลือกไปทดสอบฝีเท้าในประเทศบราซิล แต่เขาก็ไม่ย่อท้อยังคงมุ่งมั่นและทำผลงานกับต้าเหลียน ซือเต๋ออย่างเต็มพลังจนเขาสามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกได้ 4 สมัยและแชมป์บอลถ้วยอีก 1 สมัย
- หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างสวยงามกับต้าเหลียน ซือเต๋อ ทางด้านของซุนจีไห่ก็ถูก คริสตัล พาเลซ ยืมตัวไปใช้งานในปี 1998 โดยที่เขาไปพร้อมกับ ฟ่าน จือยี่ ซึ่งทำให้พวกเขาทั้งคู่กลายเป็นนักเตะจีนคู่แรกที่ได้ไปเล่นในอังกฤษ โดยนัดแรกของซุนจีไห่ที่ลงเล่นให้ทีมปราสาทเรือนแก้วก็คือเกมที่ทีมแพ้ต่อ บิวรี่ ไป 0-3 ในเกมลีกคัพฤดูกาล 1998/1999
- ซุน จีไห่ถูกเรียกตัวกลับต้าเหลียน ซือเต๋อหลังจากที่สโมสรกำลังต่อสู้อย่างหนักหลังจากเสี่ยงที่จะตกชั้น โดยในช่วงต้นปี 2002 ทางด้านของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรของพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้ตัดสินใจจ่ายเงินจำนวน 2 ล้านปอนด์ให้ต้าเหลียน ซือเต๋อในการดึงตัวซุน จีไห่มาร่วมทีมซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวได้กลัมาค้าแข้งในอังกฤษเป็นรอบที่ 2
- หลังจากย้ายมาร่วมทัพเรือใบสีฟ้า เขาได้ลงเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา โดยแม้ว่าในช่วงแรกเขาแฟนบอลจะถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการซื้อเพื่อการตลาดของสโมสร แต่ซุนจีไห่ก็ไม่สนใจกับคำสบประมาทซึ่งเขาอาศัยความขยันทุ่มเทและวิ่งสู้ฟัด ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปเขาได้กลายเป็นหนึ่งในดาวเตะขวัญใจของแฟนบอลแมนฯซิตี้ไปโดยปริยาย
- นอกจากจะเป็นนักเตะเอเชียคนแรกของแมนฯซิตี้แล้ว ซุนจีไห่ยังเป็นนักเตะจากเอเชียตะวันออกคนแรกที่ทำประตูได้ในศึกพรีเมียร์ลีกในเกมที่เอาชนะ เบอร์มิงแฮม ไป 2-0 เมื่อเดือนตุลาคมของปี 2002
- ซุน จีไห่กลายเป็นแบ็คขวาตัวหลักของแมนฯซิตี้ในยุคของกุนซือ เควิน คีแกน แต่แล้วในช่วงฤดูกาล 2004/2005 เจ้าตัวก็ได้รับบาดเจ็บหนักจากการปะทะกับ ไอเดอร์ กุดยอห์นเซ่น กองหน้าของเชลซี ทำให้เขาพลาดการลงสนามในช่วงที่เหลือของฤดูกาล
- แมนฯซิตี้ในฤดูกาล 2007/2008 พวกเขามาพร้อมกับการเทกโอเวอร์ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยและนอกจากนั้นพวกเขายังได้กุนซือคนใหม่อย่าง สเวน โกรัน อีริคส์สัน ซึ่งเป็นอดีตกุนซือของทีมชาติอังกฤษ โดยการเข้าสู่ยุคใหม่ของทีมเรือใบสีฟ้าทำให้อนาคตของซุนจีไห่เริ่มที่จะมืดมนลงไป เนื่องจากในเวลานั้นแมนฯซิตี้ได้ทำการเสรมทัพนักเตะเข้ามาอย่างมากมายทั้ง เอลาโน่ / เวดราน ชอว์ลูก้า / โจวานนี / โรลันโด เบียงคี่ / มาร์ติน เปตรอฟรวมไปถึงเกลสัน แฟร์นองต์เดซ
- ฤดูกาล 2007/2008 ซุนจีไห่ได้ลงเล่นเพียงน้อยนิดซึ่งเขาสูญเสียตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงไปให้กับชอว์ลูก้า โดยหลังจากหลุดเป็นตัวสำรองเขาก็ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม เชฟฟิลดิ์ ยูไนเต็ด ในปี 2008 โดยเซ็นสัญญากันเป็นเวลา 2 ปีโดยช่วงเวลาของเขากับทีมดาบคู่ไม่ได้มีความสวยงามมากนัก โดยที่ถูกเขาใบแดงไล่ออกในเกมที่เจอกับ โคเวนทรี ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ถูกสโมสรปล่อยตัวไปในช่วงกลางปี 2009
- ซุน จีไห่เดินทางกลับไปยังประเทศจีนบ้านเกิดอีกครั้งและในปี 2010 ได้เซ็นสัญญากับทีม ฉานซี ชานป้า ซึ่งเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมโดยประสบการณ์ของเขาที่เคยเล่นในอังกฤษถือว่าเป็นประโยชน์กับทีมอย่างมาก โดยที่เขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ไชนีส เอฟเอคัพได้ในปี 2013
