22 มี.ค. 2024 เวลา 11:37 • ศิลปะ & ออกแบบ

เปิดประวัติ“พล.อ.ต. อาวุธ เงินชูกลิ่น” นายทหารอากาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมไทย

พลอากาศตรี อาวุธ เงินชูกลิ่น เกิดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2485 ที่บ้านเลขที่ 199 ถนนริมคลองด่าน แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร(เดิมคือ บ้านเลขที่ 762 ริมคลองด่าน ตำบลบางค้อ อำเภอบางขุนเทียน จังหวัดธนบุรี โดยบ้านเป็นเรือนไทยโบราณ) เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้องสามคนของนายทองเปลว และนางละเมี้ยน เงินชูกลิ่น ท่านมีพี่สาวต่างมารดา 1 คน คือ นางบังอร เงินชูกลิ่น แต่พี่สาวเกิดไม่นาน มารดาก็เสียชีวิต มีน้องชาย 1 คน คือ นายสุทธินาถ เงินชูกลิ่น และน้องสาว 1 คน คือ นางอุษณีย์ ลีละเศรษฐกุล
เมื่ออายุถึงวัยเข้าเรียน บิดาได้พาพลอากาศตรี อาวุธไปเข้าเรียนที่โรงเรียนวัจนะศึกษา(ปัจจุบันเลิกกิจการแล้ว) ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เข้าเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 ถึงปีที่ 4 เมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 บิดาของเขาได้พาไปเข้าโรงเรียนวัดราชโอรสซึ่งอยู่ไม่ไกลบ้านมากนัก
พลอากาศตรี อาวุธ เป็นพี่ชายที่ดีของน้องๆ มาตลอด โอบอ้อมอารีกับน้องๆ และผู้อื่น นิสัยเงียบขรึม ใจเย็น ใจกว้าง เสียสละ และให้อภัย ปฏิบัติตามที่คุณพ่อคุณแม่สั่งสอน สมัยยังเป็นเด็กยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องใช้ตะเกียงเจ้าพายุใส่น้ำมัน คุณพ่อคุณแม่จะให้ลูกๆ ทบทวนการเรียนทุกวัน โดยจะมานั่งกับพื้น และวางหนังสือบนโต๊ะไม้สัก เมื่อทุกคนเสร็จก็จะมาช่วยกันทำงานบ้านและงานอื่นๆ ที่จะช่วยคุณพ่อคุณแม่ได้
จะช่วยงานทำงอบซึ่งเป็นอาชีพของครอบครัว พลอากาศตรี อาวุธจะประดิษฐ์กระหม่อมงอบ(ด้านบนสุดของตัวงอบ) ให้มีลวดลายสวยงามด้วยกระดาษอังกฤษ ซึ่งมีลักษณะเป็นสีต่างๆ เงางาม เพื่อเพิ่มคุณค่าและเพิ่มราคาขึ้น โดยนำใบลานมาฉลุเป็นลวดลาย แล้วสอดกระดาษสีต่าง ๆ ไว้ข้างใต้ นำใบลานอีกชิ้นมาประกบด้านล่าง ก็จะได้ลวดลายและสีงดงาม ลักษณะเช่นเดียวกับการสลักหยวกกล้วย แล้วนำกระดาษสีสอดใต้ลายฉลุ
หลังสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนวัดราชโอรส พลอากาศตรี อาวุธ ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนช่างศิลป โดยมีบิดาเป็นต้นแบบแห่งการเรียนรู้งานศิลปะของท่าน ด้วยความที่เป็นลูกชายคนโต ต้องช่วยผู้เป็นพ่อทำงานช่างต่างๆ ทุกครั้ง จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านสอบเข้าเรียนในโรงเรียนช่างศิลป์ เมื่อเรียนจบจากช่างศิลป์ ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากรได้ เริ่มต้นมีความคิดที่จะเข้าเรียนคณะมัณฑนศิลป์
ก็ไปปรึกษาบิดา ท่านแนะนำว่าถ้าคณะมัณฑนศิลป์จะต้องรอให้ผู้อื่นออกแบบก่อน เราถึงจะทำต่อได้(ความเข้าใจในสมัยนั้น) แต่ถ้าเป็นสถาปัตยกรรม เราจะได้ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยตนเอง แต่ก็ไม่ได้บังคับ เพียงแต่แสดงความเห็นให้ทัน และตัดสินใจด้วยตนเองเท่านั้น ท่านจึงได้ศึกษาสถาปัตยกรรมไทย จนได้รับปริญญาศิลปบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรมไทย จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2507 ซึ่งในสมัยนั้นยังมิได้สถาปนาเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ดังเช่นปัจจุบัน
พลอากาศตรี อาวุธ ได้ทำงานเป็นผู้ออกแบบเล็กๆน้อยๆ กับพันเอก จิระ ศิลปะกนก สถาปนิกรุ่นพี่มาระยะหนึ่ง เห็นว่าไม่ค่อยมั่นคงจึงสมัครเข้ารับรับราชการเป็นสถาปนิกประจำกองทัพอากาศอยู่นาน 9 ปี จนติดยศเรืออากาศเอก โดยเขาได้เคยเล่าเกร็ดชีวิตทหารให้ฟังในวันงานเลี้ยงเชิดชูเกียรติ
โดยสภาสถาปนิกครั้งหนึ่งว่า เป็นโชคร้ายหรือโชคดีก็ไม่ทราบ ที่ในเช้าวันหนึ่งเกิดมองไม่เห็นทหารชั้นนายพลผู้บังคับบัญชาที่เดินสวนมา จึงไม่ได้ยืนตรงทำความเคารพ เลยถูกสั่งขังเสียหลายวัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ได้โอนมาเป็นนายช่างศิลป์ สังกัดกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อปี พ.ศ. 2518
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2521 ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบูรณปฏิสังขรณ์ ในกองสถาปัตยกรรมไทย ในกรมศิลปากรนั้นเอง และได้เจริญเติบโตเรื่อยมา จากที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบูรณปฏิสังขรณ์ ระดับ 9 จนเป็นอธิบดีกรมศิลปากร ในปี พ.ศ. 2544 และมาดำรงตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านออกแบบสถาปัตยกรรมไทย และบูรณปฏิสังขรณ์สถาปนิกระดับ 10 เมื่อ พ.ศ. 2545 และเกษียณอายุราชการในปีนั้น นอกจากงานราชการ ยังได้เป็นอาจารย์พิเศษสอนด้านสถาปัตยกรรมไทย ในหลายสถาบันอุดมศึกษาด้วย
พลอากาศตรี อาวุธ ยังได้ออกแบบงานสถาปัตยกรรมที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยในงานออกแบบถึง 2 งานหลักๆ ได้แก่ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังเป็นผู้รับผิดชอบในการบูรณะปฏิสังขรณ์ โบราณสถานแห่งชาติที่สำคัญหลายแห่ง
ไม่ว่าจะเป็นงานงานบูรณะมณฑป โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร ในปี พ.ศ 2539 ให้เป็นมณฑปสีดำ หรือหุ้มด้วยทองแดง ยอดพระมหามณฑป วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร
แต่ผลงานที่สำคัญของพลอากาศตรี อาวุธ คือ งานออกแบบและควบคุมการก่อสร้างพระเมรุมาศ และอาคารรายรอบที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปี พ.ศ. 2538 หัวหน้าคณะทำงานออกแบบ และควบคุมการก่อสร้างพระเมรุ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
และออกแบบพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้รับการยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์(ประยุกต์ศิลป์) สาขาย่อย สถาปัตยกรรม ประจำปี พ.ศ. 2539
ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับนางชาริณี เงินชูกลิ่น(สกุลเดิม บุราวาศ) เมื่อปี พ.ศ. 2519 มีบุตรด้วยกัน 2 คน
พลอากาศตรี อาวุธถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ ด้วยโรคมะเร็งตับ ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 สิริอายุ 70 ปี
โฆษณา