8 เม.ย. 2024 เวลา 00:38 • นิยาย เรื่องสั้น

ล่องไพร วรรณกรรมอมตะ ของ น้อย อินทนนท์ (บรมครูมาลัย ชูพินิจ)

.
ตอนที่ 14 วิมานฉิมพลี ภาค 2
.
37.บทส่งท้าย
.
ภายในคูหาที่พักเงียบสนิททั้ง ๆ ที่ทุกคนควรตื่นเต้นดีใจที่จะได้เดินทางกลับโดยเฉพาะพันเอกโจนส์ และ ดร.สมิธ ทำให้ตาเกิ้นอดกระซิบถามศักดิ์ไม่ได้"นาย คุณนายไมรา นายห้าง และ นายทหารเใหญ่ เป็นอะไรไป"
.
"คงเหน็ดเหนื่อยกระมัง"
.
ตาเกิ้นสั่นศีรษะ "มันก็เหนื่อยกันทุกคนแหละนาย"
.
"แล้วแกคิดว่าเรื่องอะไร"
.
"พูดไปจะเป็นบาปหรือเปล่าก็ไม่รู้ อีตอนพ่อเฒ่าจูบมือคุณนายไมรา แกซาบซึ้งตัวสั่น ทีนี้พอคุณนายจูบพ่อเฒ่าบ้าง ทั้งนายห้างและนายทหารใหญ่หน้าเปลี่ยนสีทีเดียว"
 
.
"แกคิดของแกไปเอง ตาเกิ้น การทำอย่างนั้น พวกฝรั่งถือเป็นการคารวะ"
.
"ตาเกิ้นุอาจผิดก็ได้ นาย แต่ความในใจของคนเรานั้นอดที่จะแสดงออกทางดวงตาไม่ได้"
.
ความเงียบระหว่างคนทั้ง 3 ยังดำเนินต่อไป จนในที่สุดไมราก็ตรงไปนั่งข้างสามีแล้วจับมือเขามากุมไว้ "อย่าให้มันเป็นอย่างนี้ ทอม ฉันรู้ว่าเธอคิดอะไร วิลก็เหมือนกัน"
.
พันเอกโจนส์แก้เก้อด้วยการถามไมราว่า เป็นนักอ่านความคิดตั้งแต่เมื่อใด ไมราตอบว่านับแต่ที่รู้จัก ดร.สมิธจึงพูดเลี่ยงให้ไปพูดกันเวลาอื่น
 
.
"ไม่ได้ ค่ะ ทอม" ไมราปฏิเสธ "ตั้งแต่เราแต่งงานกัน เราไม่เคยมีความลับระหว่างกัน ฉันไม่ถือที่เราพูดต่อหน้าคุณศักดิ์ กัปตันยุทธนา และ ตาเกิ้น เพราะถือว่าทุกค่นคือครอบครัวเดียว่กัน บอกฉันทอมว่าเรื่องอะไร"
.
ดร.สมิธ "ฉันไม่มีอะไร"
.
"แล้วเธอล่ะ วิล"
.
"เหมือน...เอ้อ...เหมือน ๆ กัน"
.
ไมราหัวเราะ เมื่อหล่อนหัวเราะบรรยากาศที่เคร่งเครียดก็คลาย "เธอเป็นผู้ชายที่มดเท็จที่สุดทั้ง 2 คน โทมัส-สมิธ และวิลเบอร์ โจนส์
ฉันรู้ตั้งแต่พ่อเฒ่าจูบฉันที่หน้าผากแล้วฉันจูบตอบที่ปาก เธอคิดอย่างไรแม้สีหน้า
จะหลอกฉันได้ แต่นัยน์ตาเธอ 2 คนหลอกไม่ได้"
.
"แต่...ไมรา ทำไมเธอต้องทำอย่างนั้น" โจนส์กระสับกระส่าย
.
"อย่างไหนคะ วิล อย่างที่ฉันจูบพ่อเฒ่าน่ะหรือ นี่แหละคือไมราที่เป็นอย่างลูกสาวชาวป่าชาวเขาทุกคน ซึ่งมารูบาลักพามาส่งให้พ่อเฒ่า อย่างลูกสะไภ้หัวหน้าบ้านบูตารี ที่เห็นแกในลักษณะของเทพบุตรผมทองตาสีฟ้า
.
แกอาจชราแล้วแต่ก็เป็นผู้ชายเต็มตัว เข้มแข็งยุติธรรมและเด็ดขาดเมื่อถึงคราวจำเป็น สุภาพ อ่อนโยน และ ปรานี แม้กระทั่งอ่อนแอเมื่อเป็นตัวของตัวเอง
.
แกเป็นตัวแทนของผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน ฉันไม่แปลกใจเลยที่หญิงชาวป่าเหล่านั้นไม่สามารถลืมแกได้เมื่อตกเข้ามาอยู่ในเมืองนี้ และมีโอกาสกลับไป แต่....."
หล่อนมองสามีพลางยิ้ม "เธอคงไม่ถึงกับหึงคนแก่อย่างพ่อเฒ่าธอร์หรอกนะทอม"
.
สามีดึงหล่อนเข้าไปโอบพลางหัวเราะ "ฉันไว้ใจเธอ ไมรา แต่ไม่ไว้ใจพ่อเฒ่า ดูแกช่างมีอำนาจเหนือหัวใจผู้หญิง ไม่ว่าสาวหรือแก่"
.
ไมราจูบสามีที่แก้ม "งั้นฉันก็คิดถูกแล้ว ที่ตัดสินใจออกจากที่นี่เร็วที่สุดที่จะเร็วได้ ก่อนจะเกิดการฆ่ากันตายเพราะฉัน" ทุกคนได้ฟังก็หัวเราะที่สามารถเคลียรปัญหาคาใจกันได้
 