- ในปี 2015 เขาได้ย้ายไปร่วมทีม ฉงชิ่ง ลี่ฟาน ก่อนที่จะย้ายกลับมาค้าแข้งกับ ฉานซี ชานป้า อีกครั้งซึ่งในเวลานี้ได้เปลี่ยนชื่อทีมเป็น ปักกิ่ง เหรินเหอ และเป็นทีมในระดับดิวิชั่นสองของจีน โดยการกลับมารอบนี้เขาได้ลงเล่นไปเพียงแค่ 9 นัดและตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปี 2016
- ขณะที่เส้นทางในทีมชาติจีนของซุนจีไห่เริ่มต้นในช่วงปลายปี 1996 ซึ่งเป็นการเจอกับ อุซเบกิสถาน และได้เป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติจีนชุดทำศึกเอเชียนคัพในปี 1996
- ซุน จีไห่และขุนพลแดนมังกรร่วมกันฝ่าฟันในเกมรอบคัดเลือกของฟุตบอลโลก 2002 จนสามารถพาทีมชาติจีนผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก 2002 ได้สำเร็จซึ่งเป็นฟุตบอลโลกครั้งแรกของทีมชาติจีนอีกด้วย
- จีนอยู่กลุ่มเดียวกับ บราซิล / ตุรกี และคอสตาริกา ซึ่งซุนจีไห่ได้ลงเล่นในเกมแรกที่เจอกับคอสตาริกาซึ่งเขาเล่นไปได้เพียงแค่ 17 นาทีก็ต้องออกจากสนามหลังจากถูก เมาริซิโอ โซลิส กองกลางของทีมกล้วยหอมเข้าสกัดจากทางด้านหลังนั่นจึงทำให้เขาได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าและมีอันต้องปิดฉากการเล่นบอลโลกฉบับเอเชียไปโดยปริยาย
- หลังจากนั้นเขาก็มีส่วนร่วมกับทีมชาติจีนในศึกเอเชียนคัพปี 2004 ซึ่งจีนเป็นเจ้าภาพและเป็นรองแชมป์และยังอยู่ในชุดเอเชียนคัพของปี 2007 ส่วนในเกมฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือกที่เจอกับ กาตาร์ เขาถูกใบแดงทั้งๆที่เป็นตัวสำรองโดยสาเหตุมาจากการที่เขาไม่เห็นด้วยกับการตัดสิน โดยจากเหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าตัวถูกทางฟีฟ่าแบนถึง 5 นัดและหลังจากนั้นเขาก็ไม่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอีกเลย
- ส่วนชีวิตหลังจากแขวนสตั๊ด ซุนจีไห่ได้ตัดสินใจที่จะทำธุรกิจโดยหันมาเปิดบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีกีฬาที่ชื่อว่า Beijing Haiqiu Technology Company หรือ HQ Sports โดยแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีความรู้ด้านเทคโนโลยี แต่ด้วยความที่เป็นคนมีชื่อเสียงและรู้จักการเข้าหาคนรวมถึงการมีคอนเนกชั่นที่ดี ทำให้เขาได้ร่วมมือกับบริษัทด้านเทคโนโลยีมากมายจนสามารถสร้างบริษัทของตนเองให้มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จ
- ปัจจุบันบริษัทของเขาเติบโตในเส้นทางของธุรกิจขึ้นเรื่อยๆ โดยนอกจากจะเป็นนักธุรกิจแล้วเขายังรับหน้าที่เป็นฑูตให้กับสโมสรเก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเขามีหน้าที่คอยช่วยสร้างฐานแฟนบอลของแมนฯซิตี้ในประเทศจีนซึ่งมีโอกาสเพิ่มได้มากขึ้นเรื่อยๆจากผลงานของทีมเรือใบสีฟ้าซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในฟุตบอลยุคปัจจุบัน
#ซุนจีไห่
#ทีมชาติจีน
#แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ซุน จีไห่ เป็นดาวเตะชาวจีนที่เคยไปค้าแข้งในอังกฤษ โดยสโมสรแรกที่ได้ไปค้าแข้งก็คือ คริสตัล พาเลซ
ในปี 2002 เขากลายเป็นนักเตะเอเชียคนแรกของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้
เมื่อย้ายมาร่วมทีมเรือใบสีฟ้าก็สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ทันที โดยทำให้เขามีโอกาสลงเล่นในเกมแห่งศักดิ์ศรีอย่างศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้
กลับมาค้าแข้งในจีนอีกครั้งในช่วงบั้นปลายอาชีพและคว้าแชมป์ไชนีส เอฟเอคัพได้ 1 สมัย
ผลงานกับทีมชาติจีนที่ดีที่สุดคือได้รองแชมป์เอเชียนคัพในปี 2004 และได้เล่นฟุตบอลโลก 1 สมัยเมื่อปี 2002
หลังแขวนสตั๊ดก็หันไปทำธุรกิจอย่างเต็มตัว โดยเปิดบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการกีฬาซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
กีฬา
ฟุตบอล
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย