6 พ.ค. เวลา 12:49 • ประวัติศาสตร์

ขุนโจรเหลียงซาน 113

ศึกบ้านสกุลจู้ (3) ปิ่นงามอีจ้างชิง
พอทัพที่สองตามมาถึง ซ่งเจียงก็ให้ทัพสองรอเข้าโจมตีทางประตูหน้า ส่วนตนเองนำทัพอ้อมไปโจมตีประตูหลัง พอมาถึงก็เห็นว่ากำแพงหลังดูแข็งแกร่งราวศิลาแลงกำแพงเหล็ก ยังไม่ทันได้โจมตีก็ได้ยินเสียงโห่ร้องมาจากทางตะวันตก ซ่งเจียงให้หม่าหลิน เติ้งเฟยคงกำลังเฝ้าหน้าประตูหลัง ตนเองนำโอวเผิง และเสือเตี้ยหวางแบ่งกำลังครึ่งหนึ่งไปรับทัพทางตะวันตก พอใกล้เข้ามาก็เห็นมีทหารม้าราวสามสิบนำหน้า แวดล้อมนายทัพหญิงผู้หนึ่ง
蝉鬓金钗双压,凤鞋宝镫斜踏。
连环铠甲衬红纱,绣带柳腰端跨。
霜刀把雄兵乱砍,玉纤将猛将生拿。
天然美貌海棠花,一丈青当先出马。
มุ่นมวยผมจักจั่นปักสองปิ่นทอง
สวมรองเท้ารูปหงส์เหยียบโกลนขี่
เกราะห่วงโซ่ทับชุดแดงฝ้ายเนื้อดี
สายคาดเอวมีลวดลายร้อยปัก
ดาบเย็นเยียบเสียบฟาดฟันคนครั่นคร้าม
หัตถ์เรียวงามตามจับเป็นขุนพลพยัคฆ์
ดอกไห่ถังธรรมชาติงามประจักษ์
อีจ้างชิงชักม้านำหน้าขบวน
นายทัพหญิงผู้นั้นคืออีจ้างชิงหู้ซานเหนียงนำทหารห้าร้อยนายมาช่วยบ้านสกุลจู้ ซ่งเจียงว่า “เพิ่งพูดถึงแม่ทัพหญิงบ้านสกุลหู้ว่าเยี่ยมยุทธ คงเป็นแม่หญิงผู้นี้ ใครจะอาสารับศึก”
ไม่ทันขาดคำ เสื้อเตี้ยหวางเจ้าชู้โดยสันดานฟังว่าเป็นแม่ทัพหญิงก็ฝันฟุ้งว่าจะจับตัวนางมา จึงขานอาสาแล้วควบม้าชูทวนออกหน้าไป หู้ซานเหนียงโผนม้ารำดาบคู่เข้ารบ
ทั้งสองสู้กันอยู่สิบกว่าเพลง ซ่งเจียงสังเกตเห็นว่าเสือเตี้ยหวางเอาแต่ใช้ทวนป้องปัด เสือเตี้ยหวางแรกเห็นอีจ้างชิง ก็นึกว่าจะรีบจับตัวมาโดยไว พอสู้ไปสิบกว่าเพลง กลับมือไม้สั่นเพลงทวนรวนเร ตอนแรกก็ส่งสายตาเจ้าชู้ให้ อึจ้างชิงเห็นแล้วหมั่นไส้คิดว่า “หมอนี่ไม่มีมารยาท” จึงกระหน่ำดาบคู่เข้าใส่ไม่ยั้ง เสือเตี้ยหวางสู้ไม่ได้ จึงชักม้าจะหนี อีจ้างชิงควบม้าตามมา เก็บดาบแล้วยื่นมือคว้าตัวเสือเตี้ยหวางจากอานม้าโยนให้ทหารจับมัดไว้
色胆能拚不顾身,肯将性命值微尘。
销金帐里无强将,丧魄亡精与妇人。
ตัณหาพาขวัญกล้าเสี่ยงชีวี
ยอมชีพพลีตีค่าเป็นเศษผง
หมายมุ้งวิจิตรชีวิตแทบปลิดปลง
ยอดขุนพลคงสิ้นท่าให้สตรี
โอวเผิงเห็นหวางอิงถูกจับ ก็ชูทวนเหล็กควบม้าเข้าช่วย อีจ้างชิงรับด้วยดาบคู่ โอวเผิงมีเชื้อสายทหาร ซ่งเจียงเห็นเพลงทวนก็นึกชม แม้กระนั้นก็ยังไม่อาจเอาชนะแม่ทัพหญิงได้
เติ้งเฟยแลเห็นแต่ไกลว่าเสือเตี้ยหวางถูกจับเป็น โอวเผิงยังไม่อาจเอาชนะอีจ้างชิงได้ จึงควบม้าควงโซ่เหล็กจะเข้ารุมรบ ทางบ้านสกุลจู้เฝ้าดูบนกำแพงอยู่นาน เกรงอีจ้างชิงจะพลาดท่า จึงทอดสะพานชัก จู้หลงนำทหารสามร้อยนายควบม้าถือทวนตรงมาหมายจับตัวซ่งเจียง หม่าหลินเห็นจึงควงดาบคู่เข้าประมือจู้หลง เติ้งเฟยจึงไม่ไปรบอีจ้างชิง แต่ยืนม้าป้องกันซ่งเจียงไว้
ซ่งเจียงเห็นว่าหม่าหลินเป็นรองสู้จู้หลงไม่ได้ ส่วนโอวเผิงก็ไม่อาจเอาชนะอีจ้างชิง ขณะวิตกอยู่นั้น มีทัพโผล่มาจากด้านข้าง นำมาโดยอสนีบาตฉินหมิง ผู้ซึ่งพอได้ยินเสียงการต่อสู้ที่ด้านหลัง ก็ยกทัพมาช่วย ซ่งเจียงจึงตะโกนบอกว่า “ฉินถ่งจื้อ ท่านช่วยรบแทนหม่าหลินด้วย”
ฉินหมิงเป็นคนอารมณ์ร้อน ยิ่งมาตอนนี้ลูกศิษย์ตัวดีหวงซิ่นถูกบ้านสกุลจู้จับตัวไปด้วย ยิ่งอารมณ์เสีย โผนม้าหวดกระบองเขี้ยวเข้าใส่จู้หลง จู้หลงยกทวนรับ หม่าหลินถอนตัวได้ พาทหารไปช่วยแก้เสือเตี้ยหวาง อีจ้างชิงเห็นหม่าหลินจะมาชิงตัวคน จึงสลัดจากโอวเผิงควบม้าเข้าโจมตีหม่าหลิน ทั้งคู่ต่างใช้ดาบคู่เป็นอาวุธ สะบัดพลิ้วน่าดูยิ่งนัก ซ่งเจียงชมจนตาลาย
ทางด้านฉินหมิงที่รบกับจู้หลงอยู่นั้น จู้หลงสู้ไม่ได้ ครูฝึกหลวนถิงวี่จึงขี่ม้าถือทวนออกมาจากในบ้าน ติดค้อนเหล็กมาด้วยจะเข้าช่วยจู้หลง โอวเผิงเห็นจึงตรงเข้ามาจะรบด้วยหลวนถิงวี่ หลวนถิงวี่ไม่รบด้วยชักม้าหนี โอวเผิงควบกวดมา หลวนถิงวี่ขว้างค้อนใส่ถูกโอวเผิงตีลังกาตกจากหลังม้า เติ้งเฟยตะโกนว่า “เด็กๆ รีบไปช่วยคน” แล้วควงโซ่เหล็กควบเข้าใส่หลวนถิงวี่ ซ่งเจียงตะโกนสั่งให้ลิ่วล้อช่วยพาตัวโอวเผิงขึ้นม้ากลับมา
จู้หลงสู้ฉินหมิงไม่ได้ จึงควบม้าหนี หลวนถิงวี่สลัดเติ้งเฟยควบเข้าหาฉินหมิง รบกันได้ยี่สิบเพลงไม่รู้แพ้ชนะ หลวนถิงวี่อาศัยช่องโหว่ชักม้าลนลานหนี ฉินหมิงควงกระบองกวดไล่มา หลวนถิงวี่ควบม้าตรงเข้าไปในพงหญ้ารก ฉินหมิงไม่รู้กล ไล่ตามเข้าพงไป ทหารบ้านสกุลจู้หมอบซุ่มอยู่ชักเชือกสะดุดขาม้าล้มลงทั้งคนทั้งม้า เสียงตะโกนให้จับตัวฉินหมิง เติ้งเฟยเห็นฉินหมิงตกม้า จะรีบเข้ามาช่วย แลเห็นเชือกที่จะสะดุดขาม้า รีบหยุดกลับตัว มีเสียงตะโกนว่าโดนสองครั้ง มีตะขอยื่นมาเกี่ยวกันอุตลุด จนเกี่ยวเอาตัวไปได้ในที่สุด
ซ่งเจียงรู้ว่าแย่แล้ว ช่วยมาได้แต่โอวเผิง หม่าหลินรีบผละจากอีจ้างชิงควบกลับมาคอยคุ้มกันซ่งเจียงถอยหนีกันมาทางใต้ หลวนถิงวี่ จู้หลง อีจ้างชิง แยกกันไล่ตามมาเป็นสามทาง ดูท่าทางจะไม่รอด รอแต่ถูกจับกุม
ทางทิศใต้พลันมีชายฉกรรจ์ควบม้านำทหารตามมาห้าร้อยนาย ซ่งเจียงเพ่งมองเห็นว่าคือ จอมบุ่มบ่ามมู่หง ด้านตะวันออกเฉียงใต้มีกองทหารสามร้อยนายนำโดยสองชายฉกรรจ์ กวนสว่ออมโรคหยางสยง และเจ้าสามเสี่ยงตายสือสิ้ว ด้านตะวันออกเฉียงเหนือมีชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งตะโกนลั่นมาให้ปล่อยคน คือ หลีกว่างน้อยฮวาหยง ทหารทั้งสามทิศทางมาถึงพร้อมกัน ซ่งเจียงใจชื้นขึ้นหันกลับมาช่วยรบกับพวกหลวนถิงวี่ จู้หลง พวกในบ้านสกุลจู้เกรงพวกตนจะพลาดพลั้ง จึงให้จู้หู่อยู่เฝ้าบ้าน จู้เปียวถือทวนนำทหารห้าร้อยออกมาช่วยรบ
ทางด้านประตูหน้า หลี่จวิ้น จางเหิง จางซุ่น ลงน้ำข้ามมาบุกเข้าตี ทหารบนกำแพงระดมยิงธนูใส่ บุกไม่คืบหน้า ซ่งเจียงเห็นฟ้ามืดแล้ว จึงให้หม่าหลินคุ้มกันโอวเผิงกลับออกมาปากทาง แล้วสั่งให้ลิ่วล้อตีม้าล่อเป็นสัญญาณถอยทัพ รบพลางถอยพลาง
ซ่งเจียงควบม้าสำรวจว่ามีพี่น้องสูญหายหลงทางไหม อีจ้างชิงควบม้าตรงมาจะจับตัวซ่งเจียง ซ่งเจียงควบม้าหนีไปทางตะวันออก อีจ้างชิงควบม้าตามติดจนจวนเจียนจะจับตัวได้แล้ว พลันบนลาดเขามีเสียงตะโกนลั่นมา
“อีนางนกเขาจะไล่พี่ข้าไปไหน”
พายุหมุนดำหลี่ขุยควงขวานคู่นำลิ่วล้อแปดสิบคนวิ่งก้าวยาวๆ ลงมาสกัด อีจ้างชิงหยุดม้าหันกลับควบไปยังชายดง ซ่งเจียงหยุดม้าหันกลับมาดู เห็นทหารม้าออกมาจากชายดงสิบกว่าคนขวางทางไว้ ผู้ที่นำหน้าคือ หัวเสือดาวหลินชง
嵌宝头盔稳戴,磨银铠甲重披。
素罗袍上绣花枝,狮蛮带琼瑶密砌。
丈八蛇矛紧挺,霜花骏马频嘶。
满山都唤小张飞,豹子头林冲便是。
สวมหมวกเกราะแซมอัญมณี
ชุดเกราะสีเงินยวงแผ่นเหล็กหนา
สวมเสื้อขาวปักลายกิ่งผกา
หยกล้ำค่าแน่นขนัดเข็มขัดสิงห์
หนึ่งจ้างแปดทวนลิ้นงูคู่กรำศึก
อาชาเทศคึกคนองสีแม่คะนิ้ง
ทั่วเขาขานจางเฟยน้อยละม้ายยิ่ง
ที่จริงคือหลินชงหัวเสือดาว
 
(小张飞 จางเฟยน้อย หรือ เตียวหุยน้อย อีกฉายาของหลินชง)
หลินชงตวาดลั่นว่า “เฮ้ย นางนั่นจะไปไหน”
อีจ้างชิงควบม้ารำดาบคู่พุ่งเข้าหาหลินชง หลินชงใช้ทวนลิ้นงูรับ รบกันได้ไม่ถึงสิบเพลง หลินชงเห็นช่องโหว่ ปล่อยให้อีจ้างชิงฟันดาบคู่ใส่ หลินชงยกทวนเอียงรับ ปล่อยให้ดาบคู่เอียงรวมไปทางหนึ่ง แล้วเอื้อมแขนรวบเอวนางกระชากตัวข้ามม้ามาส่งต่อให้ทหารเอาเชือกมัดไว้ ซ่งเจียงมองเห็นก็นึกชม
หลินชงควบม้ามาหาถามว่า “พี่ท่านไม่บาดเจ็บกระมัง”
ซ่งเจียงว่า “ข้าไม่ได้บาดเจ็บ” แล้วสั่งให้หลี่ขุยรีบไปสมทบกับพวกในหมู่บ้าน บอกให้กลับกันออกมาที่ค่ายปากทาง ฟ้าค่ำแล้วอย่าเอาแต่รบ
หลินชงกุมตัวอีจ้างชิง และคุ้มกันซ่งเจียงมายังค่ายปากทาง เหล่าหัวหน้าทยอยกันกลับมาถึง ทางด้านบ้านสกุลจู้ก็เลิกทัพกลับ จู้หลงให้นำเชลยใส่รถนักโทษขังไว้ รอจับตัวซ่งเจียงได้จะนำตัวส่งพร้อมกันไปรับรางวัลที่เมืองหลวง ทางบ้านสกุลหู้ก็ส่งตัวเสือเตี้ยหวางที่จับได้มายังบ้านสกุลจู้ด้วย