.
ท่ามกลางดึกสงัดซึ่งลมพัดเข้ามาเย็นยะเยียบคืนนั้น ศักดิ์ลุกขึ้นมาสุมไฟตาเกิ้นซึ่งตื่นเหมือนกันก็ตามมาจุดบุหรี่นั่งสูบอยู่ข้าง ๆ "ขอตาเกิ้นถามอะไรสักข้อเถอะ นาย"
.
"บอกมาเถอะ เรื่องอะไร"
.
"ก็เจ้าเงาะในเรื่องสังข์ทองนะซิ นาย ตัวเป็นทองจริงอย่างรจนาเห็น รึ"
.
"เกิดอะไรขึ้น จึงมาคิดเรื่องเจ้าเงาะกับรจนา"
.
"ก็เรื่องของพ่อเฒ่าแหละ นาย ตอนพวกเรามาถึงเกาะนี้ใหม่ ๆ ตาเกิ้นฟังนายทหารใหญ่เล่าถึงนกยักษ์ที่ลักพาเอาผู้หญิงมาส่งที่วิมานฉิมพลี
ตาเกินคิดว่าพระเอกหรือผู้ร้ายคนนี้คงรูปหล่อคอยาวเหมือนพระเอกยี่เก ยิ่งได้ฟังลูกสะไภ้หัวหน้าบ้านบูตารีละเมอเพ้อพกตอนที่ถูกส่งตัวกลับด้วยแล้ว ทำให้ตาเกิ้นยิ่งแน่ใจว่าพญาครุฑตัวนี้คงหนุ่มฟ้อหล่อเหลา
.
จนกระทั่งมารู้ความจริงซึ่งตรงกันข้าม แกอาจไม่เทอะทะและดำมิดหมีอย่างเจ้าเงาะ แต่เพราะอะไรคนแก่ป่านนี้จึงมีสาว ๆ ติด แม้แต่คุณนายไมรายังเคลิบเคลิ้มไปด้วย"
.
ศักดิ์มองดูไฟที่ลุกวอมแวมในกองแล้วหันไปชำเลืองดูทุกคนที่หลับสนิทในคูหานั้น ก่อนถามตาเกิ้นอย่างเงียบ ๆ ว่า
"แล้วแกล่ะ ตาเกิ้น แกมีอะไรถึงหายายได้คนแล้วคนเล่า แม้จะอายุล่วงเข้าป่านนี้ ถ้าตอบข้อนี้ได้แกก็จะเข้าใจเรื่องพ่อเฒ่า"
.
โอลาฟาพร้อมด้วยคนในบังคับบัญชาของเขา 4 คนมารับพวกของศักดิ์เพื่อไปส่งที่เม็นยามาอย่างปลอดภัยเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นได้ไม่นานนัก
หุบเขาใหญ่ดูสว่างไสวด้วยแสงแดด เสียงกระดิ่งที่ผูกคอแพะและแกะกังวานตามลมมาแต่ไกล
ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยความสงบเงียบเหมือนไม่เคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นเพียงคืนเดียวบรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดจากสงคราม
.
เมื่อลงมาถึงเชิงเขาข้างล่างทุกคนต่างหยุดอยู่ครู่หนึ่งที่เนินสูงซึ่งปกคลุมไปด้วยต้นส้ม ทอดสายตากวาดไปรอบกายยังทิวเขารูปปราการโบราณอันเห็นได้แต่ไกล
.
ศักดิ์รู้ดีว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นภูมิภาพเหล่าต่างๆนั้น ที่อยู่ซึ่งเป็นของชนเผ่าแปลกประหลาดที่สืบเชื้อสายมาจากชาวเหนือ.....นักเดินเรือพลัดที่นาคาที่อยู่
แล้วมาตั้งหลักแหล่งที่นี่
.
ไม่ว่ายุคใด ที่ไหน ตราบใดที่มีมนุษย์ ตราบนั้นชีวิตต้องดำเนินต่อไป พร้อมด้วยรัก โลภ โกรธ หลง อิจฉา ริษยา เสียสละ ชั่ว-ดี สุดแต่สถานการณ์จะดลให้เป็นไป
.
ชาวเมืองทั้งหญิง ชาย และ เด็ก ต่างมาส่งอาคันตุกะต่างถิ่น โบกมือลาเสมือนมาส่งญาติสนิทที่กำลังจะจากไป
ช่วงเวลาที่พวกศักดิ์อยู่แม้จะแสนสั้น ท่ามกลางบรรยากาศของสงคราม ก็ทำให้ความสัมพันธ์ทางใจใกล้ชิดราวกับรู้จักกันมาแรมปี
.
เมื่อผ่านสันเขาที่ด้านล่างเป็นทะเลสาบ โอลาฟายืนนิ่งทอดสายตาลงไป ไมราเอ่ยขึ้นว่า "มีประโยชน์อะไร ที่จะคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว"(ด้วยอาลัย-หลักของพุทธ)
.
"เราอดไม่ได้ แม้เวลาจะล่วงไปนานเพียงใด เราก็ไม่มีวันลืมมารูบา"
.
"แต่...โอลาฟา เวลาที่อวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของเราเกิดเน่าเปื่อยขึ้นมาเราจะทำอย่างไร ทิ้งให้มันลุกลามต่อไป หรือรักษาให้หายด้วยการตัดทิ้ง มารูบาก็เหมือนแผลเน่าเปื่อย หากเธอตัดเขาได้เธอจะเป็นสุขและเข้มแข็ง
.
พยายามลืมเขาเสียเถอะ คิดถึงพ่อเฒ่าตลอดจนชาวเมืองเหล่านี้ดีกว่า อย่าให้คนตายมาเป็นเครื่องกีดขวางความรับผิดชอบของเธอ ที่มีต่อคนเป็น"
.
"บางทีอาจถูกของท่าน" ใบหน้ากร้านแดดของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึก "แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่เราจะลืมเขา"
.
ขบวนของศักดิ์เคลื่อนต่อไปจนเลี้ยวโค้งสันเขาตรงข้าม ภาพของผู้มาส่งจึงลับตาไป เสียงฟ้าร้องครืนมาแต่ไกล ทั้ง ๆ ที่ท้องฟ้าโดยรอบปราศจากเมฆ
"ดูโน่นแน่ะ นาย" ตาเกิ้นร้องขึ้น
.
ทุกคนชะงักมองตามมือแกที่ที่ชี้ไปยังท้องฟ้าเหนือยอดเขาสูงยังภาพหนึ่งซึ่งเคลื่อนใกล้เข้ามา เสียงกระพือปีกวูบวาบ ภาพที่เล็กเท่าขนาดเหยี่ยวธรรมดาใหญ่ขึ้นทุกทีขณะที่มันเข้ามาใกล้ ตาเกิ้นลดปืนลงจากบ่าอยู่ในท่าเตรียมพร้อมแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยิง เมื่อนกตัวนั้นผ่านศีรษะไปในระยะต่ำ
.
"พญาครุฑตัวสุดท้ายที่หนีรอดมือตาเกิ้นไปวันนั้นไง นาย" แกพึมพัม "สงสัยเหลือเกินว่ามันจะไปไหน"
.
โอลาฟา "มันจะไปไหน ก็ไม่เป็นอันตรายต่อใครอีก เมื่อไม่มีมารูบาเราจะเป็นผู้ฝึก
นกตัวนี้สำหรับล่าส้ตว์ป่าเท่านั้น ไม่ใช่สัตว์บ้านหรือ มนุษย์อีกต่อไป"
.
อวสาน
.
ภาพปก ครูมาลัย ชูพินิจ >>>ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่ง ผู้มีศรัทธาต่อการใช้ชีวิตกลางแจ้ง โดยเหตุที่ว่า มันเป็นการศึกษา และอบรมในคนหนุ่มของเรา รู้จักค่าของชีวิต
ที่มั่นคงแข็งแรงทั้งกายและใจ ชีวิตป่า ให้ความสำนึกถึงการเสียสละ ภราดรภาพ
และความเป็นไท อย่างชีวิตอื่นยากจะให้ได้.....น้อย อินทนนท์(มาลัย ชูพินิจ)
โฆษณา