ในตอนนั้น…เธอมองเห็นโอกาสและช่องว่างที่แฟชั่นในเมืองไทยยังไม่มีใครให้ความสำคัญหรือดีไซน์แฟชั่นเสื้อยืดสวยๆ ออกมาขาย จึงยึดหัวหาดด้วยการผลิตเสื้อยืดแฟชั่นออกมาจำหน่ายภายใต้ชื่อแบรนด์ Soda Pop
Soda Pop ในยุคเริ่มแรก เป็นทีเชิร์ตสไตล์ยูนิเซ็กส์ หญิงใส่ได้ ชายใส่ดี ด้วยดีไซน์และรูปทรงที่แตกต่างจากเสื้อยืดสกรีนลายทั่วๆไป เสื้อยืดของ Soda Pop จึงเป็นแฟชั่นที่สามารถเอามาปรับใส่ได้กับกางเกงหรือกระโปรงสไตล์แฟชั่นได้ ไม่ใช่แค่ใส่กับกางเกงยีนส์ตามคอนเซ็ปท์ฮิต ‘เสื้อยืด กางเกงยีนส์’ ของวัยรุ่นในยุคนั้น
Soda Pop ในยุคแรกยังไม่มีร้านเป็นของตัวเอง แต่ใช้วิธีฝากขายตามร้านเสื้อเก๋ๆ อย่าง ไข่บูติค ที่สยามเซ็นเตอร์ ร้านเกนหลง และร้านไลล่า ที่ราชดำริอาเขต และมีมุมวินโดว์ ดิสเพลย์ที่หน้าร้าน ช่วยโปรโมทสินค้า ณ จุดขาย พร้อมหน้าโฆษณาในนิตยสารลลนาเพื่อสร้างการรับรู้
ขึ้นมาชั้นสามถึงจะเจอกับบรรยากาศและสีสันของแฟชั่น ด้วยร้านเสื้อหรือบูติคต่างๆ รวมตัวกันอยู่ที่ชั้นนี้ อาทิ Kai Boutique ของคุณไข่ สมชาย แก้วทอง ร้าน Pomme ที่กระจกหน้าร้านตัดสติกเกอร์เป็นรูปต้นแอปเปิ้ลต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านพร้อมลูกแอปเปิ้ลแดงๆเต็มหน้าร้าน ร้าน P.P. ที่เสื้อผ้าได้ถ่ายรูปลงลลนาอยู่เป็นประจำ รวมถึงร้าน Sugar, Bus Stop, 334 และร้าน Why Not ที่ขายเสื้อผ้า เครื่องประดับอิมพอร์ตจากอิตาลี
Soda Pop เป็นร้านห้องเดียว ห้อยป้ายเป็นโลโก้รูปฝาน้ำอัดลมที่กระจกหน้าร้าน ภายในร้านทาสีดำ ด้านหนึ่งเป็นชั้นวางเสื้อยืดและราวแขวนเสื้อผ้า อีกด้านวางเก้าอี้ไม้โค้งสวยสไตล์อาร์ต เดโค ทาสีแดงสด ด้านหลังเป็นเคาน์เตอร์และห้องลองเสื้อที่เป็นผ้าม่านยาวจรดพื้นลายตารางขาวดำ เมื่อเปิดม่านออกก็จะเห็นกระจกบานใหญ่ที่ติดหลอดไฟไว้รอบๆ เหมือนอย่างกระจกแต่งหน้าดาราฮอลลีวูด
‘สุวรรณี สุคนธา’ ได้เขียนถึงบรรยากาศวันเปิดร้าน Soda Pop วันแรกเอาไว้ใน ‘วันวาร’ ผลงานชิ้นสุดท้ายที่ผู้เขียนเสียชีวิตด้วยโศกนาฏกรรมก่อนที่นิยายเรื่องนี้จะจบลง
จากนั้น Soda Pop เริ่มหันมาผลิตเสื้อผ้าที่เป็นแฟชั่นสำเร็จรูปหรือ Ready to wear มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเริ่มจากการนำผ้ายืดมาตัดเป็นเดรสสไตล์วัยรุ่น และเติบโตมีวิวัฒนาการมาโดยตลอด ในราวๆ ปี พ.ศ. 2526 ก็ได้ออกแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายภายใต้ชื่อ Guy’s Soda และมีร้านซึ่งมีทั้งเสื้อผ้าของตัวเอง และเสื้อผ้าฝากขายของดีไซน์เนอร์คนอื่นๆ ในยุคนั้น