ทางด้านซ่งเจียง ได้ตัวหู้ซานเหนียงเป็นเชลย จึงคัดลิ่วล้อที่ไว้ใจได้ยี่สิบคน หัวหน้าอีกสี่คนขึ่ม้าเร็วสี่ตัว ให้มัดมือหู้ซานเหนียงไว้ ใช้ม้าอีกตัวให้ขี่ สั่งลิ่วล้อว่า “พวกเจ้ารีบกลับเขาเหลียงซานในคืนนี้เลย นำนางไปส่งให้บิดาข้าซ่งไท่กงช่วยดูแลนาง ไว้ข้ากลับค่ายแล้ว ค่อยจัดการต่อไป”
เหล่าพี่น้องเหลียงซานและคนทั้งค่ายเข้าใจดีว่า ซ่งเจียงหมายมั่นในตัวนาง จึงระมัดระวังเป็นอย่างดี ส่วนโอวเผิงที่ถูกค้อนบาดเจ็บก็ให้จัดรถนำส่งตัวกลับไปพักรักษาที่เขาเหลียงซานพร้อมกันด้วย
ซ่งเจียงตั้งใจจะรับหู้ซานเหนียงเป็นภรรยา แต่เกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นภายหลัง ทำให้ซ่งเจียงคนขี้ระแวงไม่กล้ารับนางไว้
อีจ้างชิงหู้ซานเหนียง 一丈青扈三娘 กลุ่มมารดิน ตี้ส้า ลำดับที่ 23 ลำดับรวมที่ 59 เป็นทหารหญิงมากฝีมือ แต่เป็นสาวงามผู้อาภัพ ฉายาอีจ้างชิง หมายถึง ปิ่นงาม
อีจ้างชิง 一丈青 เป็นชื่อเรียกเครื่องประดับศีรษะสตรีจีนโบราณประเภทปิ่น
วันรุ่งขึ้น เสธ.อู๋เสวียจิว นำสามหย่วนพี่น้อง หลวี่ฟาง กวอเสิ้ง และทหารอีกห้าร้อยมาสมทบ อู๋ย่งบอกซ่งเจียงว่า “ท่านหัวหน้าเฉาไก้ฟังว่าพี่ท่านพลาดท่าในการเข้าโจมตีเมื่อวันก่อน จึงให้ข้านำทหารห้าร้อยนายมาสมทบ ไม่ทราบว่าสถานการณ์ช่วงนี้เป็นอย่างไร”
ซ่งเจียงว่า “เรื่องมันยาว ไอ้พวกสกุลจู้มันปักธงขาวหน้าบ้านเขียนไว้ว่า
填平水泊擒晁盖  ถมให้ราบบึงสุ่ยป๋อจับเฉาไก้
踏破梁山捉宋江  ไถให้เรียบเขาเหลียงซานจับซ่งเจียง
พวกมันบังอาจอย่างนี้ ข้าจึงเข้าตีในครั้งแรกกลับพลาดท่าเสียหยางหลินและหวงซิ่นไปเป็นเชลย
เมื่อวานเข้าตีอีกครั้ง อีจ้างชิงจับเสือเตี้ยหวางไปได้ หลวนถิงวี่ขว้างค้อนใส่โอวเผิงบาดเจ็บ ชักเชือกสะดุดม้าจับฉินหมิงกับเติ้งเฟยไป ยังดีที่ครูฝึกหลินจับตัวอีจ้างชิงมาได้ หากข้าซ่งเจียงตีบ้านสกุลจู้ไม่แตก ช่วยพี่น้องเรากลับมาไม่ได้ ขอยอมตายที่นี่ ไม่มีหน้ากลับไปหาท่านพี่เฉาไก้”
อู๋เสวียจิวหัวเราะแล้วว่า “บ้านสกุลจู้ถึงคราต้องพ่ายแพ้ โอกาสมาถึงแล้ว อู๋ย่งคิดว่า ช้าเร็วไม่กี่วันเท่านั้น”
ซ่งเจียงถามว่า “จะแพ้ได้อย่างไร โอกาสมาจากไหน”
เรื่องนี้ย่อมมีตัวช่วย แต่จำต้องเท้าความไปยังต้นเรื่อง
ตอนก่อนหน้า : พลาดท่าสกุลจู้
ตอนถัดไป : อสรพิษสองหัว แมงป่องสองหาง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา